Paper Plane Project
Tanisorn Vongsoontorn / Time Out Bangkok

อัปเดตบาร์เปิดใหม่ในกรุงเทพฯ

คืนนี้ไปไหนดี?

Suriyan Panomai
เขียนโดย
Suriyan Panomai
การโฆษณา

ธุรกิจบาร์เริ่มกลับมาเปิดได้หลังจากปิดมายาวนานเกือบปี นอกจากร้านประจำที่หลายคนคิดถึงแล้ว ตอนนี้ก็มีบาร์ใหม่ๆ ที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นานและน่าแวะไปเช็กอินไม่แพ้กัน ใครอยากฉลองข้ามปีที่ร้านใหม่ เราขอแนะนำ 8 ร้านต่อไปนี้

  • Bars
  • ลาดพร้าว

ไม่บ่อยที่จะเห็นบาร์ใหม่ๆ เปิดร้านห่างออกไปจากย่านสุขุมวิท แต่เมื่อต้นเดือนมีรูปถ่ายจากนอกโลกโผล่ขึ้นมาบนฟีดอินสตาแกรม ชื่อผู้โพสต์คือ Where Bar พอกดเข้าไปดูก็พบว่าเป็นแอ็กเคานต์ของค็อกเทลบาร์แห่งใหม่ในซอยลาดพร้าว 71 หลังจากเลื่อนดูรูปร้านและเครื่องดื่ม พร้อมอ่านเรื่องราวที่ร้านแชร์ไว้ เราก็ไม่ลังเลที่จะฝ่ารถติดไปทำความรู้จักบาร์แห่งนี้

Where Bar อยู่ในซอยลาดพร้าว 71 (ใกล้ซอยสังคมสงเคาระห์ 12) หน้าร้านมีป้ายไฟสีเหลืองและผนังบล็อกแก้วทรงโค้ง เมื่อผลักประตูสีดำบานใหญ่เข้าไปจะพบกับบาร์เท่ๆ ที่ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นลอฟต์ ซึ่งเป็นการผสมผสานกันระหว่างตัวตนของบาร์และตึกเก่าอายุกว่า 40 ปี และเข้ากับคอนเซ็ปต์ ‘ความสวยงามในความไม่สมบูรณ์แบบ’ ที่ร้านนำมาใช้ในการสร้างสรรค์เครื่องดื่มซิกเนเจอร์ทั้ง 7 แก้ว

บาร์แห่งนี้นำเสนอเครื่องดื่มที่ได้แรงบันดาลใจมากจากสถานที่ต่างๆ ที่มีทั้งมุมดีๆ และมุมที่ไม่สวยงามนัก เราชิมมา 4 จาก 7 แก้ว เริ่มด้วย Carribean Sunshine (300 บาท) เครื่องดื่มแนว refreshing ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากคิวบา ประเทศคอมมิวนิสต์ที่เต็มไปด้วยเอเนอร์จีของความสนุก มีชีวิตชีวา ดิบซ่า แก้วนี้เบสด้วย aged rum ที่ผ่านการแคลริฟายด้วยกะทิและน้ำมะพร้าว สีใสๆ ของแก้วนี้จึงมีทั้งความหอม หวาน ละมุนๆ แทนความสดใส ท็อปด้วยโคล่าเพิ่มความซาบซ่า เป็นแก้วเปิดที่ดีของคืนนี้

ต่อมาคือ Surreal but nice (350 บาท) เป็น spirit-forward ตัวแทนของย่านน็อตติ้ง ฮิล ย่านเก่าทรงเสน่ห์ของลอนดอน ที่มุมหนึ่งคือความวุ่นวายของคนต่างถิ่นที่เข้าไปในเยือนในฐานะนักท่องเที่ยว แก้วนี้ใช้สปิริต 3 ตัว คือ butter-washed bourbon, sweet vermouth, dry vermouth และ campari เพิ่มความหอมด้วยการรมควันเมล็ดกาแฟในหม้อ เสิร์ฟพร้อมกับป็อปคอร์นซึ่งเข้ากันดีกับกลิ่นเนยใน bourbon

จากน็อตติ้ง ฮิล เราไปต่อที่ปารีส เมืองที่ได้ชื่อว่าโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่ง กับ Lovestruck (350 บาท) เบสด้วย rose gin และ sparkling rose wine เติมรสเปรี้ยวหวานด้วยราสป์เบอรี่และเลม่อน เสิร์ฟพร้อมบับเบิ้ลควันกลิ่นใบกุหลาบ และจบที่ใต้บาดาลกับ Perfect in imperfection (300 บาท) เครื่องดื่ม refreshing รสเปรี้ยวหวานอีกแก้ว ตัวแทนของเกาะฟิจิ ท้องทะเลอันสวยงามและธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เบสด้วย sesame-washed vodka เติมความสดชื่นด้วยแตงกวาและเชื่อมโยงไปถึงท้องทะเลด้วยสาหร่าย

Where Bar เปิดทุกวันอังคาร - อาทิตย์ ตั้งแต่ 18.00 น. เป็นต้นไป 

  • Bars
  • ไดฟ์บาร์
  • รัตนโกสินทร์

เปิดใหม่สดๆ ร้อนๆ ไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา และกลายเป็นศูนย์รวมคนคูลประจำถนนข้าวสารไปแล้วเรียบร้อย เพราะบาร์นี้นำโดยหัวหน้าห้องอย่างพี่โน้ต Dudesweet นั่นเอง Mischa Cheap ดึงเอาคอนเซ็ปต์ของเกมสร้างเมืองมาออกแบบพื้นที่ได้อย่างน่ารัก ข้างในมีทั้งตัวแทนของวัด โรงพัก โรงพยาบาล ร้านเสริมสวย มิวเซียม ฯลฯ เหมือนเมืองจำลองย่อมๆ ซึ่งได้ศิลปิน NFT มาช่วยออกแบบฉากให้

คนที่เป็นตัวของตัวเองแล้วเท่ยังไง ร้านนี้ก็เท่แบบนั้นเลย เครื่องดื่มซิกเนเจอร์มีให้สั่งทั้งหมด 4 เมนู ราคาเริ่มต้น 180 บาทเท่านั้น มีทั้งเมนูที่ร้าน Teen of Thailand เป็นคนครีเอตให้ (เพราะเจ้าของร้านรู้จักกัน) เมนูที่เป็นตัวแทนของคนเจน X และเมนูที่ได้แรงบันดาลใจมากจาก Britney Spears

Mischa Cheap ตั้งอยู่ที่ถนนข้าวสารฝั่ง สน. ชนะสงคราม ทางเข้าคือตรอกระหว่างร้าน Man-Se! (บาร์ K-Pop) กับ 7-Eleven ร้านเปิดทุกวันอังคาร - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 16.00 - 23.00 น.

การโฆษณา
  • Bars
  • หนองแขม

เพื่อนบ้านของนร้าน Mischa Cheap เปิดตัวด้วยคอนเซ็ปต์แปลกใหม่ที่เรียกตัวเองว่าเป็น Spiritual Bar โดยพื้นที่ 4 ชั้นของบ้านเก่าหน้าตาเท่ดุดันจะถูกเป็นให้เป็นตัวแทนของโลกบาดาล ป่าหิมพานต์ จักรวาลและโลกแห่งนิพพาน

ร้านตั้งอยู่ที่ถนนข้าวสารฝั่ง สน. ชนะสงคราม ทางเข้าคือตรอกระหว่างร้าน Man-Se! (บาร์ K-Pop) กับ 7-Eleven (เวิ้งเดียวกับร้าน Mischa Cheap) ร้านเปิดทุกวันอังคาร - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 16.00 - 23.00 น.

  • Bars
  • คลองเตย

ร้านใหม่บนตึก T-ONE ที่เป็นทั้ง co-working space และบาร์ ออกแบบร้านอย่างเข้าอกเข้าใจชาวออฟฟิศ ตอบโจทย์ทั้งการนั่งทำงานในช่วงกลางและนั่งชิลก่อนกลับบ้านหลังเลิกงาน แต่ตอนนี้ยังเปิดเฉพาะบาร์ในช่วงเย็น ส่วน co-working space คาดว่าจะเปิดช่วงกลางเดือนมกราคม

ด้วยความที่ถูกออกแบบมาให้เป็นที่นั่งทำงานได้ด้วย Paper plane project จึงเป็นบาร์ที่บรรยากาศคล้ายออฟฟิศตั้งแต่การจัดโต๊ะ เก้าอี้ ที่มองเผินๆ นึกว่าห้องประชุม และไฟบนเพดานที่ดูยังไงก็ไฟออฟฟิศ แต่ทั้งหมดนี้ไม่ได้ทำให้ที่นี่สนุกน้อยลงเลย โดยเฉพาะเครื่องเสียงล้ำๆ บวกกับระบบไฟและเอฟเฟ็กต์แน่นๆ ที่ทางร้านเคลมว่า ยังไม่มีที่ไหนทำแบบนี้แน่นอน ส่วนเครื่องดื่มที่ร้านก็การันตีคุณภาพโดย เป้-ธรณ์ธัญย์ ศิริวิทยเจริญ จาก Bar 335 และ Bar Scofflaws

Paper plane project อยู่ที่ชั้น 40 ตึก T-ONE ปากซอยสุขุมวิท 40 ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่ 17.00 - 00.00 น.

การโฆษณา
  • Bars
  • ค็อกเทลบาร์
  • เอกมัย

“อยากมีห้องแบบนี้ที่บ้านสักห้องจัง” ช่างภาพเราพูดขึ้นมา หลังจากใช้เวลาพักหนึ่งซึมซับบรรยากาศรอบๆ ตัวในห้องแสงน้อยขนาดกะทัดรัดที่จุคนได้ (แบบนั่งสบายๆ) ราว 20 คน ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ Bar Scofflaws ค็อกเทลบาร์แห่งใหม่ย่านเอกมัย โดย 3 บาร์เทนเดอร์มากฝีมือ เป้-ธรณ์ธัญย์ ศิริวิทยเจริญ จาก Bar 335, บอย-ชาญชัย รอดบำรุง แชมป์บาร์เทนเดอร์ระดับประเทศ และ กัน-กันตฤทธิ์ ร่วมทองรัตน์ จาก Debuk House ภูเก็ต

เราเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน เพราะบาร์แห่งนี้ซ่อนความน่าสนใจไว้หลายอย่าง เริ่มตั้งแต่ชื่อบาร์ Bar Scofflaws มีที่มาจากชื่อคลาสสิกค็อกเทลแก้วหนึ่งที่ถือกำเนิดขึ้นในปารีส ช่วงปี ค.ศ. 1924 ด้วยคอนเซ็ปต์ที่ต้องการเย้ยหยัน (Scoff) กฎหมาย (Law) ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในยุคนั้นของบ้านเขา ซึ่งดันเป็นสถานการณ์ที่มีความคล้ายคลึงกับยุคนี้ของบ้านเราอย่างเหมาะเจาะ

ถัดมาคือการตกแต่งที่ได้แรงบันดาลใจมาจากบาร์หลายร้านในญี่ปุ่นที่ เป้ หนึ่งในบาร์เทนเดอร์เคยไปนั่งดื่มแล้วรู้สึกชอบ ถึงไฟที่ร้านจะไม่ได้สว่างมากนักแต่แสงสว่างรำไรก็พอทำให้เรามองเห็นรายละเอียดการตกแต่งหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะไม้กับเบาะหนังสีน้ำตาลที่ช่วยขับให้ร้านดูเท่ราวกับหนุ่มหล่อมาดเข้ม รสนิยมดี

เหนือบาร์ขึ้นไปเป็นแผงคูมิโกะ งานไม้ตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นที่กลืนไปกับความเรียบเท่ของร้านได้เป็นอย่างดีและถ้ามองไปข้างหลังบาร์ซึ่งเป็นจุดที่สว่างที่สุดในร้านก็จะเห็นสวนสไตล์ญี่ปุ่นย่อมๆ โดยต้นไม้ในสวนนี้จะถูกเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามฤดูกาล

มาถึงเครื่องดื่ม ทุกแก้วของ Bar Scofflaws จะเน้นดื่มง่าย แต่ขณะเดียวกันก็มีความซับซ้อน น่าค้นหาในทุกจิบ โดยตอนนี้ที่ร้านเสิร์ฟค็อกเทล 3 คอนเซ็ปต์หลัก คือ Farm เป็นค็อกเทลที่ชูวัตถุดิบจากฟาร์มหลายจังหวัดในไทย เราเลือกชิม Cherry –Rosa (370 บาท) ค็อกเทลเบสดรายจิน รสชาติเปรี้ยวหวานนำ ซ่อนรสอูมามิจาก Champagne Tomato Cordial ที่เข้ากันดีกับ oyster leaf ที่ประดับไว้บนขอบแก้วคู่กับมะเขือเทศ

คอนเซ็ปต์ต่อมาเป็นการนำคลาสสิกค็อกเทลมาทวิสต์ให้เป็นสไตล์ของร้าน จึงถูกเรียกว่า Anti Classic เราลองจิบ Long Way On Uber (380 บาท) ซึ่งทวิสต์มาจาก Adonis เบสด้วยเหล้าที่ทำมาจากไวน์อย่าง dry sherry wine, dry vermouth, sweet vermouth ตามด้วยเหล้าบ๊วยแล้วเพิ่มความซับซ้อนของกลิ่นด้วยเจลลี่ผักดองและปลาแห้งซึ่งที่ร้านทำเอง นี่แหละ แก้วโปรดของเรา

สุดท้ายคือคอนเซ็ปต์ CO2+ เหมาะกับคนที่ชอบความซ่าแบบ Highball เราสั่ง Guava Highball (370 บาท) ค็อกเทลเบสเตกีลาแช่แซฟฟรอนที่ถูกแคลริฟายด้วยน้ำฝรั่ง คาราเมล และโยเกิร์ต จนกลบกลิ่นเตกีลาแทบไม่เหลือ ดื่มง่ายอย่างที่บาร์เทนเดอร์บอกไว้

เราว่าหากจะเปรียบการตกแต่งของ Bar Scofflaws เป็นหนุ่มหล่อมาดเข้ม รสนิยมดี เครื่องดื่มของบาร์แห่งนี้ก็คงเป็นผู้หญิงยุคใหม่ที่ทั้งสวยชวนมอง มีเสน่ห์เย้ายวน และเป็นตัวของตัวเอง เป็นสององค์ประกอบที่เราเทใจให้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน

แต่นั่นยังไม่ใช่ทั้งหมด เพราะระหว่างที่นั่งดื่มด่ำเสน่ห์อันเหลือล้นของหนุ่มสาวคู่นั้นอยู่ เสียงของ ธงชัย แมคอินไตย์, เอิ้น พิยะดา, พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ และมาลีฮวนน่า ในบีต city pop ก็ลอยมาสะดุดหูสลับกับเพลงสากล (ที่เราว่าน่าสนใจน้อยกว่า) เป็นความสุนทรีย์รสชาติใหม่ที่เราต้องบวกแต้มให้อย่างไม่ลังเล

ใครอ่านมาถึงตรงนี้ เราเชื่อว่าน่าจะถูกป้ายยาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว งั้นเราก็ขอผายมือไปที่ เวิ้งอาคารไทปิง (ที่เดียวกับ Kingkong Buffet นั่นแหละ) ซอยสุขุมวิท 63 (เอกมัย) ปกติร้านจะเปิดทุกวัน 18.00-23.00 น. แต่ด้วยสถานการณ์ที่ยังไม่ปกติในตอนนี้ แนะนำให้โทรถามหรือจองโต๊ะก่อนที่เบอร์ 09-7006-7788 หรือ 06-5659-4529

 

  • Bars
  • หลังสวน

บาร์เปิดใหม่ขนาด 40 ที่นั่งในโรงแรม Sindhorn Midtown ความน่าสนใจก็คือซิกเนเจอร์ค็อกเทลของบาร์แห่งนี้ ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องราวความเชื่อเกี่ยวกับแมวที่มีอยู่ทุกมุมโลกและตั้งชื่อแต่ละแก้วตามชื่อสายพันธุ์แมวไทย เช่น โกญจา วิเชียรมาศ ฯลฯ

The Black Cat อยู่ติดกับล็อบบี้โรงแรม Sindhorn Midtown เปิดทุกวันตั้งแต่ 14.00 น. จนถึงเที่ยงคืน

การโฆษณา
  • Bars
  • ทาปาสบาร์
  • ราชประสงค์

เชื่อว่าคนชอบ ‘ทาปาส’ - หรืออาหารกินเล่นแบบสแปนิช - ต้องเคยไป VASO ร้านแรกที่เวลาหลังสวนมาแล้วล่ะ โดยตอนนี้ร้านทาปาสที่หลายคนชื่นชอบก็ขยับมาเปิดสาขาใหม่ใกล้ตึกออฟฟิศของหลายคนมากกว่าเดิมอยู่ในโซน Groove ของ Central World ในชื่อ Tapas Music Bar by VASO พร้อมเมนูที่หลากหลายมากขึ้น และเมนูพิเศษเฉพาะสำหรับที่นี่

Tapas Music Bar by VASO มาพร้อมการตกแต่งคล้ายสาขาเดิมในธีมโมเดิร์นเมดิเตอร์เรเนียน ตั้งใจสร้างบรรยากาศที่เหมาะจะเป็นจุดแฮงค์เอาท์เล็กๆ ที่ทุกคนชวนกันมานั่งกินอาหาร ฟังดนตรีสดทุกวันหลังเลิกงาน และด้วยความที่เกาะ Ibiza ที่เป็นที่มาของแรงบันดาลใจในการตกแต่งขึ้นชื่อเรื่องชายหาดและพระอาทิตย์ตกที่สวยจับใจ ร้านสาขานี้จึงเพิ่มโซนที่นั่งด้านนอกเข้ามาเพื่อให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ริมทะเล พร้อมมี “พระจันทร์” ดวงโตๆ ที่จะเปลี่ยนสีไปตามเวลาให้ทุกคนนั่งชมหรือมาถ่ายรูปกันได้ด้วย

สำหรับเมนูอาหารที่สาขานี้จะมีไทยฟิวชั่นเข้ามานิดหน่อย แต่ก็ยังเป็นฝีมือของเชฟ Alvaro Ramos เชฟชาวสเปนคนเดียวกันจากร้านสาขาหลังสวน โดยที่สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ก็จะมีจานซิกเนเจอร์ที่หลายคนโปรดปรานจากร้าน VASO ด้วย อาทิ ทรัฟเฟิลโทสต์ (390 บาท), Gambas Prawns (390 บาท) เป็นกุ้งผัดกระเทียมและพริก Black Ink Paella (320 บาท) ข้าวผัดสเปนสีดำจากปลาหมึก เสิร์ฟมาบนกระทะตามสไตล์สเปน จานนี้ให้บีบเลมอนเพื่อเพิ่มรสชาติและแบ่งกินได้หลายคนเลย

ส่วนเมนูใหม่ที่มีเฉพาะสาขานี้เท่านั้นก็อย่างเช่น Juicy Truffle Paella (320 บาท) กับ Quickie Burger (190 บาท) เป็นเบอร์เกอร์เนื้อไซส์กำลังดี ใช้เวลากินไม่นานตามชื่อเมนู

ทาปาสจานอื่นๆ อีกที่ร้านแนะนำว่าหากมาต้องสั่งก็อย่างเช่น Tuna Tataki (320 บาท) ทูน่าดิบสุกเฉพาะด้านนอก พร้อมซอสพอนสึและอะโวคาโด Podron Peppers (290 บาท) พริกสเปนทอดเหมาะเป็นของกินเล่นกับเครื่องดื่ม หรือของหวาน Liquid Chocolate (290 บาท) เป็นเค้กช็อกโกแลตซอสรสเข้มข้นเลยทีเดียว

Tapas Music Bar by VASO เปิดอยู่ที่ชั้น G โซน Groove Central World วันเวลาให้บริการ ทุกวัน 11:00 - 23:00 น. โดยเมนูเครื่องดื่มที่สาขานี้จะมีทั้งเครื่องดื่มทั่วไป เบียร์สเปน ค็อกเทล และไวน์

เรื่องเด่น
    เรื่องน่าสนใจอื่นๆ ที่คุณน่าจะชอบ
      การโฆษณา