คุยกับ แองเจเล่ อานัง สาวข้ามเพศผู้ชนะการแข่งขัน Drag Race Thailand Season 2

เมคอัพอาร์ตทิสและนักแสดงผู้หลงใหลในสไตล์วินเทจ เซ็กซี่ จัดจ้าน กับก้าวกระโดดสู่การเป็นแดร็กควีนหน้าใหม่ของวงการ

Drag Race Thailand season II, Angele Anang
Sereechai Puttes/Time Out Bangkok
โดย Top Koaysomboon และ Wissuta Ploypetch |
Advertising

แองเจเล่ อานัง หรือชื่อจริง อัญชลี อณังษ์ คือสาวข้ามเพศคนแรกที่ได้รับชัยชนะในการแข่งขัน Drag Race Thailand ทั้งยังเป็นผู้เข้าแข่งขันคนแรกที่สามารถเอาชนะโจทย์ประจำสัปดาห์ได้ถึง 6 โจทย์ หลังจากการขบเคี้ยวแข่งขันกันมาอย่างยาวนานตลอด 12 สัปดาห์

แองเจเล่สั่งสมประสบการณ์จากการเป็นนางโชว์ตั้งแต่อายุยังน้อย และเรียนรู้ศิลปะการแต่งหน้าจากการเป็นเมคอัพอาร์ตทิสอีกกว่า 8 ปี ก่อนจะก้าวเข้ามาอยู่ใต้แสงไฟสปอตไลท์ในฐานะ Drag เพื่อระเบิดพลังความคิดสร้างสรรค์อันน่าทึ่งให้เราได้เห็นกันในรายการ Drag Race Thailand จนเราต้องขอไปนั่งพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องราวบนเส้นทางสู่ความสำเร็จ บทบาทในสังคม LGBT ไปจนถึงแผนการในอนาคตที่เธอวาดไว้ เพื่อทำความรู้จักกับเธอให้มากขึ้น

 

Drag Race Thailand season II, Angele Anang

Sereechai Puttes/Time Out Bangkok

 

แองเจเล่เริ่มแสดงโชว์ตั้งแต่เมื่อไร

หนูเริ่มในตอนที่เด็กมากๆ เลยค่ะ แถมส่วนมากหนูจะอยู่กับเพื่อนผู้หญิง ก็เลยไม่ชินกับการอยู่ในกลุ่มกะเทย กลัวคนอื่นจะไม่ชอบตัวเอง กลัวถูกหมั่นไส้ อะไรอย่างนี้ กลายเป็นว่าหนูเลยมีท่าทางไม่มั่นใจในตัวเอง บุคลิกไม่ดี พี่ๆ เขาเห็นอย่างนั้นก็ให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษา ทำให้หนูให้มั่นใจในตัวเองมากขึ้น พอหนูทำงานดี ได้เป็นตัวร้อง พี่ๆ ก็ร่วมยินดีกับหนูตลอด จนหนูเริ่มรู้สึกว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกันจริงๆ สุดท้ายก็รักครอบครัวนี้มาก

 

คิดว่าการได้เริ่มทำงานตั้งแต่อายุยังน้อยทำให้ได้เรียนรู้อะไรบ้าง

เยอะเลยนะ อย่างแรกคือได้ประสบการณ์การทำงาน ทำให้หนูได้ฝึกฝนเร็วกว่าคนอื่น พัฒนาตัวเองให้เป็นคนที่ดีกว่าเดิม เรียนรู้ที่จะทำงานแบบมืออาชีพมากขึ้น แม้ว่าตอนแรกมันจะทำให้เรากลัวหรือไม่มั่นใจ อาจจะมีอุปสรรคบ้าง แต่มันก็ทำให้เราพยายามผลักดันตัวเองเข้ามาในวงการนี้ให้ได้ เพราะเรารู้ว่ามันเป็นสิ่งที่เราถนัดและอยากทำจริงๆ

 

มีจุดสูงสุดอะไรในการเป็น Drag ที่แองเจเล่อยากไปให้ถึงไหม

เอาจริงไม่เคยวาดฝันว่าจะเป็นนางโชว์มาก่อนเลย ตอนเด็กๆ เคยคิดแค่ว่าอยากเป็นแดนซ์เซอร์วงอิเล็คโทนตามเวทีบ้านนอก แต่ว่าหลังจากที่หนูได้เป็นตัวร้องแล้ว ถึงได้มาคิดว่าอยากทำอะไรที่เป็นอิสระมากขึ้น เลยออกมาเป็น Drag แข่งในรายการนี้ ซึ่งพอชนะก็รู้สึกว่าเราประสบความสำเร็จแล้ว เลยคิดว่าจะแพลนไปทัวร์แสดงหลายๆ ที่เพื่อดื่มด่ำกับตรงนี้ก่อน เร็วๆ นี้ก็มีคิวจะไปแสดงที่สิงคโปร์กับมาเลเซีย และถ้าเป็นไปได้ก็อยากไปทัวร์ในระดับโลก อย่างงาน DragCon (งานเฟสติวัลเฉลิมฉลองวัฒนธรรม Drag ที่สหรัฐอเมริกา) ที่อยากไปมากๆ แล้วคงจะพัฒนาฝีมือแสดงไปเรื่อยๆ เผื่อไปเป็นนักแสดงจริงจังเลยมากกว่า

 

ใช้เวลานานไหมกว่าจะเปิดใจกับที่บ้านว่าเป็น LGBT

ต้องยอมรับว่าตอนเด็กๆ หนูก็เป็นเด็กมีปัญหาคนหนึ่งเลย เพราะว่าพ่อกับแม่ทะเลาะกันบ่อย ก่อนที่ท่านจะเลิกกันแล้วพ่อก็ไปมีแฟนใหม่ จากนั้นแม่ก็เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง หนูเลยต้องไปอยู่กับพ่อ ซึ่งในทีแรกหนูก็รู้สึกไม่ชอบแฟนใหม่พ่อ ไม่ชอบสิ่งที่พ่อทำ เลยทำตัวมีปัญหา เกเร ไม่เรียนหนังสือ ตามประสาเด็กๆ พ่อเลยให้ช่วยงานทำธุรกิจโรงกลึงอยู่ที่บ้าน จนกระทั่งตอนที่หนูเลิกกับแฟนคนแรก ซึ่งทำให้หนูปล่อยตัว ไว้ผมยาว ออกสาวเป็นกะเทย แล้วเริ่มทำงานที่ร้านคาราโอเกะไปเลย ซึ่งพ่อบอกเสมอว่าไม่ชอบให้ทำงานแบบนี้ คอยตามหนูกลับบ้านเรื่อยๆ แต่พอเขาได้เห็นว่ามีคนชอบการแสดงของหนูแค่ไหนในรายการ Drag Race เขาก็เริ่มเข้าใจ และยอมรับในสิ่งที่หนูเป็น คอยช่วยเตือนให้หนูทำตัวดีๆ 

 

Drag Race Thailand season II, Angele Anang

Sereechai Puttes/Time Out Bangkok

 

ในฐานะผู้ชนะการแข่งขัน Drag Race คิดจะช่วยเป็นกระบอกเสียงให้กลุ่ม LGBT ในแง่ไหนได้บ้าง

หลายแง่เลยค่ะ หนูมีความคิดเยอะมาก โดยเฉพาะเรื่องความเท่าเทียมกันทางสังคม คือสังคมไทยก็เปิดกว้างด้านความคิดอยู่แล้วแหละ แต่ยังมีในด้านกฎหมาย ที่หนูคิดว่ากลุ่ม LGBT ทุกคนอยากได้ อยากมีสิทธิ์เท่ากับชาย-หญิง เช่น การแต่งงาน หรือ การเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ ที่มีในต่างประเทศแล้ว สังคมบางประเทศไม่ได้เปิดกว้างขนาดนั้นแต่ก็มีออกกฎหมายรองรับ หนูไม่รู้ว่าทำไมประเทศเรายังไม่รองรับ ไม่ให้สิทธิ์กลุ่ม LGBT สักที แต่คงไม่ถึงขนาดลงไปทำงานด้านการเมือง (หัวเราะ) เพราะหนูไม่ได้จบด้านนี้มา ไม่ได้รู้เรื่องการเมืองเยอะขนาดนั้น แต่หนูสามารถเป็นกระบอกเสียงไปบอกคนที่ทำด้านการเมือง เช่น พี่กอล์ฟ-ธัญญ์วาริน ให้ได้รู้ว่าตอนนี้กลุ่ม LGBT ต้องการอะไร มองหาอะไรอยู่ อะไรแบบนั้นมากกว่า คงไม่ลงไปจัดการด้วยตัวเอง เพราะทำไม่เป็น

 

ถ้าบอกว่าในสังคมไทยยังมีการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมต่อกลุ่มสาวข้ามเพศอยู่ แองเจเล่เห็นด้วยหรือเปล่า

เห็นด้วยค่ะ มันคล้ายกับว่าเรายังเป็นคนชั้นที่สอง คือไม่รู้นะว่าคนที่ยังปิดกั้นเราเขามองเราอย่างไร แต่ยังมีบางผับที่กะเทยเข้าไม่ได้จริงๆ ทั้งที่เราก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน เราก็อยากจะสนุกสนาน มีช่วงเวลาดีๆ เหมือนกัน บางทีก็อึดอัดเพราะไม่รู้เราทำผิดอะไร รู้สึกเหมือนเขาคิดว่าเขาเหนือกว่าเรา ส่วนตัวหนูไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้เลยนะ อยากให้เขาเข้าใจในสิ่งที่เราเป็น ลองเทียบกันคุณเองมีสิทธิ์จะทำอะไรในชีวิตของคุณก็ได้ ดังนั้นทุกคนก็ควรมีสิทธิ์เป็นอะไรก็ได้ที่เขาอยากเป็น แต่เมื่อเราเปลี่ยนอะไรไม่ได้ เราก็แค่เป็นตัวของตัวเองต่อไป

 

"เมื่อเราเปลี่ยนอะไรไม่ได้ เราก็แค่เป็นตัวของตัวเองต่อไป"

 

ฝากอะไรถึงสาวข้ามเพศรุ่นเด็กสักหน่อยไหม

อยากบอกว่าให้เป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องสนใจว่าใครจะปฏิบัติกับเราอย่างไร ให้มีความสุขกับสิ่งที่เราทำ อย่าอายที่จะทำในสิ่งที่เราชอบ ถ้าอยากแต่งหน้าก็แต่งเลย อยากเอาผมทัดหูก็ทัดเลยลูก อยากออกสาว แต๋วแตกแค่ไหนก็ทำ แต่ขอให้อยู่ในหลักของความดี อย่าไปเดือดร้อนใคร เพราะว่าสมัยก่อนพี่ก็ทำแบบนี้ และพี่ไม่เคยสนใจใครเลย แล้วมันทำให้เราได้ปล่อดปล่อย ได้ระบายออกมา ไม่ต้องกดดัน พอเราไม่กดดันตัวเองทุกอย่างมันก็จะออกมาดี แล้วเราจะมีความสุขจากข้างในจริงๆ โดยที่ไม่มีใครสามารถทำอะไรเราได้ เพราะเรามีเกราะป้องกันเป็น ‘ตัวเราเอง’

 

Drag Race Thailand season II, Angele Anang

Sereechai Puttes/Time Out Bangkok

อ่านบทสัมภาษณ์อื่นๆ

Advertising
วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล
Sereechai Puttes/Time Out
Art

ตาม วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล ไปสำรวจความหมายของหลายชีวิตบนโลก ผ่านนิทรรศการภาพถ่ายครั้งแรกของเขา

นักเขียน-นักเดินทางสายเถื่อน เล่าเรื่องนิทรรศการภาพถ่าย Serenity in Chaos (จลาจลอันงดงาม)

Advertising