Royal Osha
Photograph: Royal Osha
Photograph: Royal Osha

10 ร้านข้าวแช่น่าลองก่อนส่งท้ายซัมเมอร์

หน้าร้อนปีนี้ ถ้าอยากดับความร้อนด้วยความละเมียดละไมแบบไทยๆ ไม่มีอะไรเหมาะไปกว่าสำรับข้าวแช่

Lalitphat Bumrungkarn
การโฆษณา

ข้อมูลราคาและช่วงเวลาจำหน่ายอัปเดตสำหรับปี 2569 แล้ว อย่างไรก็ตาม บางร้านไม่ได้ระบุช่วงเวลาชัดเจน แนะนำให้โทรสอบถามหรือจองล่วงหน้าผ่านช่องทางทางการ เนื่องจากหลายแห่งต้องจองล่วงหน้าและมีจำนวนจำกัดต่อวัน

เข้าสู่ฤดูร้อนอีกครั้ง ก็ถึงเวลาของเมนูคลายร้อนแบบไทยแท้ ถ้าจะอธิบายแบบตรงไปตรงมาที่สุด ข้าวแช่คือ ‘ข้าวแช่น้ำเย็นหอมกลิ่นดอกมะลิ’ แต่คำอธิบายนี้ก็ให้ภาพได้พอๆ กับการบอกว่ามวยไทยเป็นแค่คาร์ดิโอเบาๆ เท่านั้นเอง ต้นกำเนิดของข้าวแช่ไม่ได้เริ่มในครัวกรุงเทพฯ แต่ย้อนกลับไปถึงอาณาจักรมอญในพื้นที่ที่ปัจจุบันคือประเทศเมียนมา ชาวมอญมีประเพณี ‘สงกรานต์’ หรือ ‘ติงจัน’ และนิยมรับประทานข้าวแช่น้ำเย็นในช่วงอากาศร้อนจัด เมื่อมีการอพยพเข้ามาในสยาม วัฒนธรรมนี้ก็ถูกนำติดตัวมาด้วย

ในช่วงแรก ข้าวแช่ไม่ใช่อาหารหรูหรา แต่เป็นวิธีคลายร้อนแบบเรียบง่ายตามวิถีชีวิต จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อ ‘เจ้าจอมมารดาซ่อนกลิ่น’ ซึ่งมีเชื้อสายมอญ ได้นำเมนูนี้เข้าสู่ครัวหลวง และเมื่อเข้าสู่ราชสำนัก สิ่งที่เคยเรียบง่ายก็ถูกยกระดับทันที รัชกาลที่ 5 ถึงกับมีพระราชดำรัสว่า ‘หากจะเสวยข้าวแช่อีกครั้ง ต้องเป็นฝีมือของเจ้าจอมมารดาซ่อนกลิ่นเท่านั้น’ เมื่อเหล่านางในและข้าราชบริพารเริ่มแข่งขันกันสร้างสรรค์สูตรของตัวเอง ข้าวแช่จึงพัฒนาเป็นอาหารที่ทั้งประณีต ซับซ้อน และเต็มไปด้วยรายละเอียด เป็นเวลานานที่อาหารจานนี้อยู่ไกลเกินเอื้อมสำหรับคนทั่วไป เชฟแมคแดงเคยกล่าวไว้ว่า ข้าวแช่คืออาหารไทยเพียงจานเดียวที่เรียกได้ว่าเป็น ‘อาหารชาววัง’ อย่างแท้จริง’

สิ่งที่ทำให้ข้าวแช่พิเศษ ไม่ใช่แค่ส่วนใดส่วนหนึ่ง แต่คือ ‘ทุกอย่างรวมกัน’ ข้าวต้องผ่านหลายขั้นตอนทั้ง ต้ม ขัด นึ่ง และรมควันด้วยเทียนอบ น้ำต้องแช่ดอกมะลิค้างคืน โดยใช้ดอกที่ยังไม่บานเต็มที่ เครื่องเคียงมีตั้งแต่ 6-10 อย่าง ทุกอย่างทำแยกกัน และต้องจัดเสิร์ฟอย่างสวยงาม มันจึงไม่ใช่แค่อาหาร แต่คือศิลปะ

ข้าวแช่มีขายเฉพาะช่วงหน้าร้อนเท่านั้น และหลายร้านทำเพียงไม่กี่สัปดาห์ หากคุณมีแพลนที่จะไปอยู่แล้ว หรืออ่านมาถึงตรงนี้แล้วอยากเปิดไปลองสักครั้ง นี่คือร้านที่เราคัดสรรมาให้แล้วว่าควรไป

  • อาหารไทย
  • ราชประสงค์

What is it? ร้านที่ได้รับรางวัล Bib Gourmand จากมิชลินไกด์ ไทยแลนด์ และอาจเป็นหนึ่งในสถานที่ในกรุงเทพฯ ที่ให้ความสำคัญกับข้าวแช่มากที่สุด ปี 2560 นี้ถือเป็นวาระครบรอบ 10 ปีของร้าน โดยทางครัวได้เพิ่มจำนวนเครื่องเคียงเป็น 10 รายการ เพื่อสื่อถึงการครบรอบดังกล่าวโดยเฉพาะ ซึ่งรวมถึงเมนูซิกเนเจอร์อย่างลูกไข่แดงเค็มทอด และ ‘ม้าอ้วน’ ของว่างโบราณ ที่ลูกค้าประจำมักสั่งเพิ่มอยู่เสมอ

Why we love it: มีการเพิ่มเมนูใหม่อีก 2 รายการ ได้แก่ พริกแห้งบางช้างทอด ยัดไส้ปลารมควันกรอบ และปั้นสิบจัมแลง เกี๊ยวสูตรดัดแปลงสำหรับเมนูนี้โดยเฉพาะ ตัวข้าวผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน ทั้งล้าง หุง ขัด นึ่ง และอบควันด้วยเทียนหอม ก่อนจะนำมาเสิร์ฟในน้ำลอยดอกมะลิที่เย็นชื่นใจ

Time Out tip: เซ็ตราคา 1,890 บาท สำหรับ 2 คน และจำเป็นต้องจองล่วงหน้า ไม่แนะนำให้วอล์กอิน หากสาขาหนึ่งเต็ม ยังมีอีกหนึ่งสาขาให้เลือก

ที่ ข้าว (Khao) สาขาเอกมัย 10 และถนนวิทยุ เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่วันนี้ - 31 พฤษภาคม

  • อาหารไทย
  • วัฒนา
  • 4 จาก 5 ดาว
  • แนะนำ

What is it? ข้าวแช่ประจำฤดูกาลของบ้านขนิษฐาเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่คนรักเมนูหน้าร้อนจดไว้ในลิสต์มาอย่างยาวนาน ทางครัวนำเสนอสิ่งที่เรียกว่า ‘ข้าวแช่ชาววัง’ ซึ่งเป็นแบบต้นตำรับตามแบบราชสำนักอย่างแท้จริง ปรุงตามสูตรชาววังที่เคร่งครัด และจัดเสิร์ฟเป็นสำรับที่ผ่านการคิดมาอย่างดี โดยแต่ละองค์ประกอบแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการทำอย่างชัดเจน

Why we love it: ปีนี้ร้านได้ขยายโอกาสในการเข้าถึงมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยสามารถนั่งรับประทานที่สาขาสาทรได้ รวมถึงมีรูปแบบบุฟเฟต์ในช่วงสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ อีกทั้งยังมีแบบอะลาคาร์ตให้เลือกทั้งสองสาขา สำหรับใครที่อยากสัมผัสประสบการณ์ที่บ้าน ก็มีตัวเลือกซื้อกลับตั้งแต่เซ็ตสำหรับ 1 คน ไปจนถึงชุดของขวัญพรีเมียมที่จัดมาในตะกร้าไม้ไผ่ หรือจะยกระดับบรรยากาศด้วยการนำไปทานบนเรือ ก็มีเวอร์ชั่นครูซที่เพิ่มความหรูหราเข้าไปอีกขั้น

Time Out tip: บุฟเฟต์ช่วงสุดสัปดาห์ที่สาขาสาทรถือว่าคุ้มค่า หากอยากค่อยๆ ลิ้มลองตามจังหวะของตัวเอง ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน แนะนำให้จองล่วงหน้า เพราะที่นี่เต็มเร็วมาก

ที่ บ้านขนิษฐา สาขาสาทร และสุขุมวิท 23 เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่วันนี้ - 31 พฤษภาคม บุฟเฟต์เริ่มต้น 1,190 บาท และมีอะลาคาร์ตให้บริการทุกวัน

การโฆษณา
  • Hotels
  • เจริญกรุง
  • ราคา 4 จาก 4
  • 5 จาก 5 ดาว
  • แนะนำ

What is it? ข้าวแช่ของ Mandarin Oriental ปีนี้อยู่ภายใต้การดูแลของเชฟป้อม พัชรา โดยอ้างอิงจากสูตรอาหารของครอบครัวที่สืบทอดกันมาหลายรุ่น ข้าวหอมมะลิถูกนำไปอบควันด้วย ‘อบเทียน’ ซึ่งเป็นเทียนหอมแบบไทยโบราณ เพื่อให้ได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ แบบควันและดอกไม้ ก่อนจะนำมาเสิร์ฟในน้ำเย็นลอยดอกไม้ เครื่องเคียงเรียงตามแบบฉบับชาววังดั้งเดิม ได้แก่ ลูกกะปิ ปลายี่สนตำเคี่ยวจนหวานลึก พริกหยวกยัดไส้ห่อด้วยไข่ฝอยบางเบา และหมูฝอยรสหวาน

Why we live it: การนำเสนอทั้งสองรูปแบบกล่องของขวัญ และปิ่นโตแบบไทยดั้งเดิม แสดงให้เห็นว่าทางโรงแรมเข้าใจดีว่าประสบการณ์ของข้าวแช่นั้นไม่ได้จบแค่บนโต๊ะอาหาร

Time Out tip: ต้องสั่งล่วงหน้า หากต้องการซื้อเป็นของขวัญ แนะนำแบบปิ่นโต เพราะพกพาง่ายและดูดีเมื่อถึงมือผู้รับ หากสาขาหนึ่งไม่สะดวก ยังมีอีกหลายสาขาให้เลือก

ที่ Mandarin Oriental Bangkok มีให้บริการทั้งหมด 4 สาขาในกรุงเทพฯ ได้แก่ สยามพารากอน, เกสรวิลเลจ, เอ็มโพเรียม และ พาร์ค สีลม  เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่วันนี้ - 15 พฤษภาคม

  • อาหารไทย
  • คลองเตย
  • ราคา 3 จาก 4
  • แนะนำ

What is it? Siam Tea Room จัดสำรับข้าวแช่สไตล์ชาววังที่ยกขบวนเครื่องเคียงมากกว่า 20 รายการ ไม่ว่าจะเป็นหัวไชโป๊วผัดจนเงาวาว ลูกกะปิปรุงรสด้วยกะปิตำกับกระชายและน้ำตาลโตนด หอมแดงยัดไส้ห่อด้วยแป้งไข่บางเฉียบ และปลายี่สนเคี่ยวคาราเมลที่แทบละลายในปาก

Why we love it: ข้าวมีให้เลือกสองแบบ คือข้าวหอมมะลิสุรินทร์สีขาว หรือข้าวสีฟ้าจากดอกอัญชัน ซึ่งให้สีโคบอลต์เข้มสะดุดตา ส่วนน้ำลอยดอกไม้ที่หอมและเย็นคือหัวใจสำคัญที่ช่วยประคองรสชาติทั้งหมดของสำรับ

Time Out tip: สมาชิก ‘Marriott Bonvoy’ และ ‘Club Marriott’ จะได้รับส่วนลด แนะนำให้ล็อกอินก่อนจอง หากอยากได้บรรยากาศวิวแม่น้ำ สาขา Asiatique รองรับได้ถึง 270 ที่นั่ง และเปิดถึงเที่ยงคืน ให้อารมณ์ต่างจากสาขาสุขุมวิทอย่างชัดเจน

ที่ Siam Tea Room โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค สุขุมวิท 22 และเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนท์ เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.00 - 17.00 น. วันนี้ - 31 พฤษภาคม

การโฆษณา
  • เพลินจิต

What is it? แทบไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการได้กินข้าวแช่ท่ามกลางสวนเขียวชอุ่มใจกลางเมือง รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่เก่าแก่และอาคารที่มีเรื่องราวเป็นของตัวเอง Ma Maison ตั้งอยู่ในบ้านปาร์คนายเลิศ ซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์มรดกที่อยู่คู่สังคมกรุงเทพฯ มาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 และสูตรข้าวแช่ของที่นี่ก็ว่ากันว่าอ้างอิงจากตำรับอาหารประจำบ้านของตระกูลนี้เอง

Why we love it: ข้าวใช้ข้าวหอมมะลิ ขัดจนได้ผิวมันวาวราวกับไข่มุก แล้วนำไปแช่ในน้ำลอยดอกมะลิ เครื่องเคียงทำในสไตล์ครัวบ้านๆ ที่ให้รสชาติอบอุ่นเหมือนฝีมือคุณยาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีเสมอ ปิดท้ายมื้อด้วยของหวานหน้าร้อนอย่างข้าวเหนียวมะม่วง หรือมะปรางลอยแก้ว

Time Out tip: หากเลือกได้ แนะนำให้จองรอบมื้อกลางวัน เพราะการได้กินข้าวแช่ในสวนช่วงเที่ยง ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ คือช่วงเวลาที่ดีที่สุด

ที่ Ma Maison บ้านปาร์คนายเลิศ ซอยสมคิด เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.00 - 14.30 น. และ 18.00 - 22.00 น. วันนี้ - 31 พฤษภาคม

  • ศาลาแดง
  • ราคา 2 จาก 4
  • 4 จาก 5 ดาว
  • แนะนำ

What is it? ชื่อของดุสิตธานีขึ้นชื่อมากในวงการการบริการของไทย และห้องอาหารเบญจรงค์ ห้องอาหารไทยประจำกลุ่มที่ตั้งอยู่ในย่านทองหล่อก็นำมรดกนั้นมาถ่ายทอดลงบนสำรับอาหาร ข้าวแช่ที่นี่มีรากฐานจากตำรับชาววังอย่างแท้จริง กล่าวคือทุกอย่างต้องเป๊ะ ประณีต และไม่มีทางลัด ข้าวหอมมะลิแช่เย็นลอยอยู่ในน้ำอบดอกไม้หอมกรุ่น เสิร์ฟคู่กับเครื่องเคียงที่ปรุงอย่างพิถีพิถันทุกชิ้น

Why we love it: การปรุงอาหารสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มดุสิตที่มีต่อเทคนิคอาหารไทยแบบดั้งเดิม ไม่มีการตีความใหม่ ไม่มีลูกเล่นเพื่อความแปลกใหม่โดยไม่จำเป็น มีเพียงการทำสิ่งเดิมให้ดีมาก โดยทีมครัวที่เข้าใจเมนูตรงหน้าอย่างลึกซึ้ง

Time Out tip: ชุดซื้อกลับบ้านราคา 1,890 บาท ถูกจัดมาให้พกพาสะดวก และเหมาะเป็นของขวัญอย่างยิ่ง หากมาทานที่ร้าน มื้อกลางวันจะให้บรรยากาศผ่อนคลายมากกว่ามื้อเย็น

ที่ ห้องอาหารเบญจรงค์ บ้านดุสิตธานี ราคาทานที่ร้านเซ็ตละ 1,099 บาท รับกลับบ้านเซ็ตละ 1,890 บาท เปิดให้บริการมื้อกลางวัน 11.00 - 14.30 น. และมื้อเย็น 17.30 - 22.00 น. ทุกวัน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

การโฆษณา
  • อาหารไทย
  • เพลินจิต

What is it? ข้าวแช่ประจำฤดูกาลของ Bangkok’78 อยู่ภายใต้การดูแลของหัวหน้าเชฟกอล์ฟ โดยเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน เซ็ตมีให้เลือกทั้งแบบนั่งทานที่ร้าน และแบบปิ่นโตสำหรับซื้อกลับบ้าน

Why we love it: ไฮไลต์ที่ทำให้เวอร์ชั่นนี้โดดเด่นคือชุดเครื่องดื่ม ‘Scent of Summer’ ซึ่งออกแบบมาให้ทานคู่กับข้าวแช่โดยเฉพาะ ประกอบด้วยเครื่องดื่มสมุนไพรคลายร้อน 3 ชนิด ได้แก่ ปลาแห้งแตงโม, ซัมชุนกรานิตา และมะลิ แต่ละแก้วไม่ได้มีไว้แค่เพิ่มความสวยงาม แต่มีบทบาทในการเสริมรสและขยายความสดชื่นของเมนูไปสู่เครื่องดื่มอย่างครบถ้วน ด้วยราคา 1,150 บาท สำหรับ 2 คนเมื่อทานที่ร้าน จึงถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดในลิสต์นี้

Time Out tip: เซ็ตปิ่นโตสำหรับซื้อกลับบ้านราคา 1,499 บาท เป็นตัวเลือกที่ดี หากอยากทานที่บ้านโดยยังคงความสวยงามของการจัดเสิร์ฟ มีให้บริการทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น ซึ่งยืดหยุ่นกว่าหลายร้าน

ที่ Bangkok’78  68 ซอยหลังสวน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 เปิดให้บริการทุกวัน เฉพาะมื้อกลางวัน ตลอดเดือนมีนาคม - เมษายน

  • Hotels
  • หลังสวน

What is it? Flourish ห้องอาหารแบบ all day dining ของ Sindhorn Kempinski นำเสนอข้าวแช่ที่ยังคงความสง่างามโดยไม่ทำให้ซับซ้อนเกินไป ข้าวหอมมะลิอบกลิ่นดอกไม้เสิร์ฟมาในน้ำเย็นหอมกรุ่น พร้อมเครื่องเคียงที่คัดสรรมาอย่างพอดี เช่น พริกหยวกยัดไส้กุ้งและหมูสับห่อด้วยไข่ฝอย และยำมะม่วงกุ้งกรอบ

Why we love it: ข้าวแช่เวอร์ชั่นนี้ให้ความรู้สึกเบาสบาย เหมาะกับฤดูกาลจริงๆ มากกว่าจะเน้นพิธีการเพียงอย่างเดียว อีกทั้งยังมีตัวเลือกราคา 3 รูปแบบ ได้แก่ นั่งทานที่ร้าน กล่องซื้อกลับบ้าน และตะกร้ากระจูด ซึ่งเป็นภาชนะสานแบบไทยดั้งเดิม

Time Out tip:
ช่วงเวลาให้บริการเฉพาะมื้อกลางวัน (12.00 - 15.00 น.) ช่วยให้เมนูนี้ยังคงความพิเศษ ไม่กลายเป็นสิ่งที่หาได้ทั่วไป หากให้ความสำคัญกับการนำเสนอ แนะนำเลือกเซ็ตตะกร้ากระจูด ราคา 1,990 บาท

ที่ Flourish, Sindhorn Kempinski Hotel Bangkok เลขที่ 80 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี ราคาเริ่มต้นนั่งทานที่ร้าน 990 บาท ซื้อกลับบ้านเริ่มต้น 1,290 บาท ตะกร้ากระจูด 1,990 บาท เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 12.00 - 15.00 น. ตั้งแต่วันนี้ - 30 เมษายน

การโฆษณา
  • อาหารไทย
  • เพลินจิต

What is it? เมนูฤดูร้อนของ ‘รอยัล โอชา’ ยกย่องข้าวแช่ผ่านเซ็ตอาหารที่ออกแบบมาอย่างเป็นลำดับ เน้นรสชาติที่เบาสบายและใช้วัตถุดิบพรีเมียมจากทั่วประเทศไทย จุดเด่นที่สุดของที่นี่คือการใช้น้ำแร่ pH 8.88 มาทำน้ำลอยดอกมะลิ โดยเชื่อว่าค่าความเป็นกรด-ด่างมีผลต่อการกระจายตัวของกลิ่นมะลิ และความรู้สึกของข้าวบนลิ้น ซึ่งสามารถสัมผัสได้จริง น้ำมีความใสและสดชัด ช่วยยกระดับทั้งจานให้แตกต่าง

Why we love it: เซ็ตนี้ถูกออกแบบให้เป็นมื้ออาหารเต็มรูปแบบ มีจุดเริ่มต้นและจุดจบที่ชัดเจน เริ่มด้วย ‘ม้าฮ่อ’ หมูและกุ้งสับผัดเครื่องเทศรสคาราเมล เสิร์ฟบนส้มโอแกะสลัก และปิดท้ายด้วยซัมชุนกรานิตา ของหวานผลไม้รวมแบบไทยที่ถูกนำมาตีความใหม่ในรูปแบบน้ำแข็งเกล็ดละเอียด ทุกอย่างถูกคิดมาอย่างครบถ้วนตั้งแต่ต้นจนจบ

Time Out tip: มีเซ็ตปิ่นโตสำหรับซื้อกลับบ้าน ราคา 2,300 บาท ซึ่งเหมาะเป็นของขวัญอย่างยิ่ง ส่วนเซ็ตทานที่ร้านราคา 1,350 บาท คุ้มค่ากว่าหากต้องการสัมผัสประสบการณ์แบบเต็มรูปแบบ

ที่ รอยัล โอชา ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 12.00 - 23.00 น. จนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม

  • อาหารไทย
  • บางรัก

What is it?  มีร้านอาหารในกรุงเทพฯ ไม่กี่แห่งที่สามารถอ้างอิงสายตระกูลได้ชัดเจนเท่ากับ Thanying ชื่อนี้แปลว่า ‘สตรีชั้นสูง’ ในภาษาไทย และไม่ได้เป็นเพียงชื่อที่ตั้งให้ดูสวยงามเท่านั้น ร้านก่อตั้งโดย ‘พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ’ สมาชิกของราชสกุล โดยมีจุดประสงค์ชัดเจนในการนำอาหารชาววังมาสู่โต๊ะอาหารที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ และแนวคิดนี้ก็ยังคงดำเนินต่อเนื่องมาหลายทศวรรษ ข้าวแช่ของที่นี่เป็นหนึ่งในเมนูที่ถูกกล่าวถึงบ่อยที่สุดในกลุ่มคนที่รู้จักอาหารจานนี้อย่างลึกซึ้ง รวมถึงเชฟฮ่อง ไทยมี จากนิวยอร์ก ที่ยกให้ว่า ‘ไม่เหมือนใคร’ และชื่นชมว่าเป็นสูตรชาววังแท้ที่หาได้ยาก

Why we love it:
ครัวของที่นี่ใช้สูตรดั้งเดิมที่สืบทอดมาจากวังสุโขทัย และ ‘พริกหยวกสอดไส้’ ซึ่งยัดไส้หมูและกุ้ง ห่อด้วยไข่ฝอยบางเฉียบ คือจานเด่นที่โดดเด่นที่สุด ข้าวถูกอบกลิ่นมะลิและเสิร์ฟแบบเย็นตามมาตรฐานชาววัง คือเย็นพอให้สดชื่น แต่ไม่เย็นจนกลบรสชาติของเครื่องเคียง บรรยากาศของร้านยังคงมีเสน่ห์แบบคลาสสิกที่ไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้ง่ายๆ ให้ความรู้สึกเหมาะสมกับอาหารที่มีรากฐานจากราชสำนัก

Time Out tip: ร้านตั้งอยู่ระหว่างซอยสีลม 17 และ 19 และใช้เวลาเดินเพียง 3 นาทีจาก BTS สุรศักดิ์ เดินทางง่าย

ที่ Thanying 10 ถนนประมวญ สีลม เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.30 - 22.00 น.

เรื่องเด่น
    บทความล่าสุด