รวมทุกอย่างเกี่ยวกับเทศกาล Awakening Bangkok 2020

อ่านทุกอย่างเกี่ยวกับ Awakening Bangkok เทศกาลแสงไฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ได้ที่นี่ก่อนใคร

Awakening Bangkok/Time Out Bangkok
Awakening Bangkok/Time Out Bangkok

Time Out Bangkok พร้อมนำความตื่นตาตื่นใจของประติมากรรมแสงไฟสุดตระการตาของ Awakening Bangkok กลับมาเปิดไฟให้ย่านเจริญกรุงอีกครั้งเป็นปีที่ 3 ในธีม RE/WIND/FAST/FORWARD พาทุกคนย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นเพื่อรำลึก คิดพิเคราะห์ และตรึกตรอง เพื่อที่จะพาตัวเองก้าวไปข้างหน้าได้ไกลกว่าเดิม ผ่านประติมากรรมและโชว์เคสแสงไฟกว่า 36 ชิ้น สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อเทศกาลนี้โดยเฉพาะโดยศิลปินไทยและต่างชาติ รวมถึงนักศึกษาในหลากหลายสาขา

 

Awakening Bangkok 2020 ยังที่แรกในไทยที่จะได้พบกับแคมเปญฉลอง 200 ปีของแบรนด์ Johnnie  Walker ซึ่งมีทั้งโชว์เคสไฟ บาร์ และความร่วมมือกับแบรนด์ไลฟ์สไตล์ชื่อดังอย่าง Vesper, Guss Damn Good และ TAKARA WONG ออกสินค้าคอลเล็กชันพิเศษเพื่อโอกาสนี้โดยเฉพาะ นอกจากนั้นยังมีร้านอาหารและคาเฟ่ที่ทำเมนูพิเศษเฉพาะช่วงงาน และคอนเสิร์ตจากหลากหลายศิลปิน

Awakening Bangkok 2020 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-20 ธันวาคม 2563 ทั่วย่านเจริญกรุงและตลาดน้อย

Awakening Bangkok จัดโดย Time Out Bangkok โดยได้รับการสนับสนุนการจัดงานจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA  และบริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) ร่วมด้วย Peppermint Field (เปปเปอร์มินต์ ฟิลด์) Prudential (พรูเดนเชียล)  และ BGC (บางกอกกลาส) และยังได้รับการอนุเคราะห์สถานที่จาก Prince Theatre Heritage Stay (โรงภาพยนตร์ปริ้นซ์), Bangrak Riverview (บางรัก ริเวอร์วิว), ATT19, River City Bangkok (ศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก), Patina Bangkok, Continuum Warehouse และศูนย์การค้า ICONSIAM (ไอคอนสยาม)

Awakening Bangkok 2020

รวมงานศิลปกรรมไฟทั้งหมดในเทศกาล
Art

รวมงานศิลปกรรมไฟทั้งหมดในเทศกาล

เตรียมความพร้อมว่ามีชิ้นงานอะไร ที่ไหน คอนเซ็ปต์เป็นยังไงบ้าง ก่อนไปดูของจริง

รวมสถานที่จัดงานแสดง
Things to do

รวมสถานที่จัดงานแสดง

นอกเหนือจากงานประติมากรรมไฟแล้ว อาคารต่างๆ ที่เข้าร่วมในเทศกาลก็มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

แผนที่และวิธีการเดินทาง
Things to do

แผนที่และวิธีการเดินทาง

ไม่ว่าจะขับรถหรือเดินทางมาโดยรถไฟฟ้า Time Out รวมวิธีการเดินทางมาเทศกาล Awakening Bangkok 2020 ทั้งหมดไว้ที่นี่แล้ว 

กิจกรรมน่าสนุกอื่นๆ
Things to do

กิจกรรมน่าสนุกอื่นๆ

Awakening Bangkok ไม่ได้มีแต่งานแสดงแสงไฟเท่านั้นนะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

5 ผลงานในเทศกาล Awakening Bangkok 2020 ที่จะจัดแสดงต่อไปจนถึงวันที่ 4 ม.ค. 2564
Things to do

5 ผลงานในเทศกาล Awakening Bangkok 2020 ที่จะจัดแสดงต่อไปจนถึงวันที่ 4 ม.ค. 2564

การขยายเวลาจัดแสดงงานบางชิ้นนี้ เกิดจากความตั้งใจของ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ #CEA ที่อยากสนันสนุนช่องทางให้ผลงานของศิลปินไทยได้สร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับคนไทยในช่วงเวลายากลำบากนี้ยาวไปจนถึงช่วงต้นปีใหม่ โดยงานแสงไฟ 5 ชิ้นที่จะขยายเวลาจัดแสดงต่อได้แก่

รวมทุกชิ้นงานแสดงแสงไฟในเทศกาล Awakening Bangkok 2020
Art

รวมทุกชิ้นงานแสดงแสงไฟในเทศกาล Awakening Bangkok 2020

เทศกาลแสดงแสงไฟ Awakening Bangkok พร้อมกลับมาสร้างความประทับใจอีกครั้งเป็นปีที่ 3 ทั่วย่านเจริญกรุงและตลาดน้อย โดยขยายตัวเพื่อตอบรับตามคำเรียกร้องของผู้ชม โดยในปีนี้มีชิ้นงานเกือบ 40 ชิ้น และจุดแสดงงานเพิ่มขึ้นอีกเช่นกัน

สนิษฐ์ชญา มั่นคงพิทักษ์กุล: "คงจะดีถ้าชีวิตเรากรอได้เหมือนเทปคาสเซ็ต"
Art

สนิษฐ์ชญา มั่นคงพิทักษ์กุล: "คงจะดีถ้าชีวิตเรากรอได้เหมือนเทปคาสเซ็ต"

เทปคาสเซ็ตม้วนยักษ์ที่มีแสงไฟหลากสีกะพริบสลับกันเป็นจังหวะ ตั้งอยู่ในถุนห้องสมุดดรุณบรรณาลัย คือผลงานศิลปกรรมไฟชื่อ Stranger Playlist ซึ่งเป็น 1 ใน 39 ผลงานที่จัดแสดงในเทศกาล Awakening Bangkok 2020 Sanischaya & Oktay ศิลปินคู่เจ้าของผลงาน คนหนึ่งคือ 'หวาน - สนิษฐ์ชญา มั่นคงพิทักษ์กุล' Lighting Designer ชาวไทย อีกคนคือ ออกไต (Oktay) พาร์ตเนอร์ชาวตุรกี เพื่อนร่วมชั้นสมัยเรียนและเคยร่วมงานด้านการออกแบบแสงให้กับงานโรงแรม รีสอร์ทและบ้านพักในนิวยอร์ก ผลงานชิ้นนี้ได้ไอเดียมาจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19ในปัจจุบัน ที่ทำให้เราต้องปรับตัวอยู่กับสิ่งใหม่ๆ เหมือนต้องดำเนินชีวิตอยู่ในท่วงทำนองที่ไม่คุ้นเคย หวนให้นึกถึงช่วงเวลาดีๆ ในอดีตที่เราอยากกลับไปสัมผัสมันอีกครั้ง เหมือนเทปคาสเซ็ต ที่สามารถย้อนทุกอย่างคืนมาหรือข้ามผ่านบางช่วงเวลาไปได้ง่ายๆ ด้วยการกรอ Tanisorn Vongsoontorn / Time Out Bangkok “คอนเซ็ปต์ RE/WIND/FAST/FORWARD ของงาน Awakening Bangkok ในปีนี้ ทำให้นึกถึงเทปคาสเซ็ต สัญลักษณ์ของยุคอนาล็อกที่มีฟังก์ชัน Fast Foward กับ Rewind อยู่ จึงนำมาผสมผสานกับเทคนิคไฟที่มีความเป็นยุคดิจิทัล เพื่อปลุกให้เทปนี้มีชีวิตชีวามากขึ้น” หวาน พูดถึงแรงบันดาลใจของ Stranger Playlist สีสันจากแสงไฟที่ปรากฏอยู่บนผลงานชิ้นนี้ เป็นความตั้งใจที่หวานอยากให้มันดึงดูดสายตาคนดูและเชื้อเชิญให้ทุกคนเข้ามาทำความรู้จักกับผลงานชิ้นนี้มากขึ้น หวานเลือกใช้สีชมพู เพื่อให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงผลงานได้ง่ายขึ้น ส่วนไฟสีรุ้งที่กะพริบสลับกัน กำลังสื่อว่าเทปม้วนนี้เริ่มรวน และไฟสีฟ้าที่ส่องเป็นพื้นหลัง เพื่อสร้างบรรยากาศโดยรอบให้กลมกลืนกัน Tanisorn Vongsoontorn / Time Out Bangkok “ไฟจะค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาเป็นสีชมพูก่อน แล้วเริ่มไหลไปข้างหน้าเหมือนถูกกรอไปข้างหน้า เมื่อเทปเริ่มรวนไฟจะเปลี่ยนเป็นสีรุ้ง จากนั้นจะค่อยๆ หรี่ความสว่างลง แล้วเริ่มซีนใหม่ ในแต่ละรอบจะใช้เวลาทั้งหมด 3 นาทีซึ่งทั้งหมดนี้จะมีเสียงประกอบเป็นจังหวะไปด้วย” เจ้าของผลงานอธิบาย เพราะโควิด-19 ระบาด หวานจึงจำเป็นต้องกลับมาอยู่เมืองไทย ด้วยความสนใจในงานศิลปะแนว Lighting Installation และเคยติดตามดูงาน Awakening Bangkok ทั้ง 2 ปีจากต่างประเทศ เธอจึงส่งผลงานเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานในปีนี้ แต่การสร้างผลงานชิ้นนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โดยเฉพาะเมื่อต้องร่วมงานกับศิลปินที่อยู่คนละซีกโลก Tanisorn Vongsoontorn / Time Out Bangkok “งานชิ้นนี้หวานทำกับพาร์ตเนอร์ชาวตุรกี โชคดีที่เทคโนโลยีสมัยนี้เอื้อให้มันง่ายขึ้น เพราะตอนทำงานต้องประสานงานผ่านช่องทางออนไลน์ มีการแบ่งหน้าที่กัน คุยไอเดีย คอนเซ็ปต์ หวานอยู่หน้างานเยอะก็จะดูเรื่องโปรดักชัน” “ปัญหาก็จะมีเรื่องไทม์โซน ทำให้เวลาไม่ตรงกัน และการเลือกวัสดุที่จะใช้ก็จะยากเพราะเขาไม่ได้เห็นและสัมผัสทุกอย่าง เราเองก็ต้องพยายามอธิบายให้เขาเข้าใจ” ไม่ว่าระหว่างทางจะมีอุปสรรคมากแค่ไหน สุดท้าย Stranger Playlist ก็ได้มาตั้งโชว์ต่อหน้าทุกคนแล้ว ก็คงเหมือนชีวิตของเราในปีนี้ที่อาจจะยากลำบากไปบ้างในบางช่วงเวลา แต่เพราะชีวิตกรอไม่ได้เหมือนเทปคาสเซ็ต เราจึงต้องเผชิญกับมันในทุกๆ เรื่อง และในที่สุดเราก็กำลังจะผ่านพ้นปีนี้ไปด้วยกัน

27 JUNE Studio: “เราไม่ได้ออกแบบงานอาร์ต แต่เราออกแบบประสบการณ์”
Art

27 JUNE Studio: “เราไม่ได้ออกแบบงานอาร์ต แต่เราออกแบบประสบการณ์”

Dancing River ผลงานศิลปะกรรมไฟในเทศกาลแสงไฟ Awakening Bangkok 2020 ที่จำลองผิวน้ำที่ไม่เคยหยุดนิ่งของแม่น้ำเจ้าพระยา มาไว้ในรูปแบบของแท่งนีออนยาวเรียงกันในแนวนอนและเซ็ตระบบให้เคลื่อนที่พริ้วไหวราวกับคลื่นน้ำยามลมแรง และแท่งนีออนนี้ก็ยังสามารถเปลี่ยนสีได้เหมือนแม่น้ำเจ้าพระยาที่จะเปลี่ยนสีไปตามแสงไฟของเมืองที่สะท้อนลงมา Sereechai Puttes / Time Out Bangkok ผลงานนี้จัดแสดงอยู่ที่ ‘บ้านริมน้ำ’ ร้านอาหารและพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะหลากหลายรูปแบบริมแม่น้ำเจ้าพระยา มันจึงถูกออกแบบโดยตั้งใจให้คนดูรู้สึกผ่อนคลายไม่ต่างจากการนั่งพักผ่อนริมแม่น้ำ Tanisorn Vongsoontorn / Time Out Bangkok Dancing River เป็นผลงานของ ปวิมล สามเสน (ติ๊ดตี่) และ ชญานนท์ ต.เจริญ (นนท์) จาก 27 JUNE Studio สตูดิโอนิวมีเดียแห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดได้เพียง 5 เดือน แต่ประสบการณ์และฝีมือของทั้งสองคนก็ไม่ธรรมดา โดยนนท์ จบการศึกษาด้านวิศวกรรมหุ่นยนต์ และมีประสบการณ์ทำงานด้านนี้มานาน ส่วนติ๊ดตี่เองก็บินไปศึกษาด้าน Performance and Interaction Design ถึงอังกฤษ “สตูดิโอเราจะเน้นงานพวก Multisensory โดยพยายามให้คนเข้าไปอยู่ในงานหรือเป็นส่วนหนึ่งของงาน เราไม่ได้มองว่าเราออกแบบงานอาร์ต แต่เราออกแบบประสบการณ์โดยรวม” ติ๊ดตี่ แนะนำ 27 JUNE Studio กับเราคร่าวๆ ก่อนจะพูดถึงผลงาน Dancing River ว่า “อย่างงานนี้ เราออกแบบทั้งวิชวล กลิ่น และเสียง ทุกอย่างเราพยายามทำให้คนดูเกิดความผ่อนคลาย อย่างเพลงเราก็ใช้เป็นเพลงที่ให้ความรู้สึกสงบ กลิ่นก็ใช้อโรม่าที่ให้ความผ่อนคลาย เราอยากให้คนเข้ามาแล้วรู้สึกเหมือนอยู่ริมน้ำที่นั่งมองได้เรื่อยๆ รู้สึกผ่อนคลาย” Sereechai Puttes / Time Out Bangkok ความรู้ ประสบการณ์ ฝีมือ และความคิดสร้างสรรค์ที่ศิลปินทั้ง 2 คนมี ถือว่าเป็นส่วนผสมที่ลงตัว ทำให้ Dancing River เป็นผลงานที่สมบูรณ์แบบในทุกองค์ประกอบ และในการทำงานร่วมกันพวกเขาก็ยังเป็น ‘ทีมเวิร์ก’ ที่ดี “ติ๊ดตี่จะเริ่มในการออกแบบก่อนว่าคอนเซ็ปต์จะเป็นยังไง รูปร่างลักษณะของงานจะเป็นยังไง แต่จริงๆ เราก็มีการคุยกัน ช่วยกันพัฒนาคอนเซ็ปต์ พัฒนารูปร่างตลอด ไม่ได้ทำงานขาดกันขนาดนั้น แต่ว่าเรื่องเทคนิคในผลงาน นนท์ก็จะดูแลเป็นหลัก” ติ๊ดตี่ อธิบาย Sereechai Puttes / Time Out Bangkok “ผมจบด้านวิศวกรรมหุ่นยนต์ ก็เลยทำเทคนิคอะไรอย่างนี้ได้ เทคนิคที่เราใช้เรียกว่า Kinetic Installation จริงๆ ระบบตัวนี้มันก็เป็นการทดลองอะไรใหม่ๆ ของเราด้วย เพราะก่อนหน้านี้เราทำแต่พวกโปรเจ็กเตอร์ แต่ Kinetic Installation จะเป็นระบบ Internet of Things หมด คือเราจะส่งข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ไปหาผลงานได้แบบไร้สาย และเราก็สามารถออกแบบรูปแบบการเคลื่อนไหวส่งไปที่ผลงานได้แบบเรียลไทม์ สามารถเพิ่มสี เปลี่ยนลาย ได้หมด” นนท์ เสริม

Advertising
ธีรวัฒน์ คลังเจริญชัย: "ผมอยากให้ทุกคนได้ลองเอาชนะความกลัวด้วยการ 'เดินบนน้ำ'"
Art

ธีรวัฒน์ คลังเจริญชัย: "ผมอยากให้ทุกคนได้ลองเอาชนะความกลัวด้วยการ 'เดินบนน้ำ'"

Rivulet (ริวัลเล็ต) ผลงานแสดงไฟในเทศกาล Awakening Bangkok 2020 ที่ฉายอยู่บนสนามฟุตบอลเล็กๆ ใกล้กับมัสยิดฮารูน เป็นชิ้นงานจัดแสดงในรูปแบบการฉาย mapping ลงบนพื้น ด้วยลวดลายคล้ายกับผืนน้ำ ซึ่งจะมีการเปลี่ยนลายไปเรื่อยๆ ให้ทุกคนกลับไปถ่ายรูปกันได้ตลอดช่วงเทศกาล และนอกจากแสง สี เสียง ถ้าพูดถึงสิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินสร้างผลงานชิ้นนี้ออกมาก็มีความล้ำลึกไม่แพ้กัน Tanisorn Vongsoontorn/TimeOut Bangkok “ผมเริ่มสนใจงานศิลปะแนวนี้มา 10 กว่าปีแล้ว ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เป็นความชอบส่วนตัวด้านแสงสีเสียงด้วย โดยเฉพาะพวก sound electronic ผมเลยไปเรียนต่อที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน ที่เขามีมหาวิทยาลัยขึ้นชื่อเรื่องพวกนี้โดยตรง” คุณธี -  ธีรวัฒน์ คลังเจริญชัย ศิลปินเจ้าของผลงานชิ้นนี้เล่าให้เราฟังถึง ความชอบในการทำผลงานสไตล์ Mapping จนทำให้เขาตัดสินใจไปเรียนต่อปริญญาโทคณะ Media Spaces (M.A.) ที่ University of Applied Sciences Europe ประเทศเยอรมนี เป็นคณะที่เรียนโดยตรงด้านมัลดิมีเดียและสเปซ โดยขณะเรียนอยู่ที่นั่นเขาก็เคยมีผลงานทำเสียงประกอบให้นิทรรศการในพิพิธภัณฑ์ของกรุงเบอร์ลินด้วย “ศิลปินที่ผมชื่นชอบคือ ริวจิ อิเคดะ (Ryoji Ikeda) เป็นศิลปินวิชวลอาร์ตที่ทำงานสื่อผสม การฉาย mapping หรือการเขียนโค้ดดิ้งแบบ generative design” Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok หลังจากคุณธีกลับมาจากประเทศเยอรมนี เขาก็จัดแสดงผลงานชิ้นแรกในประเทศไทยร่วมกับศิลปินคนอื่นๆ ที่มาจากประเทศเยอรมนีเช่นกัน ในนิทรรศการที่ชื่อว่า ‘There Is No Thai Park’ ที่เคยจัดแสดงอยู่ ณ SAC Gallery ชิ้นงานของคุณธีเป็นดิสโก้บอลที่มีการฉาย mapping ลงบนลูกบอลดิสโก้ นิทรรศการนี้เล่าถึงความทรงจำที่ศิลปินมีเกี่ยวกับ Thai Park สวนสาธารณะแห่งหนึ่งในกรุงเบอร์ลิน สำหรับผลงาน Rivulet ที่จัดแสดงในเทศกาล AWKN2020 จึงเป็นชิ้นงานที่ 2 ที่ศิลปินจัดแสดงในประเทศไทย เป็นการผสมทั้ง ความชอบ และ ความเชื่อ ส่วนตัวลงไป จนเกิดเป็นงานจัดแสดงชิ้นนี้ที่คุณธีต่อยอดมาจากคอนเซ็ปต์งานที่พูดถึงการก้าวไปข้างหน้า การมีความหวัง โดยศิลปินมองว่าเนื่องจากปีนี้เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ทุกคนเกิดทั้งความกลัว ความเศร้า และรู้สึกหดหู่ จึงอยากนำเสนอผลงานที่จะสร้างความกล้าให้ทุกคนไม่กลัวความเปลี่ยนแปลงที่จะเข้ามา “การไม่มีความหวังทำให้ชีวิตเราไม่สดใส พอผมได้เห็นพื้นที่ตรงนี้ที่เป็นของมัสยิดฮารูนก็รู้สึกสนใจ เพราะเหมาะกับการฉาย mapping ลงบนพื้น ซึ่งพื้นที่นี้จะมีข้อจำกัดคือ ห้ามมีเสียง และต้องไม่รบกวนคนในพื้นที่เยอะ" View this post on Instagram A post shared by Adit Sombunsa (@aditsombunsa) "ผมเลยกลับมาคิดว่าจะทำชิ้นงานแบบไหนดีที่ตรงกับสิ่งที่เราสนใจ แล้วก็จบที่งานเกี่ยวกับ ‘น้ำ’ เพราะผมอยากให้ทุกคนเอาชนะความกลัวของตัวเอง จึงตัดสินใจทำผลงานที่ให้ทุกคนมาลอง 'เดินบนน้ำ' ซึ่งเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติและเป็นไปไม่ได้” คุณธีตั้งใจทำผลงานชิ้นนี้เพราะอยากให้ผู้มาชมงานได้รู้สึกได้ก้าวข้ามขีดจำกัด ราวกับได้เอาชนะความกลัวของตัวเอง และเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลง ความไม่แน่นอนต่างๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งเราเพียงต้องกล้าที่จะก้าวออกไปเพื่อเอาชนะสิ่งเหล่านั้น “ผมรู้สึกว่างานนี้เข้ากับพื้นที่ตรงนี้ได้ดี เหมือนมันสามารถอยู่กับทุกคนได้ ส่วนตัวแล้วผมเป็นคนสนใจเรื่องความเชื่อและศาสนาด้วย และไม่ว่าศาสนาไหนก็จะมีการพูดถึงน้ำ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิต ก็เลยเกิดเป็นชิ้นงานนี้ ที่ชื่อว่า Rivulet แปลว่า แม่น้ำ หรือคูน้ำเล็กๆ ส่วนตัวชอบคำนี้ด้วย เพราะว่า vu-let คล้ายกับคำว่า bullet ที่หมายถึงกระสุนพอดี ตรงกับความตั้งใจของผมที่อยากให้งานนี้เป็นเหมือนการยิงความกล้าออกไปให้ทุกคนเผชิญกับสิ่งใหม่ๆ” Yasinthorn Sangprateep Yasinthorn Sangprateep ถ้าถามว่าการเขียนโค้ดยากไหม ผมคิดว่าเพราะเป็นสิ่งที่เราชอบและเนิร์ดมากกว่า คุณธีบอกว่างานชิ้นนี้จะมีอยู่ประมาณ 2-3 ลาย ซึ่งจะเปลี่ยนลายไปเรื่อยๆ ให้คนมาเดินเที่ยวงานไม่เบื่อ ซึ่งจะคงคอนเซ็ปต์น้ำเอาไว้ แต่ว่าจะเปลี่ยนรูปร่างรูปทรงต่างกันไป โดยงานนี้สร้างขึ้นจากการเขียนโค้ด หรือ generative design ที่ไม่ใช่ภาพวิดีโอ แต่เป็นการประมวลผลโดยอัลกอริทึ่มที่ทำให้ชิ้นงานเคลื่อนไหวจริงเหมือนน้ำ ลายที่ฉายลงพื้นจึงขยับไม่ซ้ำกัน “ตอนเรียนก็ไม่มีการสอนทั้งหมด แต่เพราะเราชอบ เราสนใจ เราทำมันเรื่อยๆ ทำทุกวัน อีกอย่างหนังสือเกี่ยวกับการเขียนโค้ดก็มีอยู่ในห้องสมุดอยู่แล้ว ถ้าเราขยันพอที่จะขุดมัน ก็จะเจอวิธีทาง” ซึ่งเรื่องน่าเสียดายอย่างหนึ่งคือตอนแรกคุณธีวางแผนให้ชิ้นงานสามาถ interact กับคนดูได้ด้วยตัวเอง แต่เพราะความสูงของหลังคาที่ต้องปีนขึ้นไปติดตั้งระบบ ทำให้ลูกเล่นนี้ต้องยกเลิกไป แต่ถึงอย่างนั้น ขณะนั่งสัมภาษณ์เราก็ได้เห็นการอยู่ร่วมกันระหว่างชุมชนและชิ้นงาน อย่างเช่นเด็กๆ ที่มาเกลือกกลิ้งบนสนามฟุตบอลเพื่อเล่นกับแสง หรือเสียงพิธีกรรมจากมัสยิดฮารูน สิ่งเหล่านี้ช่วยเพิ่มบรรยากาศให้ชิ้นงานดูมีมนต์ขลังได้อย่างน่าสนใจ “การนำชิ้นงานมานำเสนอบนพื้นที่ตรงนี้ คนในพื้นที่ก็ไม่ได้ต่อต้านอะไร แต่เราก็มีการคุยกันเพื่อปรับคอนเซ็ปต์ที่มีการพูดถึงศาสนา เพราะชาวบ้านแถบนี้ส่วนใหญ่เป็นอิสลาม หากมีคนมาถามเราก็จะเล่าเท่าที่เล่าได้ แต่ผมเองอยากให้มองว่าเป็นงานศิลปะมากกว่า” Rivulet ชิ้นงานจัดแสดงหมายเลข 8 อยู่ที่ มัสยิดฮารูน ไม่ไกลจากบ้านพักตำรวจน้ำ เมื่อเจอทางเข้ามัสยิดจะเห็นผลงาน River Flow แล้วเดินเลยมาอีกนิดก็จะเจอผลงานไฟชิ้นนี้แล้ว  View this post on Instagram A post shared by Nattanich Sp (@viview_nns) View this post on Instagram A post shared by ffaeirst (@firstpyn__) View this post on Instagram A post shared by イムライダー🐧✨ ,1997 (@immrider)

อาหารการกินห้ามพลาดในย่านเจริญกรุง

ร้านอาหารและคาเฟ่ห้ามพลาด
Restaurants

ร้านอาหารและคาเฟ่ห้ามพลาด

เจริญกรุงขึ้นชื่อในฐานะย่านโรงแรมหรูห้าดาวริมน้ำ และของอร่อย ย่านเมืองเก่าแห่งนี้จึงมีร้านอาหารมากมายให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นร้านริมทางเจ้าเก่าแก่ที่ขายเป็ดย่าง ไปจนถึงร้านหรูสูสีกับร้านระดับดาวมิชลินที่เสิร์ฟอาหารตะวันตกพร้อมบริการแสนประทับใจ ดังนั้นเตรียมกระเป๋าตังค์ (หรือบัตรเครดิต) ให้พร้อม แล้วออกสำรวจหาร้านอร่อยในเจริญกรุงกันดีกว่า

ค็อกเทลบาร์น่านั่ง
Bars

ค็อกเทลบาร์น่านั่ง

เจริญกรุงกับบาร์น่านั่งของเธอ

ร้านห้ามพลาด ซอยเจริญกรุง 44
Restaurants

ร้านห้ามพลาด ซอยเจริญกรุง 44

ไม่ว่าจะสายกินจริงจัง สายของหวาน สายถ่ายรูป หรือคอกาแฟ ก็ขอแค่เตรียมสตางค์และมือถือให้พร้อม เพราะเราได้รวบรวม 3 ร้านเด็ดในซอยเจริญกรุง 44 ที่คุณสามารถตามไปชิมไปชิลแบบครบคอร์สในหนึ่งวัน

เปิดพิกัด 6 บาร์สุดคูลในย่านซอยนานา-เยาวราช
Bars

เปิดพิกัด 6 บาร์สุดคูลในย่านซอยนานา-เยาวราช

ย่านเยาวราชหรือไชน่าทาวน์ของเมืองไทย โดยเฉพาะซอยนานา ที่เราต้องแวะเวียนไปกินอาหารจีนและอาหารทะเลอร่อยๆ มากันตั้งแต่ยังเป็นเด็ก กลายร่างกลายเป็นแอเรียสุดฮิปที่เรียงรายไปด้วยบาร์เจ๋งๆ ที่เราอยากชวนให้ทุกคนเปิดประตูเข้าไปนั่งสนทนากับบาร์เทนเดอร์ สั่งเครื่องดื่มที่ผสมผสานไอเดียสุดบรรเจิดและวัตถุดิบพิสดาร และจิบค็อกเทลนั้นท่ามกลางบรรยากาศสุดพิเศษ เคล้ากับบทสนทนากับคนสนิทยาวๆ ไปค่อนคืน ปล. ถ้าเมาแล้วอย่าขับรถกลับนะ

Advertising