Bunthicha P. - Time Out Thailand
Photograph: Bunthicha P. - Time Out Thailand
Photograph: Bunthicha P. - Time Out Thailand

7 ร้านอาหารไทยคอนเซปต์จัดในกรุงเทพฯ ที่ทำให้อาหารหนึ่งจานมีมากกว่าแค่ความอร่อย

ชวนไปรู้จัก 7 ร้านอาหารไทยในกรุงเทพฯ ที่หยิบวัฒนธรรม ความทรงจำ และเรื่องเล่าท้องถิ่นมาครีเอทเป็นมื้ออาหารสุดสร้างสรรค์

Yokploy Chandrabha
การโฆษณา

กรุงเทพฯ อาจเป็นเมืองที่มีร้านอาหารไทยอยู่แทบทุกหัวมุมถนน แต่ก็มีบางร้านที่ทำให้เราต้องหยุดชั่วคราว แล้วหันกลับมาคิดจริงจังว่า ‘อาหารไทยไปได้ไกลขนาดนี้เลยเหรอ’ เพราะนอกจากรสชาติที่ดีแล้ว สิ่งที่ทำให้ร้านเหล่านี้โดดเด่นคือ ‘คอนเซปต์’ และวิธีเล่าเรื่องที่ชัดเจน ตั้งแต่วัตถุดิบ วิธีการเสิร์ฟ ไปจนถึงบรรยากาศบนโต๊ะอาหาร

ลิสต์นี้อ้างอิงจาก Koktail Thailand Restaurant Guide และรวบรวม 7 ร้านอาหารไทยในกรุงเทพฯ ที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์พอๆ กับฝีมือการทำอาหาร เปลี่ยนแต่ละจานให้กลายเป็นบทสนทนาเกี่ยวกับความทรงจำ พื้นถิ่น วัฒนธรรม และตัวตนของประเทศไทย บางร้านพาคุณย้อนกลับไปหารสชาติวัยเด็ก บางร้านตีความอาหารไทยใหม่ในแบบที่คาดไม่ถึง แต่ทุกมื้อมีเรื่องราวให้ค้นพบมากกว่าคำว่าอร่อยแน่นอน

  • เอกมัย

เชฟแทน ถ่ายทอดอาหารไทย-จีนร่วมสมัย ผ่านเทคนิคยุโรปและวัตถุดิบท้องถิ่น ภายใต้แนวคิดการอยู่ร่วมกับธรรมชาติแบบครบวงจร

ที่ โกท (GOAT) อาหารไทย-จีนร่วมสมัยของ เชฟแทน-ภากร โกสิยพงษ์ ตั้งอยู่บนความเชื่อว่าธรรมชาติคือระบบนิเวศที่มีลมหายใจ ไม่ใช่ทรัพยากรสำหรับการใช้ประโยชน์อย่างไร้ขอบเขต แต่คือสิ่งที่มนุษย์ควรมีความสัมพันธ์ร่วมกันอย่างสมดุลและเกื้อกูล 

เชฟแทนผสมผสานเทคนิคการปรุงอาหารแบบยุโรปเข้ากับอิทธิพลอาหารจีน โดยเลือกใช้วัตถุดิบไทยทั้งจากผู้ผลิตท้องถิ่นและสวนของตัวเอง พร้อมยึดแนวคิด full-circle kitchen ที่พยายามไม่ให้เกิดของเสียในกระบวนการ ทุกเศษอินทรียวัตถุจะถูกส่งกลับคืนสู่ดิน หลักคิดของร้านเรียบง่ายแต่ชัดเจน คือรับจากธรรมชาติเท่าไร ก็ต้องคืนกลับให้มากเท่านั้น

ประสบการณ์ทั้งหมดพาผู้กินเดินทางผ่าน 26 จังหวัดของไทยในมื้อเดียว เริ่มจากจังหวัดตราด ที่นำความสดใสผ่านกั้งทะเล เสริมความหวานด้วยฟักทองและกลีบกุหลาบ ก่อนเข้าสู่อ่าวไทยผ่านเนื้อปูม้าที่เล่นสมดุลระหว่างความเผ็ดและครีมอันเย็นนุ่ม

สุราษฎร์ธานี พาคลื่นรสชาติให้ลึกขึ้นด้วยปลาประจำวันที่เสิร์ฟคู่มะพร้าว คาเวียร์หัวหิน และปลาสเตอร์เจียนไทย ขณะที่แม่ฮ่องสอนเปลี่ยนอารมณ์ของมื้อให้ละเมียดขึ้น ผ่านแฮมหมัก คอหมู กุยช่าย และไข่เป็ดที่รวมกันจนเกิดเนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม ส่วนสุรินทร์ปิดท้ายอย่างหนักแน่นด้วยเนื้อวากิวไทยบ่มอายุ คลุกเคล้ากับเครื่องเทศ 18 ชนิด อย่างสมุนไพรป่า และผักดองพื้นบ้าน

ที่ตั้ง: ซอยเอกมัย 10 แยก 2 เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
โทร: 065 095 6132 เปิดวันพุธ-อาทิตย์ เวลา 18.00-22.00 น.

  • อาหารไทย
  • ทองหล่อ
  • 3 จาก 5 ดาว
  • แนะนำ

เชฟชุมพล ถ่ายทอดภูมิปัญญาอาหารไทยผ่านวัตถุดิบจากทั่วประเทศ สู่ประสบการณ์การกินที่สะท้อนความหลากหลายของรสชาติไทยอย่างลึกซึ้ง

ที่ อาหาร (R-HAAN) ขับเคลื่อนด้วยแนวคิด ‘สำรับแห่งภูมิปัญญาอาหารไทย’ โดย เชฟชุมพล แจ้งไพร ที่ตั้งใจถ่ายทอดภาพรวมของภูมิทัศน์อาหารไทยในทุกมิติ ผ่านวัตถุดิบคุณภาพสูงจากทั่วประเทศ รวมถึงสมุนไพรพื้นถิ่นหายากที่ช่วยขยายขอบเขตของรสชาติให้ซับซ้อนและมีมิติมากยิ่งขึ้น

อาหารของที่นี่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงความงดงามบนจาน แต่ยังพยายามกระตุ้นทุกประสาทสัมผัส พร้อมสะท้อนความหลากหลายของอาหารแต่ละภูมิภาคในประเทศไทย จนกลายเป็นประสบการณ์ที่ทั้งอร่อยและเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวทางวัฒนธรรม โดยเมนูของร้านเปลี่ยนไปตามฤดูกาลอยู่เสมอ แต่มีอยู่สองจานที่ยังคงอยู่เป็นซิกเนเจอร์ของร้านอย่างไม่เปลี่ยนแปลง 

จานแรกคือ ต้มยำที่ไม่ใช้ทั้งกะทิและน้ำพริกเผา แต่เลือกสร้างมิติรสชาติจากน้ำสต๊อกหัวกุ้งเข้มข้นและสมุนไพรไทยที่เบลนด์อย่างละเอียด

อีกจานคือ ข้าวเหนียวมะม่วงในรูปแบบ deconstructed ที่แยกองค์ประกอบทั้งหมดออกมาอย่างร่วมสมัย ก่อนปิดท้ายด้วยไอศกรีมกะทิทรง quenelle เนื้อเนียนละเอียด ด้านไวน์ลิสต์ยังคงยึดรากแบบคลาสสิก แต่มีการปรับให้เข้ากับความเข้มข้นและรายละเอียดของอาหารไทย โดยเฉพาะไวน์ขาวจากยุโรปเหนือที่เน้นแร่ธาตุและความสดชัดของรสชาติ

ที่ตั้ง: ซอยสุขุมวิท 53 เขตวัฒนา กรุงเทพฯ โทร: 095 141 5524 เปิดทุกวัน เวลา 18.00-23.00 น.

การโฆษณา
  • เพลินจิต

เชฟอ้อม ยกระดับอาหารสตรีตฟู้ดไทยและสูตรอาหารโบราณที่ถูกลืม ผ่านคอนเซปต์ที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ วัตถุดิบท้องถิ่น และความร่วมสมัยเข้าด้วยกัน

KHAAN ตั้งชื่อตาม ‘ขาล’ หรือปีเสือ ซึ่งเป็นปีนักษัตรของ เชฟอ้อม-สุจิรา พงษ์มอญ สะท้อนบุคลิกที่กล้าหาญ ดุดัน และเต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์ ตัวร้านขับเคลื่อนด้วยสองแนวคิดหลัก ได้แก่ การยกระดับอาหารสตรีตฟู้ดไทยให้อยู่ในบรรยากาศที่หรูหราเกือบคล้ายสำรับชั้นสูง และการชุบชีวิตสูตรอาหารไทยดั้งเดิมที่เลือนหายไปตามกาลเวลา

ที่ขาล ความสนุกและจัดจ้านของสตรีตฟู้ด ถูกนำมาผสานเข้ากับประวัติศาสตร์อาหารไทยอย่างจริงจัง แนวคิดนี้ยังสะท้อนผ่านงานออกแบบของร้านที่ใช้เฉดสีแดงเชลแล็กและสีทองเป็นแกนหลัก ให้ความรู้สึกทั้งร่วมสมัยและเปี่ยมไปด้วยพลังแบบไร้ขอบเขต

ประสบการณ์เริ่มต้นอย่างละเอียดอ่อนผ่าน amuse-bouches ขนาดพอดีคำ 4 ชิ้น ที่แทนตัวตนของแต่ละภูมิภาค กุ้งลายเสือจากอันดามันโดดเด่นด้วยมะนาวดองและแครกเกอร์ tomalley รสเข้ม ตามด้วยปูนาจากทุ่งข้าวที่นำมาคลุกกับข้าวเหนียวจนได้เนื้อสัมผัสนุ่มและเค็มละมุน

จากนั้น ข้าวสังข์หยดหมักถูกจับคู่กับหัวไชเท้าบ่มแห้ง ขณะที่หอยนางรมจาก Barron Point และสุราษฎร์ธานี ผสานเข้ากับเห็ดออรินจิหมัก เกิดเป็นรสชาติที่รวมทั้งความเค็มทะเล ความลึก และกลิ่นดินไว้ในคำเดียว ด้านของหวานเลือกใช้มะม่วงตามฤดูกาล เสิร์ฟคู่ข้าวเหนียว ลืมผัวและถั่วเขียว ให้ความหวานที่แฝงอารมณ์ขี้เล่นสมชื่อ

ที่ตั้ง: ซอยสมคิด ลุมพินี ปทุมวัน กรุงเทพฯ โทร: 092 441 6547 เปิดทุกวัน เวลา 17.00-01.00 น.

  • วัฒนา

เชฟเซฟ ตีความอาหารไทยผ่านพื้นที่ส่วนตัว เพียง 14 ที่นั่ง พร้อมครัวเปิดที่เผยทุกขั้นตอนของงานฝีมืออันละเอียดอ่อน

RARK ซึ่งแปลว่า ‘ราก’ ในภาษาไทย ให้ความรู้สึกเหมือนเพชรเม็ดงามที่ซ่อนตัวอยู่นอกเส้นทางร้านอาหารกระแสหลัก บรรยากาศของร้านทั้งอบอุ่น เงียบสงบ และเต็มไปด้วยความเป็นส่วนตัว ปรัชญาของร้านตั้งอยู่บนแนวคิดเรื่องความจริงแท้ที่ยึดโยงกับรากของอาหารไทย แต่ในขณะเดียวกันก็เปิดพื้นที่ให้มันเติบโตและแตกแขนงไปสู่รูปแบบร่วมสมัยได้อย่างเป็นธรรมชาติ

เจ้าของร้านคือ เชฟเซฟ-ทรงพล บารมีอนันต์ สร้างพื้นที่ขนาดเพียง 14 ที่นั่ง ให้ความรู้สึกราวกับสวนลับส่วนตัวที่มีคนรู้จักเพียงไม่กี่คน ขณะที่ครัวเปิดของร้านช่วยลบเส้นแบ่งระหว่างคนทำอาหารกับผู้กิน เปิดให้เห็นทุกขั้นตอนของการปรุงอย่างใกล้ชิด ทั้งความแม่นยำ รายละเอียด และความใส่ใจในทุกจาน

เริ่มต้นด้วยขนมครกในรูปแบบใหม่ที่เสิร์ฟแบบ fluid style ผสมผสานกุ้ง มะพร้าวคั่ว แอปเปิลเจลรสเปรี้ยว ครีมมะพร้าว และโยเกิร์ตเข้าไว้ด้วยกันอย่างมีมิติ เมนูของร้านครอบคลุมตั้งแต่ยำ อาหารย่าง ของทอด ผัด แกง และซุป โดยหนึ่งในจานเด่นคือแกงเผ็ดเป็ดย่างที่ใช้เวลาทำถึง 4 วัน ผ่านกระบวนการบ่มและรมควันด้วยอ้อย ก่อนราดด้วยซอสแกงเผ็ดที่เติมรสหวานละมุนจากลองกองและพุดดิ้งมะพร้าวเล็กน้อย ปิดท้ายด้วยส้มฉุน ของหวานเย็นสดชื่นที่รวมลิ้นจี่และผลไม้เมืองร้อนหลากชนิดเข้าไว้ด้วยกันอย่างเบาสบาย

ที่ตั้ง: ซอยพัฒน์เวศน์ 3 เขตวัฒนา กรุงเทพฯ โทร: 099 693 5474
เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 18.00-21.00 น. และ วันเสาร์-อาทิตย์ เปิดมื้อกลางวัน เวลา 12.00-14.00 น.

การโฆษณา
  • เยาวราช

ภายในอาคารเก่าแก่ย่านทรงวาด เชฟเกรส ตีความอาหารไทยผ่าน 5 วัตถุดิบสุดยอด ที่เปลี่ยนรสชาติคุ้นเคยให้เข้มข้น สนุก และเต็มไปด้วยมนตร์เสน่ห์

ข้าวสารเสก (Khao San Sek) ร้านใหม่ของ เชฟแพม-พิชญา สุนทรญาณกิจ บนถนนทรงวาด ใกล้กับ โพทง (Potong) ร้านชื่อดังของเธอ ที่เลือกให้ เชฟเกรส-วรกานต์ กฤติสิริกุล เป็นหัวเรือหลักในการถ่ายทอดแนวคิดของร้านที่ตั้งอยู่บน 5 วัตถุดิบสุดยอดของอาหารไทย ได้แก่ ข้าว, พริก, มะพร้าว, น้ำปลา และน้ำตาลโตนด

ทั้งหมดถูกเล่าใหม่ผ่านโลกของคติชน และ มนต์เสน่ห์แห่งอาหารที่แทรกอยู่ในทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่ชื่อร้านซึ่งหมายถึง ‘ข้าวสารอันศักดิ์สิทธิ์’ ไปจนถึงจิตรกรรมฝาผนังขนาดใหญ่สามชั้นโดย JecksBkk ที่เปลี่ยนอาคารอายุ 70 ปีให้ดูราวกับสถานที่ในนิทานแฟนตาซี ยิ่งตกกลางคืน ตัวอาคารยิ่งเหมือนเปล่งแสงขึ้นมาจากความมืด ขณะที่โครงสร้างเก่าแบบไม่ถูกรีโนเวตจนเนี้ยบเกินไปกลับยิ่งทำให้บรรยากาศดูลึกลับและมีเสน่ห์มากขึ้น

5 วัตถุดิบสุดยอด ถูกนำมาเป็นแกนหลักของทุกจาน ต่างจากโพทงที่เน้นความ conceptual และ avant-garde มากกว่า ข้าวสารเสกเลือกยืนอยู่บนรสชาติไทยที่เข้าถึงง่าย แต่ยังเต็มไปด้วยรายละเอียดและความคิดสร้างสรรค์ โดยไฮไลต์ของ House Menu แบบ 9 คอร์ส ได้แก่ ทาโก้กะทิกรอบหน้าหอยนางรมสุราษฎร์ธานี, ลิ้นวัวรมควันสะเต๊ะ, น้ำพริกมะเขือไทย และข้าวยำปักษ์ใต้ที่อัดแน่นด้วยเท็กซ์เจอร์และสมุนไพรหลากชนิด

ด้านเครื่องดื่ม ร้านยังเสิร์ฟไวน์ข้าวไทย เช่น สาโทข้าวเหนียวสันป่าตองจากเชียงใหม่ ที่ช่วยเติมมิติให้มื้ออาหารได้อย่างน่าสนใจ และเมื่อทั้งหมดเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศของไชน่าทาวน์ ทุกอย่างก็ดูเข้าที่เข้าทางอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งคึกคัก จริงใจ และมีชีวิตชีวา

ที่ตั้ง: 1121-1123 ถนนทรงวาด สัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ โทร: 097 016 9824
เปิดวันอังคาร-ศุกร์ เวลา 16.30-23.00 น. และ วันเสาร์-จันทร์ เปิดเวลา 11.30-23.00 น.

  • อาหารไทย
  • ราชประสงค์

อาหารไทยตำรับดั้งเดิมถูกถ่ายทอดผ่านความเรียบง่ายที่ตั้งใจ ภายในพื้นที่สีขาวสะอาดตาและรายละเอียดที่ได้แรงบันดาลใจจากรวงข้าว พร้อมข้าวแช่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในดีที่ที่สุดของกรุงเทพฯ

Khao (ข้าว) ภูมิใจกับการนำเสนออาหารไทยผ่านสูตรอาหารแบบ heritage cooking ที่ยึดมั่นในความดั้งเดิมและความจริงแท้ ภายใต้แนวคิด ‘simplicity with meticulous care’ หรือความเรียบง่ายที่ผ่านการใส่ใจอย่างละเอียดทุกขั้นตอน

ความเรียบง่ายของร้านไม่ใช่ความธรรมดา แต่คือความตั้งใจที่ตัดทอนความฟุ่มเฟือยแบบไฟน์ไดนิ่งออกไป เหลือไว้เพียงความมั่นใจในรสชาติและวัตถุดิบ สาขาแรกในเอกมัยสะท้อนแนวคิดนี้ผ่านงานออกแบบที่ใช้พื้นผิวหินสีขาวและบรรยากาศโปร่งสว่าง ในขณะที่รายละเอียดสีทองซึ่งได้แรงบันดาลใจจากรวงข้าวก็ช่วยเชื่อมโยงร้านเข้ากับประวัติศาสตร์ของอาหารไทยอย่างแนบเนียน

ที่ข้าว ทุกอย่างยังคงหมุนรอบ ‘รสชาติ’ และ ‘ความทรงจำ’ ของอาหารไทย ต้มยำกุ้งแม่น้ำมาในน้ำใสที่มีกลิ่นรมควันบางๆ จากซีฟู้ดย่าง ก่อนต่อด้วยไข่เจียวสไตล์ไทยเนื้อฟูนุ่ม ปลาดุกฟูผัดพริกแกงเพิ่มความเข้มข้นด้วยไข่แดงเค็มที่ช่วยตัดความกรอบมันได้อย่างลงตัว ส่วนจานปิดท้ายอย่างเนื้อเค็มตากแห้งถูกนำไปเคี่ยวกับกะทิและสมุนไพรอย่างช้าๆ ก่อนเสิร์ฟพร้อมผักที่ดูดซับรสอูมามิของน้ำแกงไว้เต็มที่ และอีกหนึ่งเมนูที่ไม่ควรพลาดคือ ‘ข้าวแช่’ สำรับประจำฤดูร้อนที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในดีที่สุดของเมือง โดยจะมีให้ลิ้มลองถึงสิ้นเดือนนี้เท่านั้น

ที่ตั้ง: ซอยเอกมัย 10 เขตวัฒนา กรุงเทพฯ โทร: 098 829 8878 เปิดทุกวัน เวลา 11.30-14.00 น. และ 17.30-22.00 น

การโฆษณา
  • จตุจักร

เชฟภู ถ่ายทอดเสน่ห์อาหารใต้ผ่านอาหารที่เชื่อมโยงกับความทรงจำ ภูมิทัศน์ และรสชาติจัดจ้านอันเป็นเอกลักษณ์ของภาคใต้

ที่ RERN (เริน) อาหารใต้ถูกยกระดับขึ้นสู่โลกของไฟน์ไดนิ่งโดยไม่สูญเสียความรู้สึกอบอุ่นแบบบ้านไปเลยแม้แต่น้อย ชื่อร้านมาจากภาษาถิ่นใต้ที่แปลว่า ‘บ้าน’ และตัวพื้นที่ก็ออกแบบให้สะท้อนบรรยากาศนั้นอย่างชัดเจน ร้านแบ่งออกเป็น 4 วิลล่า รายล้อมด้วยสวนเขียวและสายน้ำที่ไหลผ่านใต้ตัวอาคาร ผ่านกระจกบานใหญ่ที่ชวนให้นึกถึงความสงบของสระมรกตจังหวัดกระบี่

Executive Chef ภู-ภูริพัฒน์ วุฒิพัฒนานนท์ ถ่ายทอดภาพรวมของภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัดออกมาเป็นรสชาติ โดยดึงทั้งภูมิประเทศ ความทรงจำ และมรดกทางวัฒนธรรมมาหลอมรวมอยู่ในแต่ละจาน

tasting menu ของร้านถูกออกแบบเหมือนการเดินทางสำรวจรสชาติ เริ่มต้นด้วยของกินเล่นกรุบกรอบอย่างปลาลิ้นหมาทอดกับแกงกะหรี่ปะการังและสับปะรด รวมถึงทาร์ตหอยชักตีนรสเผ็ด ก่อนค่อยๆ เปลี่ยนอารมณ์ด้วยโจ๊กข้าวสังข์หยดใส่หอยลายและกะทิที่ให้สัมผัสนุ่มละมุน 

ช่วงกลางของมื้อจำลองบรรยากาศแบบตลาดใต้ ผ่านโครเกต์เผือกไส้ปู กุ้งแม่น้ำจากแม่น้ำตาปีเสิร์ฟกับข้าวบดและซอสมันกุ้ง รวมถึงแกงปูใบชะพลูเสิร์ฟคู่เส้นหมี่และผักทอด

ส่วนสำรับใต้ช่วงท้ายจัดเต็มทั้งแกงส้มปลากะพง ผัดใบเหลียง น้ำซุปเนื้อใบชะมวง ปลากระเบนขมิ้น ไก่พะโล้ซีอิ๊ว ก่อนปิดท้ายด้วยน้ำพริกปลาเสียบและข้าวหุงกะทิหอมเจียวที่ดึงทุกอย่างกลับไปสู่รสชาติแบบบ้านใต้ได้อย่างสมบูรณ์

ที่ตั้ง: ซอยพหลโยธิน 34 จตุจักร กรุงเทพฯ โทร: 095 515 5142 เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 17.30-23.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เปิดมื้อกลางวัน เวลา 11.30-15.00 น.

เรื่องเด่น
    บทความล่าสุด
      การโฆษณา