Bunticha P. - Time Out Thailand
Photograph: Bunticha P. - Time Out Thailand | A Culinary Tour of Different Cuisines Across Bangkok
Photograph: Bunticha P. - Time Out Thailand

ตะลุยชิม 9 ร้านอาหารหลากสัญชาติจากรอบโลก โดยไม่ต้องบินออกจากกรุงเทพฯ

ออกเดินทางรอบโลกผ่านรสชาติในกรุงเทพฯ กับ 9 ร้านเด่นที่เสิร์ฟตั้งแต่สเต๊กอเมริกัน เทปันยากิญี่ปุ่น อาหารไทย-มลายู ไปจนถึงซีฟู้ดฝรั่งเศส

Yokploy Chandrabha
การโฆษณา

กรุงเทพฯ ขึ้นชื่อเรื่องสตรีตฟู้ดและอาหารไทยรสจัดจ้านก็จริง แต่รู้ไหมว่าเมืองนี้ยังซ่อนรสชาติจากทั่วโลกเอาไว้อีกเพียบ จนบางครั้งมื้ออาหารธรรมดาๆ ก็สามารถพาเราออกเดินทางไปไกลได้โดยไม่ต้องขึ้นเครื่องบิน

บทความนี้อ้างอิงจากลิสต์ของ Koktail Thailand Restaurant Guide ขอพาคุณไปตะลุยกิน 9 ร้านทั่วกรุงเทพฯ ที่เสิร์ฟอาหารหลากหลายสไตล์ ตั้งแต่สเต๊กฉ่ำๆ แบบอเมริกัน เทปันยากิร้อนๆ จากญี่ปุ่น อาหารไทย-มลายูรสเข้ม ไปจนถึงซีฟู้ดฝรั่งเศส ใครที่กำลังเบื่อเมนูเดิมๆ หรืออยากลองเปิดโลกผ่านจานอาหาร ลิสต์นี้มีหลากหลายร้านให้ชิมตั้งแต่ต้นทางจนสุดสาย เตรียมท้องให้ว่าง เตรียมช้อนส้อมให้พร้อม แล้วออกไปชิมกันเลย!

  • เพลินจิต

ตั้งแต่ที่นั่งโคทัตสึแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ไปจนถึงเคาน์เตอร์เทปันยากิ ชวนสัมผัสความพิถีพิถันผ่านไคเซกิและโอมากาเสะล็อบสเตอร์ 10 คอร์ส

KiSara ที่ Conrad Bangkok พาเราไปสัมผัสอาหารญี่ปุ่นผ่านหลากหลายประสบการณ์ ตั้งแต่ที่นั่งโคทัตสึแบบดั้งเดิม ไปจนถึงซูชิบาร์และเคาน์เตอร์เทปันยากิที่ได้นั่งดูเชฟปรุงอาหารกันแบบสดๆ ตรงหน้า ไฮไลต์อยู่ที่คอร์สหลายจาน ทั้งลอบสเตอร์โอมากาเสะ 10 คอร์ส และเทปันยากิที่จัดเต็มตั้งแต่อาหารเรียกน้ำย่อยตามฤดูกาล ซาชิมิ ชาวันมูชิ ไปจนถึงผักและเนื้อสัตว์ตามฤดูกาลอีก 9 ชนิด ก่อนเลือกเมนคอร์สระหว่างวากิวญี่ปุ่นเนื้อนุ่ม หรืออิเสะเอบิเนื้อหวานเด้ง ปิดท้ายด้วยข้าวผัดกระเทียมหอมๆ เครื่องดอง มิโซะซุป และของหวาน เป็นมื้อที่ทั้งพิถีพิถันและเพลินตั้งแต่จานแรกจนจานสุดท้าย

ที่ตั้ง: ชั้น 3 Conrad Bangkok, 87/3 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ โทร. +66 2 690 9233 เปิดทุกวัน เวลา 11.30-14.30 น. และ 18.00-22.00 น.

  • คลองเตย

เมื่อเนื้อวัวมาเจอกับเปลวไฟในสเต๊กเฮาส์กลิ่นอายอิตาเลียน
เสิร์ฟเนื้อพรีเมียมย่างด้วยเตา Josper พร้อมเมนูทะเลหรู

ถ้าเป็นสายเนื้อที่ชอบกลิ่นหอมจากเตาไฟ Ox & Embers Steak Club & Cellar น่าจะถูกใจ คุณอย่างแน่นอน เพราะที่นี่หยิบความเป็นสเต๊กเฮาส์สไตล์อเมริกันมาผสมกับกลิ่นอายอิตาเลียน พร้อมใช้เตา Josper เป็นตัวชูโรง ตั้งแต่จานเรียกน้ำย่อยอย่างรอยัลอุนิโทสต์ หนวดปลาหมึกย่างถ่าน และทาโก้เนื้อวากิว ไปจนถึง raw bar ที่มีทั้งอูนิจากฮอกไกโดและล็อบสเตอร์ ก่อนต่อด้วยสปาเก็ตตี้ผัดพริกแห้งที่มาพร้อมบาฟุนอูนิ อิคุระ และกุ้งลายเสือ แล้วค่อยเข้าสู่จานหลักที่จัดเต็มด้วยเนื้อหลายคัต ตั้งแต่ชิ้นพอดีคำไปจนถึง Australian Black Angus Tomahawk ขนาด 1.5 กิโลกรัม เสิร์ฟคู่ซอสทรัฟเฟิลหรือพริกไทยดำ และเครื่องเคียงจากเตาอย่างข้าวโพดรมควันกับหน่อไม้ฝรั่งย่าง เรียกว่ามาที่เดียวได้ทั้งเนื้อฉ่ำๆ กลิ่นควันหอมๆ และจานทะเลแบบจัดเต็ม

ที่ตั้ง: 68/2 สุขุมวิท ซอย 20 คลองเตย กรุงเทพฯ โทร. +66 81 978 3344 เปิดจันทร์-ศุกร์ 16.00-00.00 น. และเสาร์-อาทิตย์ 12.00-00.00 น.

การโฆษณา
  • วัฒนา

กลิ่นอายอเมริกันยุคแกสบี้ จับคู่จานแชร์สนุกๆ ของเชฟ Dan Bark
ตั้งแต่ปีกไก่รสจัด แกะเนื้อนุ่ม ไปจนถึงบานาน่าเบรดสุดเมามัน

ถ้าชอบบรรยากาศอเมริกันยุค 1920s ที่มีทั้งกลิ่นอาย The Great Gatsby เสียงแจ๊ส และการสั่งอาหารมาแชร์กันทั้งโต๊ะ เราอยากให้คุณมาที่นี่ Caper by Dan Bark ภายในตกแต่งมาในสไตล์ Art Deco ที่ดูสนุกแต่ไม่เวอร์ ขณะที่เชฟ Dan Bark หยิบประสบการณ์จากครัวระดับรางวัลในชิคาโกมาปรับให้เข้าถึงง่ายขึ้น สมกับชื่อร้าน Caper ที่สื่อถึงการกระโดดโลดเต้นอย่างสนุกสนาน เริ่มด้วยปีกไก่ที่เลือกได้ระหว่าง Buffalo Ranch หรือ Szechuan Honey Dijon ตามด้วยโฮตาเตะกับริซอตโต้ข้าวบาร์เลย์ หรือเนื้อสันในแกะเสิร์ฟกับเคล มัลเบอร์รี่ดอง และเฮเซลนัทเคลือบน้ำตาล ก่อนปิดท้ายด้วยบานาน่าเบรดที่มาพร้อมไอศกรีมเบคอนและซอสรัมเมเปิ้ลไซรัป 

ที่ตั้ง: 225 ซอยปรีดี พนมยงค์ 25 คลองตันเหนือ วัฒนา กรุงเทพฯ โทร. +66 83 783 4867 เปิดวันพุธ-อาทิตย์ 17.00-21.30 น. และเสาร์-อาทิตย์ 12.00-14.00 น.

  • เอกมัย

ดื่มด่ำโลกใต้ทะเลในร้านนีโอบราสเซอรีสีคราม
ที่เสิร์ฟซีฟู้ดฝรั่งเศสจากบริตตานี พร้อมปูอลาสกาและหอยเชลล์ญี่ปุ่น

SCUBA พาเราดำดิ่งลงสู่โลกใต้ทะเลตั้งแต่ก้าวแรก ด้วยไฟนีออนสีน้ำเงินเข้มและตู้ปลาที่เรืองแสง พร้อมเสิร์ฟอาหารทะเลสไตล์ฝรั่งเศสจากวัตถุดิบสดที่ส่งตรงจากแคว้นบริตตานีถึงสัปดาห์ละสามครั้ง รวมถึงปูอลาสกาและหอยเชลล์ญี่ปุ่น เมนูที่ไม่ควรพลาดคือ seafood platter ที่รวมทั้งหอยนางรม หอยเชลล์กับฮอร์สแรดิช และค็อกเทลกุ้งสีน้ำเงิน หรือจะลอง horse mackerel sashimi กับซอสหอยและ aji amarillo ก็ได้ ส่วนสายเนื้อมี rib-eye hanger steak เสิร์ฟคู่เฟรนช์ฟรายส์กรอบๆ ขณะที่ ลิงกวินีหอยอาซาริญี่ปุ่นกับบอตตาร์กา ก็เป็นอีกจานที่น่าลอง ปิดท้ายด้วย Guanaja dark chocolate tart กับคาราเมลและพีแคน เข้มข้นแบบพอดีคำ

ที่ตั้ง: Earth Ekamai ยูนิต 106-107, 7/1 สุขุมวิท ซอย 63 คลองตันเหนือ วัฒนา กรุงเทพฯ โทร. +66 62 989 9616 เปิดจันทร์-ศุกร์ 17.00-เที่ยงคืน และเสาร์-อาทิตย์ 11.30-เที่ยงคืน

การโฆษณา
  • เพลินจิต

เชฟเบนซ์คุมเตาย่างไฟแรงบนชั้น 25 เสิร์ฟเนื้อคุณภาพจากฝรั่งเศส
สหรัฐฯ และออสเตรเลีย พร้อมวิวกรุงเทพฯ แบบเต็มตา

ขึ้นไปเหนือกรุงเทพฯ 25 ชั้น แล้วมานั่งชมวิวเส้นขอบฟ้าพร้อมมื้อเนื้อดีๆ ที่ Char ร้านที่ยกการย่างสไตล์ยุโรปมาเป็นพระเอก โดยมี เชฟเบนซ์-สุรศักดิ์ เจริญจันทร์ คุมครัวไฟแรง ตั้งแต่ French chateaubriand, US grain-fed ไปจนถึง Australian Black Angus เริ่มมื้อด้วยจานเบาๆ อย่างคาร์ปาชิโอเนื้อวากิว สลัดบูร์ราต้า หรือบีฟราวิโอลีในน้ำซุปทรัฟเฟิลกงซอเม ก่อนเข้าสู่ไฮไลต์อย่างสเต๊กที่ย่างด้วยไฟแรงจนได้ผิวเกรียมหอม ขณะที่ด้านในยังฉ่ำกำลังดี เสิร์ฟคู่เครื่องเคียงและซอสที่จับคู่มาให้เข้ากับเนื้อแต่ละชนิดโดยเฉพาะ จะมาดินเนอร์แบบโรแมนติกหรือชวนเพื่อนมานั่งยาวๆ ก็ได้ทั้งวิวและของกินในมื้อเดียว

ที่ตั้ง: ชั้น 25 Hotel Indigo Bangkok Wireless Road, 81 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ โทร. +66 2 207 4999เปิดวันจันทร์-เสาร์ เวลา 18.00-22.30 น.

  • คลองเตย

พาตัวเองขึ้นเขาแอลป์ผ่านอาหารสวิสแบบดั้งเดิมที่ไม่ได้มีแค่ฟองดู
ทั้งเนื้อแกะอบอย่างช้าๆ โรสติ และไวน์สวิสกว่า 60 รายการ

ถ้าอยากสัมผัสอาหารสวิสแบบจริงจังโดยไม่ต้องบินไปถึงเทือกเขาแอลป์ Chesa Swiss Cuisine คือหนึ่งในร้านที่น่าปักหมุด บรรยากาศด้านในอบอุ่นเหมือนบ้านพักกลางหิมะ ขณะที่เมนูพาไปรู้จักอาหารสวิสมากกว่าฟองดูหม้อชีส เริ่มตั้งแต่ราวิโอลีเห็ดในซอสครีมไวน์ขาว ไปจนถึง slow-roasted lamb shoulder ที่หมักกระเทียมแล้วอบจนเนื้อนุ่ม เสิร์ฟคู่มันฝรั่งโรสติกรอบนอกนุ่มใน ส่วนสายชีสก็ยังมีเมนูละลายเยิ้มๆ ให้จัดเต็ม ก่อนปิดท้ายด้วยแครมบรูเล่หน้าคาราเมลกรอบบางๆ และถ้าอยากให้มื้อนี้ครบเครื่องขึ้นอีกหน่อย ที่นี่มีไวน์ให้เลือกกว่า 60 รายการ รวมถึงไวน์จากหลากหลายแคว้นของสวิตเซอร์แลนด์ เรียกว่าได้ทั้งรสชาติและบรรยากาศแบบสวิสในมื้อเดียว

ที่ตั้ง: 57 สุขุมวิท ซอย 34 คลองตัน คลองเตย กรุงเทพฯ โทร. +66 2 261 6650 เปิดทุกวัน เวลา 11.00-22.30 น.

การโฆษณา
  • คลองเตย

จัดเต็มอาหารจีนสไตล์จักรพรรดิในบรรยากาศอบอุ่นแบบครอบครัว
ตั้งแต่ติ่มซำ เป็ดปักกิ่งสามคอร์ส ไปจนถึงข้าวเหนียวนึ่งปูทะเล

ถ้าอยากกินอาหารจีนแบบจริงจัง แต่ไม่อยากได้บรรยากาศทางการจนเกินไป ลองแวะไป Pagoda Chinese Restaurant ที่หยิบความหรูหราสไตล์จีนมาจับคู่กับบรรยากาศเป็นกันเอง ภายในตกแต่งด้วยลวดลายมังกรและสัญลักษณ์มงคล ให้อารมณ์เหมือนมานั่งกินข้าวพร้อมหน้ากับครอบครัว เริ่มมื้อด้วยติ่มซำอย่างเกี๊ยวนึ่ง กุ้งทอดกรอบ ซาลาเปาหมู และหมูแดง ก่อนต่อด้วยซิกเนเจอร์อย่างเป็ดปักกิ่งสามคอร์ส เริ่มจากหนังเป็ดหั่นบางห่อแป้ง เสิร์ฟพร้อมเมลอน แตงกวา และต้นหอม ตามด้วยน่องเป็ดย่าง ก่อนนำเนื้อส่วนที่เหลือไปผัดกับขิงและต้นหอม ปิดท้ายด้วย ข้าวเหนียวนึ่งปูทะเลห่อใบตอง ที่อัดแน่นด้วยเนื้อปูหวานๆ เรียกว่าเป็นมื้อที่ครบทั้งความคลาสสิก ความหรูหรา และความอิ่มครบครันแบบโต๊ะจีน

ที่ตั้ง: ชั้น 4 Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park, 199 สุขุมวิท ซอย 22 คลองตัน คลองเตย กรุงเทพฯ โทร. +66 2 059 5999 เปิดทุกวัน เวลา 11.30-14.30 น. และ 18.00-22.00 น.

  • อาหารจีน
  • สีลม

ยกโต๊ะจีนแบบครอบครัวขึ้นชั้น 22 เติมความหรูหราแบบอบอุ่น พร้อมบุฟเฟต์ติ่มซำกว่า 35 เมนู

อยากกินอาหารจีนแบบพร้อมหน้าพร้อมตา แต่เพิ่มวิวเมืองและบรรยากาศหรูขึ้นมาอีกหน่อย ต้องลอง Xin Tian Di Restaurant บนชั้น 22 ของโรงแรม ที่จัดโต๊ะด้วยถาดหมุนกลางโต๊ะและแสงไฟนุ่มๆ ให้ฟีลเหมือนมื้อใหญ่ของครอบครัวที่อัปเกรดขึ้นอีกระดับ ไฮไลต์คือ บุฟเฟต์ติ่มซำแบบไม่จำกัด ที่มีให้เลือกกว่า 35 เมนู ทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็นไปจนถึงสิ้นปี ส่วนเมนูอะลาคาร์ตก็มีของน่าลองเพียบ ตั้งแต่ เผือกทอดสอดไส้หมูแดง ที่กรอบฟูด้านนอกและเข้มข้นด้านใน ไปจนถึง มะเขือยาวทอดราดซอสข้าวโอ๊ตและเนย ที่กินเพลินแบบหยุดยาก แน่นอนว่ามื้อจีนจะขาดเป็ดปักกิ่งไปไม่ได้ ก่อนปิดท้ายด้วย บะหมี่ฮกเกี้ยน ผัดกุ้งและเป็ดแบบเรียบง่ายแต่รสชาติจัดเต็ม

ที่ตั้ง: ชั้น 22 Crowne Plaza Bangkok Lumpini Park, 952 ถนนพระราม 4 แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ โทร. +66 2 632 9000 เปิดทุกวัน เวลา 11.30-14.30 น. และ 18.00-22.30 น.

การโฆษณา
  • Things to do
  • เยาวราช

ผสานกลิ่นอายเยาวราชเข้ากับมรดกอาหารภูเก็ต เชฟกรเสิร์ฟอาหารใต้รสจัดที่ได้อิทธิพลจากมลายู ตั้งแต่อกเป็ดเนื้อนุ่มไปจนถึงแกงปูรสเผ็ด

เห็นชื่อว่า ภูเก็จ (Phukej) อย่าเพิ่งคิดว่าต้องขับรถลงใต้ เพราะร้านนี้ซ่อนตัวอยู่บนถนนมังกรใจกลางกรุงเทพฯ ในอาคารสีเขียวมิ้นต์เก่าที่เข้ากับบรรยากาศเยาวราชแบบพอดี จุดเด่นคือการหยิบรสชาติจากเมืองเก่าภูเก็ตมาผูกเข้ากับวัฒนธรรมอาหารจีน มลายู และเปอรานากัน โดยมี เชฟกร-ฐาปกร เลิศวิริยะวิทย์ เป็นคนเล่าเรื่องผ่านจานอาหาร เริ่มจาก scallop-pomelo charcoal cups ตามด้วยอกเป็ดกับชิโสะ สะตอผัดกุ้ง และหมูสามชั้นสไตล์ภูเก็ต ก่อนเข้าสู่ไฮไลต์อย่างแกงปูรสจัดจ้าน เสิร์ฟคู่ขนมจีนที่ขนเครื่องแกงใต้มาครบเครื่อง ปิดท้ายด้วยของหวานอย่างมูสเกาลัด หรือวุ้นอ้ายหยู่โรยบ๊วย ช่วยตัดความเผ็ดร้อนของมื้อได้อย่างลงตัว ใครอยากลองอาหารใต้ในมุมที่มีทั้งรสชาติและเรื่องราว ร้านนี้น่าจะทำให้ภูเก็ตมาอยู่ใกล้กว่าที่คิด

ที่ตั้ง: 730 ถนนมังกร แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ โทร. +66 81 983 6650 เปิดวันพุธ-จันทร์ เวลา 11.30-15.00 น. และ 16.30-22.00 น.

เรื่องเด่น
    บทความล่าสุด
      การโฆษณา