Brasserie Cordonnier, a new French bistro in Soi Nana
Time Out Bangkok | escargot
Time Out Bangkok

8 ร้านอาหารในกรุงเทพฯ ที่ตอบโจทย์วันพักผ่อนสบายๆ

8 ร้านอาหารในกรุงเทพฯ ที่เหมาะสำหรับการรับประทานอาหารแบบสบายๆ เครื่องดื่มง่ายๆ ในวันหรือคืนที่ผ่อนคลายโดยไม่รู้สึกเร่งรีบ

Yokploy Chandrabha
การโฆษณา

ด้วยจำนวนร้านอาหารมากมายในกรุงเทพฯ หลายคนอาจคิดว่าการหามื้อสบายๆ คงไม่ใช่เรื่องยาก แต่เอาเข้าจริง เมืองนี้ก็เต็มไปด้วยจังหวะชีวิตที่เร่งรีบ จนบางครั้งสิ่งที่ยากที่สุดกลับเป็นการหาร้านที่ทำให้เราอยากนั่งนานๆ ปล่อยเวลาไหลไปช้าๆ พร้อมอาหารดีๆ และบรรยากาศที่ชวนผ่อนคลายจริงๆ

บทความนี้อ้างอิงจากลิสต์ของ Koktail Kuisine รวบรวม 8 ร้านอาหารในกรุงเทพฯ ที่เหมาะสำหรับวันชิลๆ หรือมื้อเย็นสบายๆ ทั้งอาหารหน้าตาน่ากิน บรรยากาศเป็นกันเอง และคอนเซปต์ที่มีเสน่ห์แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะได้แรงบันดาลใจจากเรื่องราวส่วนตัว วัฒนธรรม หรือไอเดียการเสิร์ฟอาหารที่ทำให้ทุกมื้อรู้สึกสนุกกว่าที่คิด

  • ราชประสงค์

ร้านไวน์บาร์บรรยากาศสบายๆ ใน Gaysorn Village ที่เปลี่ยนช่วงบ่ายธรรมดาให้กลายเป็นมื้อแฮงเอาต์ยาวๆ ได้แบบไม่รู้ตัว โดดเด่นด้วยไวน์พรีเมียมกว่า 40 ชนิด เสิร์ฟพร้อมอาหารสไตล์แชร์ริงที่ออกแบบมาให้จับคู่กับไวน์ได้อย่างลงตัว

แม้หลายคนจะคุ้นชื่อ Riedel ในฐานะแบรนด์เครื่องแก้วไวน์ระดับโลก แต่ที่สาขาใน Gaysorn Village พวกเขาก้าวเข้าสู่โลกของอาหารและไวน์อย่างจริงจัง ด้วยคอนเซปต์ที่เน้นการจับคู่รสชาติของอาหารและไวน์อย่างพิถีพิถัน บรรยากาศของร้านให้ความรู้สึกหรูหรา และผ่อนคลายในเวลาเดียวกัน ที่นี่มีไวน์พรีเมียมเสิร์ฟเป็นแก้วกว่า 40 ชนิด พร้อมเสียงเพลงเบาๆ และความคึกคักกำลังดี เหมาะทั้งสำหรับคอไวน์ตัวจริงและคนที่อยากหาที่แฮงเอาต์สบายๆ

เมนูอาหารของร้านเน้นจานเล็กสำหรับแชร์กันบนโต๊ะ ไม่ว่าจะเป็นชีส เนื้อสัตว์แปรรูป บรูสเกตต้า หรือผักดอง รวมถึงเมนูเซ็ตบอร์ดสไตล์สเปนที่รวมมะเขือเทศเชอร์รี่ โคลด์คัท พริก และชีสไว้ด้วยกัน ส่วนของกินเล่นก็มีทั้งหอยเชลล์ย่าง กุ้งผัดพริกกระเทียม และเฟรนช์ฟรายส์ชีสทรัฟเฟิล ก่อนขยับไปสู่จานหลักที่ดูหรูขึ้นอย่างริบอายวากิวโอกัน และเนื้อสันในแบล็กแองกัสที่เหมาะกับการจับคู่กับไวน์แก้วโปรดได้อย่างลงตัว

ที่ตั้ง: เกสรณ์ วิลเลจ 999 ถนนเพลินจิต กรุงเทพฯ โทร: +66 2 656 1133 เปิดทุกวัน เวลา 10.00 - เที่ยงคืน

  • คลองเตย

ร้านอาหารสไตล์ฝรั่งเศส-เมดิเตอร์เรเนียน ชวนให้นึกถึงคาเฟ่ในปารีสยุคใหม่ ด้านนอกเต็มไปด้วยความคึกคักของระเบียงกลางแจ้ง ภายในกลับให้บรรยากาศสงบ อบอุ่น และเหมาะกับการนั่งจิบไวน์ยาวๆ 

ร้าน Grisbi นำเอาเสน่ห์ของอาหารฝรั่งเศสและเมดิเตอร์เรเนียนมาผสมเข้าด้วยกันในพื้นที่ดีไซน์โมเดิร์นที่โดดเด่นด้วยแสงนีออนสีแดง ด้านนอกให้บรรยากาศคล้ายคาเฟ่ปารีส ส่วนด้านในกลับอบอุ่นและเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับนั่งจิบไวน์ช้าๆ พร้อมบทสนทนายามค่ำคืน

เมนูเด่นเริ่มต้นด้วยหอยนางรม Fines de Claire สดๆ เสิร์ฟแบบเย็น รสเค็มสะอาดกำลังดี กินคู่กับซอส mignonette หรือซอสซีฟู้ดสไตล์ไทยก็เข้ากัน ต่อด้วยทาร์ทีนปลาแอนโชวี่จากแคว้นกาลิเซียที่เรียบง่ายแต่รสชาติกลมกล่อม ส่วนสเต๊กหมู iberico ให้รสเข้มข้นเต็มคำ ตัดด้วย dijon mustard และแตงกวาดอง ก่อนปิดท้ายด้วยมันฝรั่งอบชีสเนื้อนุ่มที่ช่วยเติมความคอมฟอร์ตให้มื้อนี้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ที่ตั้ง: จีเอ็ม เอสเตท โฮเทล แอนด์ เอ็กเซ็กคิวทีฟ อพาร์ตเมนต์ 55 ซอยสุขุมวิท 20 กรุงเทพฯ โทร: +66 97 238 1956 เปิดวันอาทิตย์-พฤหัสบดี เวลา 15.00 - 01.00 น. วันศุกร์-เสาร์ เวลา 15.00 - 01.30 น.

การโฆษณา
  • บางนา

ร้านอาหารเม็กซิกันสไตล์ยูคาตันที่กว้างขวางและผ่อนคลาย โดย Íñigo และ Yam ที่ซึ่งรสชาติอันซับซ้อนและการบอกเล่าเรื่องราวส่วนตัวมาบรรจบกัน
ร้าน Macaria เกิดขึ้นจากความรักในอาหารของ Iñigo Mantecón Ponce หรือ คุณโก้ และ คุณแยม เทรา กมลวัฒนวิท ที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม โดยทั้งคู่เติบโตมาพร้อมความหลงใหลในวัตถุดิบและวัฒนธรรมการกิน เมนูของร้านหยิบแรงบันดาลใจจากอาหารเม็กซิกันดั้งเดิมแถบยูคาตัน เพื่อเป็นการระลึกถึงผู้หญิงที่เลี้ยงดูคุณโก้มา บรรยากาศภายในร้านก็สะท้อนตัวตนนี้อย่างชัดเจน ผ่านรายละเอียดแบบเม็กซิกันและภาพจิตรกรรมของ Frida Kahlo ที่ช่วยเติมสีสันให้พื้นที่ดูอบอุ่นและมีชีวิตชีวา

หนึ่งในเมนูที่โดดเด่นคือ Caldo de piedra ซุปสไตล์วาฮากันที่ปรุงบนโต๊ะด้วยหินลาวาและอาหารทะเลสดๆ ต่อด้วย Castaqueso taco ที่อัดแน่นด้วยหมูสามชั้นและชีสละลาย ส่วน Trio de panuchos ก็เล่นกับการผสมวัฒนธรรมได้สนุก ตั้งแต่แกงเขียวหวานไก่ไปจนถึงหมูสามชั้นซอสฮังเล ก่อนปิดท้ายด้วย pescado zarandeado ปลากะพงรมควันเสิร์ฟคู่มะละกอเขียวสดชื่น และของหวานอย่าง churro de chinko กับไอศกรีมวานิลลาผสมพริกปาซิลลาและเถ้าตอร์ติญาที่ให้รสชาติแปลกใหม่แต่ลงตัว

ที่ตั้ง: โรงแรมเมเปิล เลขที่ 9 ถนนศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ โทร: +66 65 439 9314 เปิดวันอังคาร-วันเสาร์ เวลา 17.00-23.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 11.30-15.00 น. และ 18.00-22.00 น.

  • บางกอกน้อย

ร้านอาหารสไตล์วินเทจของเชฟใบตอง ที่ผสมกลิ่นอายยุโรปและความเป็นไทยเข้าไว้ด้วยกันอย่างมีเสน่ห์ ตั้งแต่หน้าต่างโค้งประดับโมเสก และอาหารไทย-เมดิเตอร์เรเนียน

Sanitwong เป็นร้านอาหารย่านชุมชนที่ไม่หวือหวา แต่กลมกลืนไปกับบรรยากาศรอบตัวได้อย่างเป็นธรรมชาติ ให้ความรู้สึกเหมือนร้านประจำละแวกบ้านที่ผู้คนแวะมาหาความอร่อยแบบเรียบง่ายและอบอุ่น เชฟใบตอง-กมเลศ ฤทธิ์เดชา ถ่ายทอดอาหารไทย-เมดิเตอร์เรเนียนในรูปแบบ progressive menu ที่ยึดโยงกับรากวัฒนธรรม ความทรงจำ และแนวคิดเรื่องความยั่งยืน ผ่านการปรุงที่ตรงไปตรงมาแต่เต็มไปด้วยรายละเอียด ภายในร้านตกแต่งด้วยผนังสีเขียวมิ้นต์และหน้าต่างโค้งลายโมเสกที่ช่วยสร้างบรรยากาศสงบสบายโดยไม่แย่งความเด่นจากอาหารบนโต๊ะ ทำให้ทุกจานยิ่งดูน่ากินขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ที่ตั้ง: 184/12 ถนนจรนิชวงศ์ แขวงบางกอกน้อย กรุงเทพฯ โทร: +66 94 554 7455 เปิดวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 11.00 - 22.00 น.

การโฆษณา
  • คาเฟ่
  • คลองเตย

คาเฟ่ กูร์เมต์กรอเซอรี และไวน์บาร์ลับในบ้านไม้รีโนเวต ที่ VIVIN เปลี่ยนวัตถุดิบคราฟต์ไทยและแนวคิด shelf-to-plate ให้กลายเป็นประสบการณ์กินดื่มแบบไม่เร่งรีบ

VIVIN เป็นสถานที่ที่ให้ความรู้สึกในหลายรูปแบบ ด้านหนึ่งเป็นคาเฟ่ อีกด้านก็แอบคล้ายกูร์เมต์กรอเซอรี ที่ซ่อนตัวเป็นไวน์บาร์บรรยากาศอบอุ่นอยู่ภายในบ้านไม้รีโนเวตในซอยสุขุมวิท 22 ชั้นบนของร้านถูกจัดให้คล้ายห้องสมุดเล็กๆ พร้อมระเบียงที่ชวนให้นั่งทอดเวลา ส่วนด้านล่างคือพื้นที่ของแนวคิด shelf-to-plate 

พื้นที่ส่วนใหญ่ของร้านเน้นไปที่สินค้าประเภทของชำ โดยมีชั้นวางผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปจากท้องถิ่นและแยมโฮมเมดวางเรียงอยู่เคียงข้างตู้โชว์ชีสควบคุมอุณหภูมิที่คัดสรรจากผู้ผลิตฝีมือดีของไทย เมนูอาหารก็ราวกับเป็นส่วนต่อขยายของชั้นวางสินค้าเหล่านั้น เมนูซิกเนเจอร์อย่างไข่เจียวซูเฟล่ใช้ไข่จากท้องถิ่นปรุงด้วยเทคนิคแบบฝรั่งเศส ในขณะที่เป็ดตุ๋นข้าวซอยเป็นการผสมผสานวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว

ที่ตั้ง: ซอยสุขุมวิท 22 กรุงเทพฯ +66 80 463 5747 เปิดวันอาทิตย์-พฤหัสบดี เวลา 8.00-21.00 น. และวันศุกร์-เสาร์ เวลา 8.00-22.00 น.

  • อาหารเกาหลี
  • หลังสวน

ร้านอาหารบรรยากาศสุดคึกคักสไตล์โซลบนดาดฟ้าในกรุงเทพฯ ตกแต่งด้วยแสงนีออนและเพลงเคป็อป นำโดยเชฟ ยอง แด ชิม เสิร์ฟอาหารเกาหลีรสเลิศที่เข้ากันได้ดีกับโซจู

ANJU Korean Rooftop Bar พาบรรยากาศไนต์ไลฟ์แบบกรุงโซลขึ้นมาไว้บนชั้น 31 ของโรงแรมสินธร มิดทาวน์ ผ่านแสงนีออน เพลง K-pop และวิวเมืองยามค่ำคืนที่ชวนให้นั่งยาวๆ หัวใจของร้านคือฝีมือของเชฟยอง แด ชิม ที่รังสรรค์อาหารเกาหลีร่วมสมัยรสจัดจ้าน เข้ากันได้ดีกับโซจูและค่ำคืนสุดคึกคัก

เมนูจานเล็กช่วยเปิดมื้อได้อย่างสนุก โดยเฉพาะกัมแทซัมปลาหางเหลือง ซาชิมิห่อสาหร่ายที่เพิ่มรสชาติด้วยกิมจิ พริกฮาลาปิโน และน้ำมันงา ต่อด้วยต็อกโบกิไส้กรอกรากูต์ เนื้อเหนียวนุ่มเข้มข้นด้วยซอสมะเขือเทศและชีสพาร์เมซาน ก่อนปิดท้ายด้วยบิงซูผลไม้ตามฤดูกาลที่ช่วยเติมความสดชื่นได้อย่างพอดีหลังมื้ออาหาร

ที่ตั้ง: โรงแรมสินธร มิดทาวน์ กรุงเทพฯ 68 ซอยหลังสวน กรุงเทพฯ โทร: +66 2 796 8888 เปิดทุกวัน เวลา 17.00 - 02.00 น.

การโฆษณา
  • อาหารจีน
  • รัตนโกสินทร์

ธนา’ ถ่ายทอดอาหารจีน-ไทยผ่านสูตรอาหารประจำบ้านที่สืบทอดกันมากว่า 50 ปี ที่ซึ่งความทรงจำของครอบครัวและวัตถุดิบจากตลาดท้องถิ่นถูกถักทอเข้าด้วยกัน

ในย่านท่าเตียน TANA สร้างตัวตนขึ้นจากแนวคิดเรื่องความเป็นท้องถิ่น แต่ไม่ใช่ในความหมายที่ถูกหยิบมาใช้จนพร่ำเพรื่อเหมือนหลายร้านทั่วไป เพราะคำว่า ‘Local lifestyle by local people’ ของที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนคำประกาศจุดยืนมากกว่าสโลแกนทางการตลาด

ร้านตั้งชื่อตามตระกูล ‘ธนาโรจน์ปิยทัช’ และนำความทรงจำของสมาชิกหลายรุ่นในครอบครัวมาหลอมรวมอยู่ในอาหารแต่ละจาน สูตรอาหารจำนวนมากสืบทอดผ่านสมาชิกสายผู้หญิงในบ้านต่อเนื่องยาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ จนกลายเป็นรสชาติที่ทั้งอบอุ่น ละเมียด และเต็มไปด้วยเรื่องราวชีวิตประจำวันแบบไทย-จีนอย่างแท้จริง

ครัวของร้านได้รับแรงบันดาลใจจากประเพณีอาหารแต้จิ๋ว ผสมผสานกับกลิ่นอายไทยตลอดทั้งเมนู เกี๊ยวหมูไส้ไข่เค็มออร์แกนิกโดดเด่นสะดุดตา ความเข้มข้นของเกี๊ยวถูกตัดด้วยซอสเผ็ดสูตรโฮมเมด อาหารจานหลักมีให้เลือกทั้งไก่ผัดมัสมั่นใส่เม็ดมะม่วงหิมพานต์และปลากะพงหนังกรอบ แต่ส่วนสำคัญของร้านอยู่ที่หลังเคาน์เตอร์ ในลิ้นชักที่เต็มไปด้วยสมุนไพรจีนจากเยาวราช ซึ่งนำมาผสมในสตูว์หมูที่ปรุงด้วยสมุนไพรถึง 18 ชนิด

ที่ตั้ง: 117 ถ.มหาราช พระนคร กรุงเทพมหานคร โทร: +66 81 581 8028 เปิดวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 11.00 - 16.00 น.

  • พร้อมพงษ์

ข้าวอบหม้อดินสไตล์เกาหลี คือหัวใจของร้านอาหารเกาหลี-ไทยแห่งนี้ พื้นที่ขนาดกะทัดรัดที่เต็มไปด้วยบรรยากาศอบอุ่น เทคนิคการปรุงอันพิถีพิถัน รสชาติที่คิดมาอย่างละเอียด และเสน่ห์ของงานศิลปะที่โชว์อยู่ในทุกมุม

ร้านอาหารเกาหลี-ไทยขนาดกะทัดรัดที่อบอวลด้วยความอบอุ่นและรายละเอียดอันประณีต Sotthep หยิบเอาเทคนิคการทำอาหารเกาหลีมาผสานกับวัตถุดิบและรสชาติแบบไทยได้อย่างน่าสนใจ โดยมี “Sotbap” หรือข้าวอบหม้อดินเป็นหัวใจสำคัญของร้าน บรรยากาศภายในยังเติมมิติด้วยผลงานของ ถวัลย์ ดัชนี ที่ช่วยเชื่อมโลกของอาหารและศิลปะเข้าหากันอย่างสงบ

เมนูเด่นคือข้าวอบหม้อดินหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะข้าวต้มยำปูและไข่ปูที่เสิร์ฟพร้อมซอสซีฟู้ด กระเทียม หอมแดง พริก และมะนาว ทั้งยังมีข้าวหมึกดำ สลัดมะม่วงรสจัด และซุปไก่ใส ส่วนสายดื่มก็มีทั้งสาเกไทย จิน สาเกคราฟต์ และไวน์ธรรมชาติให้เลือกจับคู่กับอาหารได้อย่างสนุกสนาน

ที่ตั้ง: 27/1 ซอยสุขุมวิท 33 กรุงเทพฯ โทร: +66 92 270 8382 เปิดวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 17.00 - 23.00 น.

เรื่องเด่น
    บทความล่าสุด
      การโฆษณา