Bunticha P. - Time Out Thailand
Photograph: Bunticha P. - Time Out Thailand | Cosy Bangkok Restaurants
Photograph: Bunticha P. - Time Out Thailand

7 ร้านอาหารบรรยากาศอบอุ่นในกรุงเทพฯ ที่เหมาะกับวันฝนพรำ

7 ร้านอาหารบรรยากาศอบอุ่นในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่จะเปลี่ยนสภาพอากาศมืดครึ้มให้กลายเป็นมื้ออาหารสุดวิเศษ

Yokploy Chandrabha
การโฆษณา

ฝนตกทีไร หลายคนอาจเลือกกลับบ้านไวแล้วซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม แต่สำหรับสายกินแล้ว สภาพอากาศครึ้มๆ แบบนี้กลับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการหาร้านดีๆ นั่งพักกาย พักใจ พร้อมปล่อยให้กลิ่นอาหารอุ่นๆ ช่วยเติมความสุขให้วันฝนพรำ

ไม่ว่าจะเป็นมื้อญี่ปุ่นที่เสิร์ฟตรงหน้าเคาน์เตอร์บาร์ ร้านอาหารในบ้านไม้เก่าที่อบอวลด้วยเสน่ห์คลาสสิก หรือมื้อพิเศษที่ยิ่งอร่อยขึ้นเมื่อมองสายฝนโปรยผ่านกระจก บรรยากาศเหล่านี้ล้วนทำให้การออกจากบ้านในวันที่ฟ้าหม่นดูคุ้มค่ากว่าที่คิด

บทความนี้อ้างอิงจากลิสต์ของ Koktail Kuisine สัปดาห์นี้เราขอแนะนำ 7 ร้านอาหารบรรยากาศอบอุ่นทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่เหมาะสำหรับหลบฝน เติมพลัง และเปลี่ยนวันอากาศมืดครึ้มให้กลายเป็นอีกหนึ่งมื้อพิเศษที่น่าจดจำ เพราะบางครั้งเสียงฝนที่ตกอยู่ข้างนอก ก็อาจเป็นส่วนผสมสำคัญที่ทำให้อาหารมื้อนั้นอร่อยขึ้นกว่าทุกวันก็ได้

  • กรุงเทพฯ

หลบฝนออกนอกเมืองไปนั่งชิลในร้านสีฟ้าครามบรรยากาศอบอุ่น พร้อมลิ้มลองอาหารยุโรปสไตล์บิสโทรโนมีฝีมือเชฟเมล

ถ้าวันฝนตกทำให้คุณอยากขับรถออกจากเมืองไปหามื้อดีๆ ที่ทั้งสบายใจและสบายท้อง A Whale คือร้านที่น่าปักหมุดไว้เลย ตัวร้านอยู่ย่านสมุทรปราการใกล้บางนา แต่บรรยากาศให้อารมณ์เหมือนหลุดเข้าไปในบ้านพักริมทะเลสีฟ้าครามที่อบอุ่นด้วยแสงสีทองนวลๆ ด้านในแบ่งโซนไว้อย่างลงตัว ทั้งไวน์บาร์ คาเฟ่เล็กๆ และห้องอาหารหลักที่เหมาะกับการนั่งยาวๆ ฟังเสียงฝนพร้อมจิบไวน์สักแก้ว

ที่นี่เป็นอาณาจักรของ เชฟเมล รุจิโมระ ที่หยิบวัตถุดิบท้องถิ่นคุณภาพดีมาแปลงร่างเป็นอาหารสไตล์ยุโรปแบบบิสโทรโนมี กินง่ายแต่มีรายละเอียด เริ่มต้นมื้อด้วยสลัดมะเขือเทศสดๆ จากเชียงใหม่กับชีสสตรัคเซียเตลลาเนื้อครีมมี่ หรือฮัมมัสหอยแมลงภู่กับแผ่นแฟลตเบรดอุ่นๆ ก็ช่วยปลุกความสดชื่นในวันอากาศชื้นได้ดีมาก ส่วนจานหลักคือไฮไลต์ที่หลายคนตั้งใจมาซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นอกเป็ดดรายเอจเสิร์ฟคู่ลูกพลัมดองรสหวานอมเปรี้ยว หรือสเต็กที่ผ่านการบ่มอย่างพิถีพิถันจนได้รสเข้มลึกแบบพอดีๆ ทั้งหมดนี้ทำให้ A Whale เป็นร้านที่บาลานซ์คำว่าแคชชวลไฟน์ไดนิ่งได้อย่างน่ารัก คือกินจริงจังได้ แต่ไม่ต้องเกร็งเลยสักนิด

ที่ตั้ง: 668 ถนนบัวนครินทร์ สมุทรปราการ โทร: +66 95 235 3266 เปิดวันอังคาร-วันเสาร์ เวลา 17.30-22.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 11.30-22.00 น.

  • นานา

บ้านไม้สักหลังใหญ่ใจกลางสุขุมวิท ที่ชวนหลบฝนไปลิ้มรสอาหารไทยชั้นเลิศ พร้อมแกงมัสมั่นร้อนๆ สูตรซิกเนเจอร์ของเชฟนูรอ

หากกำลังมองหาร้านอาหารที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้หลบหนีจากความวุ่นวายของกรุงเทพฯ ในวันที่ฝนโปรยปราย Blue Elephant Sukhumvit คือหนึ่งในจุดหมายที่ตอบโจทย์ที่สุด บ้านไม้สักหลังใหญ่ที่ได้รับการบูรณะอย่างงดงามแห่งนี้ยังคงรักษาเสน่ห์แบบคลาสสิกเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่สถาปัตยกรรมอันสง่างามไปจนถึงบรรยากาศอบอุ่นที่ทำให้มื้ออาหารดูพิเศษขึ้นทันทีที่ก้าวเข้าไปด้านใน แม้หลายคนจะคุ้นเคยกับสาขาสาทร แต่สาขาสุขุมวิทก็มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน โดยเฉพาะในวันที่อากาศครึ้มและสายฝนกำลังตกพรำ เพราะตัวบ้านไม้เก่าแก่ยิ่งช่วยสร้างบรรยากาศราวกับกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ในคฤหาสน์ต่างจังหวัดที่เงียบสงบ ห่างไกลจากความเร่งรีบของเมืองใหญ่

เมนูที่ไม่ควรพลาดคือ แกงมัสมั่นเนื้อแกะ สูตรซิกเนเจอร์ของ เชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ แกงเข้มข้นหอมเครื่องเทศ เสิร์ฟพร้อมเนื้อแกะเลี้ยงแบบปล่อยอิสระที่เคี่ยวนานจนเปื่อยนุ่ม ยิ่งได้ทานในวันที่อากาศเย็นจากฝนตกก็ยิ่งเข้ากันอย่างลงตัว ส่วนใครอยากเพิ่มความสดชื่นให้มื้ออาหาร ลองสั่งสลัดส้มโอชมพูใส่ลูกชิ้นกุ้ง ที่รวมเอาความหวานฉ่ำของส้มโอนครชัยศรีเข้ากับกุ้งลายเสือน้ำลึกและกระเทียมเชียงรายได้อย่างมีมิติ

ที่ตั้ง: 27 ซอยสุขุมวิท 13 กรุงเทพฯ โทร: +66 2 115 9885 เปิดทุกวัน เวลา 17.30 - 22.00 น.

การโฆษณา
  • นานา

ร้านเม็กซิกัน-ไทยสุดคึกคักในสุขุมวิท 11 ที่เปลี่ยนวันฝนตกให้สนุกขึ้นด้วยทาโก้ทำสด ค็อกเทลดีๆ และอาหารรสจัดจ้านเต็มพลัง

บางครั้งสิ่งที่ต้องการในวันที่ฝนตกไม่ใช่ความเงียบสงบหรือซุปร้อนๆ แต่เป็นมื้ออาหารที่เต็มไปด้วยสีสันและความสนุก ซึ่งเป็นสิ่งที่ Molino Bangkok ทำได้อย่างยอดเยี่ยม ร้านอาหารและบาร์ค็อกเทลในซอยสุขุมวิท 11 แห่งนี้ก่อตั้งโดย เชฟ Lenny Nigro เชฟชาวนิวยอร์กผู้หลงใหลในอาหารเม็กซิกัน ที่นำประสบการณ์จากครัวเม็กซิกันมาผสมผสานกับรสชาติแบบไทยๆ ได้อย่างน่าสนใจ

ตั้งแต่เปิดร้านในปี 2024 Molino ก็กลายเป็นหนึ่งในจุดนัดพบของคนเมืองที่มองหาบรรยากาศสนุกเป็นกันเอง ตัวร้านเต็มไปด้วยพลังงานสดใส ดนตรีดีๆ และกลิ่นหอมของแป้งตอร์ติญ่าที่ทำสดภายในร้าน ซึ่งช่วยให้วันฝนพรำดูมีชีวิตชีวาขึ้นทันทีที่ก้าวเข้ามา เมนูของที่นี่หยิบเอาวัตถุดิบและรสชาติไทยมาจับคู่กับอาหารเม็กซิกันอย่างสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นทาโก้ข้าวหมูย่างที่อัดแน่นด้วยรสชาติเข้มข้น 

ลาบไก่กรอบที่ได้ความหอมจากสมุนไพรสด หรือไก่ทอดคลุกผงทาฮีนรสเปรี้ยวเค็มเผ็ดที่ยิ่งกินยิ่งเพลิน ส่วนใครที่อยากหาเมนูอบอุ่นรับวันฝนตก แนะนำให้ลองซุปตอร์ติญ่ารสเข้มข้นที่มาพร้อมแผ่นตอร์ติญ่ากรุบกรอบ เพิ่มทั้งความสบายท้องและความสบายใจได้ในชามเดียว

ที่ตั้ง: 21/4 ซอยสุขุมวิท 11 กรุงเทพฯ โทร: +66 92 572 6950 เปิดวันอาทิตย์-วันพุธ เวลา 07.00-01.00 น. และวันพฤหัสบดี-วันเสาร์ เวลา 07.00-02.00 น. 

  • พญาไท

ร้านอาหารไทยร่วมสมัยที่หยิบวัตถุดิบจากสายน้ำและสวนสมุนไพรบนดาดฟ้ามารังสรรค์เป็นเมนูรสจัดจ้าน เหมาะสำหรับวันฝนตกที่อยากได้อาหารอุ่นๆ ปลอบใจ

มีบางอย่างเกี่ยวกับฝนตกที่ทำให้เราโหยหารสชาติอาหารไทยเข้มข้นขึ้นเป็นพิเศษ และ ชมสินธุ์ คือหนึ่งในร้านที่ตอบโจทย์ความรู้สึกนั้นได้อย่างดี ร้านอาหารไทยร่วมสมัยภายใต้การดูแลของ เชฟบิ๊ก-วิรุณ สีสด ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความผูกพันกับสายน้ำและความทรงจำจากการเดินทางทางเรือของครอบครัว ผ่านเมนูที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบทะเลและปลาน้ำจืดคุณภาพดี

แม้จะตั้งอยู่ใจกลางเมือง แต่บรรยากาศของร้านกลับให้ความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลาย โดยเฉพาะในวันที่ฝนตก เพราะหลายเมนูได้ความสดชื่นจากสมุนไพรและผักที่ปลูกเองบนสวนดาดฟ้าของร้าน ช่วยเพิ่มมิติให้รสชาติอาหารและตัดความหม่นของวันอากาศครึ้มได้อย่างลงตัว

ไฮไลต์อยู่ที่เทคนิคการใช้ไฟแรงของเชฟบิ๊ก ซึ่งช่วยสร้างกลิ่นหอมรมควันอันเป็นเอกลักษณ์ให้กับเมนูต่างๆ โดยเฉพาะก๋วยเตี๋ยวกุ้งแม่น้ำย่างที่มีกลิ่นหอมชวนหิวตั้งแต่จานแรก นอกจากนี้ยังมีเมนูแกงปูรสเข้มข้นที่ใส่ทั้งใบชะพลูและใบชะครามจากสมุทรสงคราม เพิ่มความหอมเผ็ดร้อนจากเครื่องแกงที่ตำสดใหม่ทุกวัน ยิ่งได้ทานในวันที่ฝนโปรยลงมานอกหน้าต่าง ก็ยิ่งรู้สึกถึงความอบอุ่นแบบอาหารไทยที่ปลอบประโลมใจได้ดีที่สุด

ที่ตั้ง: ชั้น 4 โรงแรมอมารี กรุงเทพฯ 847 ถนนเพชรบุรี กรุงเทพฯ โทร: +66 2 653 9000 เปิดทุกวัน เวลา 11.30-23.00 น. 

การโฆษณา
  • อาหารเม็กซิกัน
  • เพลินจิต
  • แนะนำ

ร้านอาหารเม็กซิกันสองชั้นที่พาคุณหลบฝนไปสัมผัสรสชาติแท้จากเม็กซิโก ผ่านเคาน์เตอร์โอมากาเสะสุดอบอุ่นและบาร์อะกาเว่สุดคึกคัก
หากฝนตกทำให้คุณอยากหาที่นั่งยาวๆ พร้อมอาหารดีๆและบทสนทนาสนุกๆ Santiaga คือหนึ่งในร้านที่ควรอยู่ในลิสต์ ร้านอาหารเม็กซิกันขนาดกะทัดรัดแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ในบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง แต่เต็มไปด้วยรายละเอียดที่ทำให้มื้ออาหารน่าจดจำ โดยเฉพาะเคาน์เตอร์ชิมอาหารเพียงไม่กี่ที่นั่งที่เปิดโอกาสให้แขกได้ใกล้ชิดกับเชฟและเรื่องราวเบื้องหลังอาหารแต่ละจาน

ชั้นล่างของร้านเปรียบเสมือนเวทีของ เชฟ Mauricio Rosales Ungson ที่จะพาแขกออกเดินทางผ่านรสชาติจากหลากหลายภูมิภาคของเม็กซิโก บรรยากาศไม่ได้เคร่งขรึมแบบไฟน์ไดนิ่ง แต่เต็มไปด้วยความเป็นกันเองและการเล่าเรื่องที่ทำให้ทุกคำมีความหมายมากขึ้น ตั้งแต่ซอสโมเลสูตรดั้งเดิมไปจนถึงพริกยัดไส้เนื้อนุ่มละมุน ทุกจานสะท้อนทั้งเทคนิคและวัฒนธรรมอาหารเม็กซิกันได้อย่างน่าสนใจ

ส่วนชั้นบนจะเปลี่ยนอารมณ์ไปเป็นเลานจ์สบายๆ ที่เน้นเครื่องดื่มจากต้นอะกาเว่เป็นพระเอก เหมาะสำหรับการนั่งหลบฝน จิบค็อกเทล และแบ่งปันอาหารกับเพื่อนฝูง เมนูที่เข้ากันได้ดีมีทั้งทาโก้ปลาทูน่าครีบเหลืองรมควัน เคซาดีญ่าชีสเยิ้มๆ และเนื้อแกะบาร์บาโคอาที่ตุ๋นจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก ยิ่งจับคู่กับค็อกเทลซิกเนเจอร์อย่าง rosetta ก็ยิ่งทำให้ค่ำคืนฝนพรำกลายเป็นมื้อสังสรรค์ที่น่าประทับใจ

ที่ตั้ง: ตั้งอยู่เหนือร้าน Billy's Smokehouse เลขที่ 888/23-24 ถนนเพลินจิต กรุงเทพฯ โทร: +66 2 651 4399 เปิดวันจันทร์-วันเสาร์ เวลา 17.30-21.30 น.

  • นานา

ร้านอาหารอินเดียร่วมสมัยในสุขุมวิท 13 ที่อบอวลด้วยแสงสีอำพันและกลิ่นเครื่องเทศ พร้อมเมนูขาแกะตุ๋นซิกเนเจอร์

Benares ร้านอาหารอินเดียร่วมสมัยในซอยสุขุมวิท 13 โดดเด่นด้วยการตกแต่งโทนสีดำและทองที่ทั้งหรูหราและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน ขณะที่แสงไฟสีอำพันจากหลอดไฟแขวนเรียงรายทั่วร้านช่วยสร้างบรรยากาศชวนผ่อนคลาย ราวกับหลุดออกจากความวุ่นวายของกรุงเทพฯ ชั่วคราว

เมนูของร้านนำเสนออาหารอินเดียในรูปแบบร่วมสมัย แต่ยังคงเคารพรากฐานของรสชาติดั้งเดิมเอาไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเลือกสั่งอาหารแบบอะลาคาร์ตหรือเลือกสัมผัสประสบการณ์ผ่านเมนูชิมรสหลายคอร์ส ก็จะได้พบกับความซับซ้อนของเครื่องเทศและเทคนิคการปรุงที่พิถีพิถันในทุกจาน

จานที่ไม่ควรพลาดคือ นาลลี โกชต์ (Nalli Gosht) เมนูซิกเนเจอร์ที่หลายคนยกให้เป็นอาหารปลอบใจชั้นยอดในวันฝนตก เพราะจานนี้คือขาแกะที่ถูกตุ๋นด้วยไฟอ่อนนานกว่า 6 ชั่วโมงจนเนื้อนุ่มแทบละลาย ก่อนนำไปเคี่ยวในน้ำเกรวี่เข้มข้นหอมเครื่องเทศ และเพิ่มมิติด้วยน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิลเล็กน้อย ส่วนใครที่อยากสำรวจรสชาติอินเดียให้ลึกขึ้น เมนูเทสติงคอร์สของร้านก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะรวบรวมทั้งอาหารมังสวิรัติและเมนูเด่นอย่าง Dum Champaran Gosht มาไว้ในมื้อเดียว

ที่ตั้ง: สุขุมวิทเรสซิเดนซ์ 15 ซอยสุขุมวิท 13 กรุงเทพฯ โทร: +66 2 023 2113 เปิดทำการวันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-15.00 น. และ 17.30-23.00 น.

การโฆษณา
  • พญาไท

ร้านอาหารนานาชาติที่เปิดให้บริการตลอดวัน พร้อมด้วยการปรุงอาหารสด และ บุฟเฟต์อาหาร ค่ำในวันเสาร์

Amaya Food Gallery ซึ่งตั้งอยู่ภายในโรงแรม Amari Bangkok ภูมิใจนำเสนอรสชาติอาหารจากทั่วโลกด้วยเมนูอาหารหลากหลายที่ให้บริการตลอดทั้งวัน ที่นี่เป็นสถานที่ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับหลบฝน เพราะผนังกระจกบานใหญ่ช่วยให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาในห้องอาหารอย่างเต็มที่ สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและสดใส เป็นการหลีกหนีจากสภาพอากาศที่เลวร้ายได้อย่างดี

แขกสามารถเดินชมสถานีปรุงอาหารเพื่อดูตัวอย่างเมนูประจำวันก่อนที่จะลิ้มลองอาหารหลากหลาย ตั้งแต่หอยนางรมสดไปจนถึงเนื้อย่างนานาชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถานีเนื้อและเคาน์เตอร์ซูชิทำสดๆนั้นให้ประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้น ในวันเสาร์ ทางร้านจะมีบุฟเฟ่ต์อาหารเย็นตั้งแต่พระอาทิตย์ตกดินจนถึงดึก โดยมีขาปูและกุ้งแม่น้ำเป็นเมนูเด่น

ที่ตั้ง: โรงแรมอมารี กรุงเทพฯ 847 ถนนเพชรบุรี กรุงเทพฯ โทร: +66 2 653 9000 เปิดวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 06.00-22.30 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 06.00-23.00 น.  

เรื่องเด่น
    บทความล่าสุด
      การโฆษณา