Delivery Unboxing: รวมรีวิวเดลิเวอรี่จากร้านอาหารในกรุงเทพฯ

เปิดกล่องให้ชมกันเต็มๆ ตา ว่าร้านไหนจะมีเมนูอะไรเด็ด น่ากดสั่งมากินที่บ้านบ้าง

Time Out Bangkok
Time Out Bangkok

แม้ว่าสถานการณ์ข้างนอกจะไม่ชวนให้ออกไปนั่งรับประทานอาหารสักเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่าไม่เป็นอุปสรรคสำหรับคนที่อยากกินอาหารดีๆ รสชาติสุดพิถีพิถันจากหลายร้านคุณภาพ ไม่ว่าจะส่งตรงจากครัวโรงแรมห้าดาว ร้านอาหารดีกรีมิชลิน หรือร้านอร่อยลับๆ ที่มีเมนูเด็ด แต่หลายคนยังไม่ค้นพบ ซึ่งทั้งหมดที่เราจะแนะนำกันนี้ ทุกคนก็สามารถสั่งมาชิมเองถึงบ้านได้เช่นกัน

ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดเป็นคอนเทนต์พิเศษจากเรา Time Out's Unboxing ที่จะมาแกะกล่อง เปิดฝาเมนูเด็ดที่ส่งมาจากหลายร้านอาหารต่างๆ เพื่อให้ทุกคนได้ชมเรียกน้ำย่อยว่า เมนูที่คุณกำลังจะกดสั่งต่อไปนี้ จะมีหน้าตาและรสชาติที่คุ้มค่ามากแค่ไหน?

ถ้าใครอยากสั่งเมนูเดลิเวอรีที่แปลกใหม่ หรือต้องการมื้อพิเศษๆ ให้มาส่งถึงบ้าน เตรียมพบกับการ รีวิวเมนูเดลิเวอรี’ จากหลายร้านอาหารได้กับเรา เพราะ Time Out จะมาเปิดกล่องให้ดูกันแบบเรียลๆ!

รวมรีวิวเมนูเดลิเวอรี่จากร้านทั่วกรุงเทพฯ

รีวิวเบนโตะสุดพรีเมียมจาก ‘Kinu by Takagi’ ห้องอาหารไคเซกิแห่งโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล
Restaurants

รีวิวเบนโตะสุดพรีเมียมจาก ‘Kinu by Takagi’ ห้องอาหารไคเซกิแห่งโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล

ครั้งแรกที่ได้ยินว่าห้องอาหารญี่ปุ่นแบบไคเซกิ Kinu by Takagi (คินู บาย ทาคากิ) มีเมนู ‘เบนโตะเดลิเวอรี’ เราก็พอเดาออกว่าสิ่งที่อยู่ข้างในต้องเต็มไปด้วยความพิถีพิถันสมกับความพรีเมียมของร้านอาหารอย่างแน่นอน แต่ถึงอย่างนั้น ก็อดสงสัยไม่ได้อยู่ดีว่า ต้องพรีเมียมถึงขนาดไหนถึงจะคุ้มค่ากับราคาที่ตั้งไว้สูงอยู่พอสมควร วันนี้เราเลยจะมาแกะกล่องแบบเจาะลึก และชิมแต่ละเมนูให้ทุกคนดูกัน ว่าทำไมเบนโตะกล่องนี้ถึงคู่ควรสำหรับนักชิมที่คิดถึงรสชาติอาหารอันเต็มไปด้วยรายละเอียดที่ละเมียดละไม Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok อย่างแรกเลยคือ เบนโตะนี้ส่งมาจากห้องอาหาร Kinu by Takagi ที่มีเจ้าของเป็นเชฟชาวญี่ปุ่น ‘ทาคากิ คาซึโอะ (Takagi Kazuo)’ ผู้เป็นเจ้าของร้านอาหาร Kyoto Cuisine Takagi แห่งเมืองอะชิยะ ที่ครองดาวมิชลิน 2 ดวงได้นานหลายปีซ้อน โดยเชฟเดินทางมาประเทศไทยและเปิดร้านอาหารแห่งนี้ขึ้นในโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ตั้งใจทำเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นแบบ ไคเซกิ หรือจะเรียกง่ายๆ ว่าเป็น ไฟน์ไดนิ่งแบบญี่ปุ่น ก็ได้ และทั้งร้านจะมีเพียง 10 ที่นั่งต่อรอบเท่านั้น ตอนนี้เชฟทาคากิจะเป็นที่ปรึกษาประจำห้องอาหาร Kinu และมีเชฟผู้ดูแลคนปัจจุบันคือ 'โนริฮิสะ มาเอดะ (Norihisa Maeda)' ที่จะมาเสิร์ฟอาหารญี่ปุ่นสไตล์เกียวโตให้เราไปลองชิมกัน รวมถึงเบนโตะสุดพรีเมียมนี้ด้วยที่เชฟเป็นคนปรุงเองทั้งหมด และยึดขั้นตอนการจัดเตรียมแบบญี่ปุ่นโดยแท้ เริ่มตั้งแต่กล่องเบนโตะที่จะส่งมาให้เราในห่อผ้าแบบ ‘ฟุโรชิกิ’ ตามประเพณีการมอบของให้กันของชาวญี่ปุ่น ซึ่งผ้าที่ใช้นั้นเป็นผ้าไหมชิโบริที่มัดย้อมด้วยฝีมือคนไทย เป็นลายดอกโคลเวอร์ 4 กลีบที่หมายถึง ความโชคดี ทั้งหมดจะมาพร้อมกับ กล่องใส่ตะเกียบไม้อย่างดี (และมีเฉพาะคุณเท่านั้น) ของหวานประจำวัน และขนมปิดท้ายมื้อแบบ petist fours ที่ปกติแล้วจะเสิร์ฟให้แขกในร้านอาหารไฟน์ไดนิ่ง Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok เมื่อเปิดกล่องจะเจอกับอาหารทั้งหมด 12 อย่าง ที่ถูกจัดเรียงมาอย่างสวยงาม ประณีต ซึ่งหนึ่งในนั้นจะมีเมนูซิกเนเจอร์ของเชฟทาคากิที่ไม่เคยถูกนำออกจากใบเมนูเลยด้วย และก่อนจะชิมถ้าหากสังเกตุก็จะพบอีกว่า ในกล่องนี้ไม่มีอาหารดิบเลย เนื่องจากโรงแรมมีฝ่ายตรวจสอบคุณภาพอาหารก่อนส่งถึงมือลูกค้า และสั่งห้ามไว้ว่าห้ามเสิร์ฟของดิบเด็ดขาด เพื่อป้องกันคุณภาพอาหารเสียระหว่างขนส่ง เอาล่ะ มาเริ่มชิมกันดีกว่า โดยเริ่มจากช่องบนสุดที่มีเมนู ได้แก่ ไข่เจียวดาชิ ปลาย่างประจำวัน ฟักทองไส้ฟัวกราส์ ปลาคินเมะไดทอด กุ้งคุรุมะทอด และหอยนางรมฮอกไกโดทอดกรอบ ซึ่งช่องนี้เราขอยกให้ ‘ไข่เจียวดาชิ’ เป็นไฮไลท์ที่รสชาติแปลกใหม่ที่สุด เพราะเชฟใช้น้ำสต็อกดาชิผสมลงไป จนได้ไข่เจียวแบบญี่ปุ่นที่รสชาติกลมกล่อม Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok ถัดมาเป็นเมนูชิ้นเดียวที่ควรกินในหนึ่งคำ ‘หัวไชเท้าพันปูยักษ์และยูสุเจลลี่’ ที่เชฟค่อยๆ ฝานหัวไชเท้าญี่ปุ่นให้เป็นแผ่นบางยาว เพื่อจะนำมาพันรอบเนื้อปูยักษ์ได้ ก่อนราดด้วยซอสรสเปรี้ยวสดชื่น คำนี้จะกินเพื่อเปิดการรับรส หรือจะเก็บไว้กินท้ายสุดก็ดี ส่วนช่องถัดมาจะเป็น ล็อบสเตอร์จากจังหวัดชิซูโอกะ ที่เชฟปรุงให้มีรสชาติพิเศษ แล้วเสิร์ฟคู่กับแอสพารากัสและซอสมิโสะที่ผสมพริกไทยญี่ปุ่น มาพร้อมเครื่องเคียงอย่าง หอยเชลส์ หนวดหมึกยักษ์ และ ‘ถั่วดำหวาน’ ซึ่งเชฟบอกว่าเป็นสิ่งที่เบนโตะของชาวญี่ปุ่นจะขาดไปไม่ได้เลย Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok   Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok มาถึงเมนูที่เป็นแวววาวสะกิดตาที่สุดตั้งแต่เปิดกล่อง เพราะโรยด้วยอิคุระ หรือไข่ปลาแซลมอนสดใหม่ และเนื้อปลาแซลมอนที่ปรุงแบบ slow cook ส่วนด้านล่างจะเป็นข้าวซูชิจากญี่ปุ่นที่เชฟปรุงด้วยรสชาติตามญี่ปุ่นต้นตำรับ ซึ่งบอกเลยว่าเป็นข้าวซูชิที่รสชาติดีที่สุดเท่าที่เคยชิมมา ช่องถัดมาจะเป็น ซิกเนเจอร์เมนูของเชฟทาคากิที่ต้องเสิร์ฟไม่ว่าซีซั่นไหนก็ตาม นั้นก็คือ “หอยเป๋าฮื้อและไข่หอยเม่นนึ่ง ราดซอสตับหอยเป๋าฮื้อ” เป็นเมนูที่เต็มไปด้วยความสดใหม่และพรีเมียมของวัตถุดิบที่อยากให้ทุกคนได้ลองชิมเอง ก่อนจะขยับมาช่องสุดท้ายที่เป็นเมนูหลัก โดยจะมีให้เลือก 2 แบบ คือ “เนื้อวากิวย่างสไตล์ญี่ปุ่น” ที่เชฟนำเนื้อไปปรุงหลายขั้นตอน จนออกมาเป็นเนื้อวากิวฉ่ำซอสที่กินแล้วละลายในปาก และสำหรับคนไม่กินเนื้อก็จะเป็น หมูคุโรบูตะย่างสไตล์ญี่ปุ่น ที่รสชาติดีไม่แพ้กัน Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok เบนโตะกล่องนี้เชฟเล่าว่าใช้เวลาจัดเตรียมกันข้ามวัน ก่อนจะปรุงแต่ละอย่างแล้วจัดเรียงใส่กล่องอีกหลายชั่วโมง เพื่อให้อาหารมีรสชาติและรสสัมผัสที่ดีที่สุดแม้จะอยู่ในกล่องเมื่อถึงมือลูกค้า แถมมีทั้งของหวานกับเซอร์ไพรส์อีกเล็กน้อยที่ทีมต้องจัดเตรียมให้อย่างพิถีพิถันด้วย ซึ่งพวกเราสามารถดูขั้นตอนการเตรียมเบนโตะได้ผ่านคิวอาร์โค้ด ซึ่งจะเป็นวิดีโอตอนเชฟเตรียมเบนโตะ เอาไว้เปิดดูขณะกินไปด้วยจะได้รู้สึกเหมือนตอนนั่งมองเชฟเสิร์ฟไคเซกิ หากใครอยากลองสัมผัสความพรีเมียมของเบนโตะสไตล์ญี่ปุ่นจาก Kinu by Takagi ต้องจองล่วงหน้า 1 วัน และสั่งได้ทาง mandarinorientalshop.com Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok  

‘IGNIV’ เดลิเวอรี่สำหรับคนชอบกินขนมปัง กับเมนูอบสดใหม่ที่ชวนกดสั่งซ้ำ
Restaurants

‘IGNIV’ เดลิเวอรี่สำหรับคนชอบกินขนมปัง กับเมนูอบสดใหม่ที่ชวนกดสั่งซ้ำ

ตั้งแต่ลองสั่งขนมปังมากินที่บ้านจากหลายๆ ร้าน ต้องยกให้ขนมปังจากร้าน Igniv (อิกนีฟ) เป็นขนมปังที่เราอยากสั่งมากินซ้ำมากที่สุดร้านหนึ่งเลย เพราะนอกจากความหอมที่อบส่งมาถึงมือร้อนๆ อีกอย่างก็คือรสชาติขนมปังที่ไม่ซ้ำกับทั่วไป รวมถึงคุณภาพที่ดีสมกับส่งมาจากร้านอาหารระดับไฟน์ไดนิ่งด้วย เมนูที่ร้านเปิดให้สั่งเดลิเวอรีได้จะเป็นอาหารสไตล์คอมฟอร์ทฟู้ดที่เน้นแบ่งกันกินได้ด้วย อย่างเช่น ฮอทดอก แซนด์วิช เบอร์เกอร์ หรือขนมปังก้อนใหญ่ ซี่งปกติแล้ว Igniv ก็โดดเด่นว่าเป็นร้านอาหารแบบหรูที่เน้นการ sharing หรือแบ่งกินด้วยกันอยู่แล้ว ร้านก็เลยมีบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง เหมือนนั่งกินอาหารอยู่ในบ้านที่มีเชฟฝีมือดี ดังนั้น เมนูที่จะส่งให้ทุกคนได้ลองกันที่บ้านก็รับรองว่าจะทำให้รู้สึกอบอุ่นและแบ่งกันกินได้เช่นกัน Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok   Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok เมนูพิเศษที่น่าลองก็คือ ฮอทดอก 3 แบบ ที่ปกติเชฟทำกินเองกับครอบครัวและเพื่อน กล่องหนึ่งจะเสิร์ฟมาให้ 3 ชิ้นใหญ่ๆ โดยแตกต่างกันที่ท็อปปิ้งล้นๆ ที่เราเลือกได้ก็คือ Asparagus Truffle (600 บาท/3 ชิ้น), Cucumber Smoked Mayonnaise (450 บาท/3 ชิ้น) และ Red Cabbage Mustard (390 บาท/3 ชิ้น) หรือใครจะเลือกอย่างละชิ้นในกล่องเดียว (480 บาท) ก็ได้เหมือนกัน นอกจากนี้ก็ยังมี แซนด์วิชขนมปังพานินี่ไส้ไก่ (260 บาท) ที่กรอบนุ่ม หรือ "ของหวาน" ที่เป็นไฮไลท์จาก Igniv ซึ่งสั่งมากินที่บ้านได้ด้วย เพราะปกติจะให้คนมากินอาหารที่ร้านเท่านั้น สามารถหยิบใส่กล่องกลับไปแบ่งคนอื่นได้เลย แต่ตอนนี้ใครติดใจขนมชิ้นไหนอยู่ ก็สั่งมากินพร้อมกันได้แบบจุใจ อย่างเช่น คานาเล่ มาการอง เจลลี่ผลไม้ หรือ ถั่วเคลือบช็อกโกแลตที่บอกเลยว่าสั่งมากล่องเดียวก็ไม่พอแน่ๆ เพราะทุกคนต้องหยิบกันเพลินจนหมดเสียก่อน แต่มีอีกเมนูที่อยากให้คนรักขนมปังได้ลองจริงๆ นั่นก็คือ ขนมปังมะเขือเทศใบโหระพา (240 บาท/250 กรัม) เป็นเมนูที่เราชอบมากที่สุด เพราะจะกินกับเนยโฮมเมดของร้านก็เข้ากันดี หรือจะนำไปอบร้อนๆ แล้วกินเป็นมื้อเช้าง่ายๆ กับกาแฟ ออมเล็ต หรือสลัด ก็เป็นมื้อแรกของวันที่แปลกใหม่ มีรสชาติน่าสนใจมากๆ โดยทุกคนสามารถดูเมนูทั้งหมดได้ ที่นี่ Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok Igniv Bangkok เปิดอยู่ในโรงแรม The St. Regis มีบริการส่งฟรีในเขตกรุงเทพฯ เมื่อสั่งถึงขั้นต่ำ 1,500 บาท สามารถสั่งเดลิเวอรีได้ทุกวัน ตั้งแต่ 12.00 - 20.00 น. สอบถามหรือสั่งอาหารได้ทาง line: @StRegisBangkok หรือโทร 02-207-7777

สั่งชีสและโคลด์คัทมากินที่บ้านได้จาก ‘Vivin Grocery’ ร้านของชำที่มีแต่เมนูเด็ดห้ามพลาด
Restaurants

สั่งชีสและโคลด์คัทมากินที่บ้านได้จาก ‘Vivin Grocery’ ร้านของชำที่มีแต่เมนูเด็ดห้ามพลาด

หลายคนอาจยังไม่คุ้นชื่อร้าน วิวัง กรอเซอรี (Vivin Grocery) กันเท่าไหร่ เพราะจะบอกว่าที่นี่เปิดเป็นร้านอาหารเสียเลยก็คงไม่ใช่ แต่เรียกว่าเป็น ‘ร้านของชำสไตล์ยุโรป’ ที่เสิร์ฟอาหารทำจากวัตถุดิบสดใหม่ในร้านด้วยจะถูกต้องกว่า และอาจเพราะวัตถุดิบที่วางขายก็เลือกมาแต่ของคุณภาพอยู่แล้ว ทำให้เมนูอาหารของ Vivin มีรสชาติสูสีกับร้านอาหารดีๆ ได้เลยล่ะ หากใครยังไม่เคยรู้จักก็อาจลองอ่านรีวิวร้าน Vivin ก่อนได้ เพราะปกติแล้วร้านจะเปิดให้มานั่งกินแบบ dine-in ได้เช่นร้านอาหารทั่วไป แม้จะมีที่นั่งไม่มาก แต่บรรยากาศและเมนูอาหารก็คุ้มค่ากับการเดินทางมาแน่นอน ส่วนคนไหนที่อยากเดลิเวอรีมากินที่บ้าน เราว่ารสชาติและคุณภาพอาหารก็ทำได้ดีพอๆ กับตอนนั่งกินที่ร้านเลย แถมมีบางเมนูที่หาสั่งไม่ได้จากทั่วไปด้วย อย่างเช่น เซ็ตเนื้อโคลด์คัทและชีส ที่เหมาะสำหรับคนหาของกินเล่นระหว่างจิบไวน์ หรือ ผักผลไม้ ขนมปังต่างๆ ที่ใช้สำหรับทำอาหารเองที่บ้าน เผื่อว่าคนไหนไม่อยากออกไปช็อปปิ้ง Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok เมนูที่เราไม่อยากให้ทุกคนพลาดสั่งก็คือ ‘แซนด์วิช’ ที่ใช้ขนมปังซาวโดว์เสิร์ฟมาเป็นชิ้นเรียวยาว มีขนาดให้เลือก 20 และ 40 เซนติเมตร สิ่งที่ทำให้เราชอบก็คือแม้จะมีชิ้นใหญ่ แต่กลับกินไม่ลำบาก เพราะกัดแล้วพอดีคำ แถมขนมปังก็กรอบนุ่มดีด้วย เมนูที่ได้ชิมไปคือ Jambon-Fromage Sandwich (280/495 บาท) เป็นแซนด์วิชแฮมชีสที่ขายดีที่สุดของร้าน โดยใช้แฮมโฮมเมดสไตล์ฝรั่งเศส กับชีสสไตล์สวิตฯ ที่ผลิตจากเชียงใหม่ ก่อนตัดรสด้วยพริกดอง ส่วนไฮไลท์ที่คนรักชีสอาจจ้องตาเป็นวาวก็คือ ‘เซ็ตชีสและโคลด์คัท’ ที่จัดแบ่งมาให้อย่างน่ากิน ในกล่องหนึ่งจะมีทั้งเนื้อและชีส (หรือสั่งชีสล้วนก็ได้) ที่จะสไลซ์มาให้แบ่งกินได้ 2-3 คนต่อกล่อง โดยชุดที่เราได้รับมาวันนี้คือ APÉRO BOX Classic (792 บาท) ที่ประกอบไปด้วย เนื้อโคลด์คัท 5 ช่อง, ชีส 3 ช่อง, ชัทนีย์ 1 ช่อง และ บาแก็ตจิ๋ว 2 ชิ้น Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok เมนูอาหารอื่นๆ ที่สามารถสั่งได้อีกก็มีอย่างเช่น กงฟีเป็ด (390 บาท) ขาเป็ดตุ๋นน้ำมันที่ผิวกรอบนอก ฉ่ำใน มาพร้อมมันบดกับผักออร์แกนิก เบอร์เกอร์บลูชีส (350 บาท) ที่เราเคยรีวิวไปแล้ว และยังคงอยากแนะนำต่อ หรือ สลัดชีสฮาลูมี (295 บาท) เป็นสลัดชีสนมวัวจาก จ.เชียงราย นอกจากนี้ก็ยังมีวัตถุดิบทำอาหารต่างๆ จำพวกผัก ผลไม้ ขนมปัง เนย เส้นพาสต้า ที่สามารถสั่งเดลิเวอรีให้ไปส่งถึงบ้านพร้อมกับมื้ออาหารได้เช่นกัน เผื่อว่ากินอิ่มแล้วอยากทำอาหารต่อสำหรับมื้อถัดไป ทุกคนสามารถสั่งอาหารผ่านเว็บไซต์ https://vivingrocery.com ได้โดยตรง โดยจะส่งฟรีหากสั่งถึงขั้นต่ำตามพื้นที่ที่กำหนด หรือ คนไหนจะเรียกรถให้มารับเองที่ร้านก็ได้เช่นกัน

Mrs.Wu Hot Pot ชาบูพร้อมส่งถึงบ้านที่คุณจะนั่งกินกี่คนก็ได้
Restaurants

Mrs.Wu Hot Pot ชาบูพร้อมส่งถึงบ้านที่คุณจะนั่งกินกี่คนก็ได้

ถึงตอนนี้ร้านอาหารจะเปิดให้นั่งกินที่ร้านได้แล้ว แต่ก็มีข้อจำกัดที่ทำให้เสียอรรถรสในการกินอยู่พอสมควร โดยเฉพาะอาหารที่ต้องนั่งกินร่วมโต๊ะกันอย่าง ‘ชาบู’ ช่วงที่ผ่านมาหลายคนอาจจะตั้งหม้อทำชาบูกินที่บ้านเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ก็นั่นแหละ กว่าจะได้กินก็ต้องเสียเวลาเตรียมของอยู่นานใช่ไหม วันนี้เราเลยจะมาชวนสั่ง Shabu to go จาก Mrs.Wu Hot Pot ที่นอกจากจะสะดวกแล้วยังได้กินชาบูอร่อยๆ เหมือนไปนั่งกินที่ร้านเลย Tanisorn Vongsoontorn / Time Out Bangkok ชาบูพร้อมส่งจาก Mrs.Wu มีให้เลือกทั้งแบบกินคนเดียว ราคาชุดละ 399 บาท สำหรับชุดหมู และ 499 บาท สำหรับชุดเนื้อ ทั้งสองชุดส่งถึงบ้านพร้อมเนื้อสัตว์ เนื้อตุ๋น ลูกชิ้น ชุดผัก และหม้อกระดาษ 1 ใบที่ใช้ได้กับทั้งเตาแก๊สและเตาแม่เหล็กไฟฟ้า ให้คุณอร่อยได้แบบไม่ต้องล้างหม้อ แต่ต้องรีบสั่งหน่อยเพราะทางร้านบอกว่ามีจำนวนจำกัด โดยโปรโมชั่นชุดนี้สั่งได้เฉพาะทางไลน์ @MRSWU หรือสั่งผ่านเพจร้านเท่านั้น Tanisorn Vongsoontorn / Time Out Bangkok ส่วนใครอยากนั่งล้อมวงจุ่มกับเพื่อน 3-4 คน ก็มี Signature Set ที่เลือกได้ระหว่าง เลือกได้ระหว่าง ชุดหมู+เนื้อ+ซีฟู้ด และชุดหมู+ซีฟู้ด ราคาชุดละ 990 บาท มาพร้อมลูกชิ้นเนื้อ ลูกชิ้นเอ็นเนื้อ ลูกชิ้นลาวาไข่กุ้ง ลูกชิ้นลาวาชีส ฟองเต้าหู้ม้วน เส้นมัน เส้นบุก ชุดผักรวม ข้าวผัดกระเทียม ไข่ดอง และน้ำจิ้มพร้อมพริก กระเทียม สำหรับปรุงรสเพิ่มเติมตามใจชอบ Tanisorn Vongsoontorn / Time Out Bangkok สำหรับน้ำซุปสามารถเลือกได้ 2 จาก 4 ซุป (ซุปกระดูกหมูคอลลาเจน ซุปหม่าล่า ซุปไวน์นาเบะ หรือซุปปลาแห้งญี่ปุ่น) คนไม่กินเผ็ดแนะนำให้ข้ามซุปหม่าล่าไปได้เลย เพราะของเขาเผ็ดร้อนถึงใจมากๆ ส่วนที่เหลือจะเน้นรสชาติกลมกล่อมและกลิ่นหอมๆ และชุดนี้ก็แถมฟรีหม้อกระดาษเช่นกัน Mrs.Wu Hot Pot เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 10.00 - 21.00 น. (ปิดรับออร์เดอร์ 20.30 น.) ทั้งแบบกินที่ร้าน ซื้อกลับ และเดลิเวอรี

Advertising
Siwilai City Club ส่งเมนูเดลิเวอรีจากเนื้อไทย พาสต้า เบอร์เกอร์ ให้เลือกสั่งมากินถึงบ้านได้แล้ว
Restaurants

Siwilai City Club ส่งเมนูเดลิเวอรีจากเนื้อไทย พาสต้า เบอร์เกอร์ ให้เลือกสั่งมากินถึงบ้านได้แล้ว

Siwilai City Club (ซิวิไล ซิตี้ คลับ) สเปซบนดาดฟ้าสำหรับคนชอบเข้าสังคม พบเจอเพื่อนใหม่ ซึ่งเปิดอยู่บนชั้น 5 ของศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี แม้ตอนนี้ชาวสโมสรจะต้องห่างกันสักพักไปก่อน แต่ทางคลับก็เปิดให้สั่งเมนูอาหารที่นำวัตถุดิบไทยๆ มาปรุงด้วยรสชาติสมัยใหม่ ซึ่งทุกคนสามารถนำกลับไปนั่งกินที่บ้านกับครอบครัวได้แล้ว เมนูที่สามารถเดลิเวอรีได้บอกเลยว่ามีให้เลือกเยอะแทบไม่ต่างจากพลิกเล่มดูที่ร้าน เพราะเริ่มตั้งแต่หมวดของกินเล่น ที่มีเมนูอย่างไส้กรอกไก่อีสาน ปูนิ่มทอด หมึกย่าง หรือ ปลาไข่ทอด ก่อนจะขยับมาเป็นเมนูหลักแบบเน้นเนื้อไทย อาทิ แก้มวัวจาก จ.สุรินทร์ ลิ้นวัวจาก จ.สกลนคร ข้าวหน้าเนื้อวากิว จ.ขอนแก่น หรือจะเป็นเมนู หมูจาก จ.ชลบุรี กับเมนูเป็ดจาก จ.บุรีรัมย์ ก็มีอีกเช่นกัน แต่ถ้าคนไหนอยากกินเมนูสไตล์ตะวันตกบ้าง ร้านก็มีทั้งเบอร์เกอร์ ฮอทดอก แซนด์วิชซาวโดว์ สลัด และพาสต้า ซึ่งเมนูก็มีอย่างเช่น เบอร์เกอร์ลาบหมู (320 บาท) คลาสสิคฮอทดอก (290 บาท) แซนด์วิชเห็ดย่าง (360 บาท) และ โบโลเนสพาสต้า (380 บาท) เมนูเดลิเวอรีของ Siwilai City Club สามารถทั่งได้ผ่าน Line Man, Grab หรือ ดูเมนูและสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line @siwilaibkk Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok  

เมนูหลากสัญชาติแถมจุใจจาก ‘Athenee To Go’ มีครบทั้งอาหารฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ไทย และจีน
Restaurants

เมนูหลากสัญชาติแถมจุใจจาก ‘Athenee To Go’ มีครบทั้งอาหารฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ไทย และจีน

ในวันที่รู้สึกว่า “อยากกินทุกอย่างไปเสียหมด” หรือตกลงกันไม่ได้สักทีว่าจะกดสั่งอาหารจากที่ไหน เราว่าเดลิเวอรี่ที่รวมทุกอย่างมาให้สั่งพร้อมกันทีเดียวนี่แหละ เป็นไอเดียที่ compromise สำหรับทุกคนที่สุดแล้ว เพราะไม่ว่าใครอยากกินเมนูที่อยู่คนละซีกโลกมากเท่าไหร่ ก็มีให้กดสั่งพร้อมกันได้จากที่เดียว แน่นอนว่าเดลิเวอรีที่เราจะแนะนำให้ทุกคนวันนี้ จะตอบโจทย์คนอยากกินหลายเมนู เป็นอาหารที่ส่งตรงจากครัวโรงแรมห้าดาว The Athenee (ดิ แอทธินี่) ที่อยู่ใกล้กับบีทีเอสเพลินจิต ซึ่งเหตุผลที่โรงแรมมีอาหารให้เลือกมากมายแบบนี้ ก็ไม่ใช่เพราะทำขึ้นมาให้เราสั่งเดลิเวอรีเฉยๆ แต่เพราะโรงแรมมีห้องอาหารที่หลากหลายอยู่แล้วต่างหาก แถมแต่ละห้องก็มีความพรีเมียมเป็นของตัวเองด้วย Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok ‘Athenee To Go’ จะรวมเมนูจากห้องอาหาร 4 สัญชาติ ได้แก่ ฝรั่งเศส​ - The Allium, ญี่ปุ่น - Kintsugi by Jeff Ramsey, จีน - The Silk Road และ ไทย - The House of Smooth Curry โดยทุกคนสามารถสั่งอาหารได้พร้อมกันจากทุกห้อง แล้วรอชิมรสชาติสุดพรีเมียมได้ที่บ้าน สำหรับเมนูที่ห้ามพลาดเลยก็มี เบอร์เกอร์ล็อบสเตอร์ (730 บาท) มาพร้อมมักกะโรนีชีสทอดกรอบ เมนูนี้บอกเลยว่ากัดเต็มๆ คำแล้วได้เนื้อกุ้งเน้นๆ ขนมปังก็นุ่มและหอมเนย สมกับเป็นเมนูซิกเนเจอร์จากห้องอาหารฝรั่งเศส Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok ส่วนคนไหนคิดถึงเมนูข้าวหน้าสไตล์ญี่ปุ่น ก็มีเมนูแนะนำจากเชฟห้องอาหารญี่ปุ่นอย่าง ข้าวหน้าปลาไหลย่างเตาถ่าน (850 บาท) ที่ส่งเนื้อปลาไหลย่างฉ่ำซอสมาให้แน่นๆ ในกล่อง หรือ ข้าวหน้าเนื้อวากิว (550 บาท) ที่ผัดมาอย่างได้รสชาติตามฉบับญี่ปุ่น รับรองว่ากินอิ่มเต็มมื้อ มาถึงอาหารจีนที่บ้านไหนก็ต้องมีคนชอบ แนะนำเป็น หมี่ซั่วผัดเนื้อปู (500 บาท) ที่เราเชื่อว่าแบ่งกินด้วยกัน 3-4 คนก็ยังอิ่ม ต้องกินคู่กับ หมูแดงอบน้ำผึ้ง (390 บาท) ด้วยนะ จะได้ครบรส Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok บริการเดลิเวอรี Athenee To Go เปิดทุกวัน เวลา 11.30 - 21.00 น. สามารถสั่งได้ผ่าน line: @theateneehotel หรือโทร 02 650 8800 ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/theatheneehotel/ ( สำหรับสมาชิก Athenee Club, Club Marriott และ Marriott Bonvoy รับส่วนลดสูงสุด 30% )

สำรับจากรสมือแม่ ‘เสน่ห์จันทน์ เดลิเวอรี่’ ชุดอาหารไทยครบเครื่องทั้งคาวหวานส่งถึงบ้าน
Restaurants

สำรับจากรสมือแม่ ‘เสน่ห์จันทน์ เดลิเวอรี่’ ชุดอาหารไทยครบเครื่องทั้งคาวหวานส่งถึงบ้าน

ร้านอาหารไทยระดับไฟน์ไดนิ่ง ‘เสน่ห์จันทร์’ เป็นอีกร้านอาหารตำรับโบราณที่เสิร์ฟเมนูรสชาติอย่างไทยดั้งเดิมให้เราชิม โดยร้านจะตำเครื่องแกงเองด้วยวิธีตามตำราเก่าแก่ ซึ่งนับว่าเป็นการทำวัตถุดิบตั้งต้นที่สำคัญในการทำอาหารไทย เพราะจะทำให้รสชาติอาหารที่ได้ของแต่ละบ้านออกมาต่างกัน โดยปกติแล้ว ร้านเสน่ห์จันทร์ จะเสิร์ฟอาหารในรูปแบบอลาคาร์ท และ คอร์สเมนูที่จัดให้ครบทั้งคาวหวานในหนึ่งมื้อตามฉบับสำรับไทย ถ้าหากใครอยากลองกินอาหารไทยอย่างสำรับไทยแท้สักมื้อ เราว่าควรลองเลือกสั่งจากร้านเสน่ห์จันทร์ดูได้ เพราะนอกจากจัดเตรียมมาให้อย่างสวยงามน่ารับประทานแล้ว รสชาติก็ไม่น่าผิดหวังอีกด้วย อีกทั้งในหนึ่งสำรับจะแบ่งกินได้ 1-2 คน Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok ทุกเมนูจะบรรจุลงกล่องอย่างดี ก่อนจะส่งเดลิเวอรี่มาให้เราในตะกร้าสานอย่างสวยงาม โดยหนึ่งกล่องจะเท่ากับหนึ่งสำรับ ด้านในมีครบทั้งอาหารคาว-หวาน ซึ่งจะมีให้เลือกด้วยกัน 4 สำรับเมนู ได้แก่ สํารับข้าวมันส้มตํา (850 บาท/2 คน) ประกอบด้วย ข้าวมันส้มตํา หมูฝอย แกงเขียวหวานไก่ ของหวานเป็นถุงทองไส้ไก่ ไข่กบ นกปล่อย บัวลอย อ้ายตื้อ สํารับขนมจีนน้ําพริก (850 บาท/2 คน) ประกอบด้วย ขนมจีนน้ําพริก กับผักเคียง หรุ่มไส้ไก่ และ ข้าวเหนียวสี่หน้า สํารับมัสมั่นเนื้อ (980 บาท/2 คน) ประกอบด้วย แกงมัสมั่นเนื้อ โรตี ข้าวหุงอย่างเทศ ปลาแซลมอนแห้งแตงโม และ ขนมไทยรวม Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok สำรับสุดท้าย สํารับกุ้งแม่น้ําย่าง (1,200 บาท/2 คน) ประกอบด้วย เส้นหมี่ผัดซอสผงกะหรี่ กุ้งแม่น้ําย่าง ไก่ย่างขมิ้น และ ข้าวเม่าราง แต่ละเมนูบอกเลยว่ามีรสชาติและกินอิ่ม คนไหนชอบรสชาติอาหารไทยเข้มข้น กลมกล่อม เราว่าสำรับนี้ก็ทำออกมาได้ดีเลย อย่างเช่นเมนูที่ยกให้น่าประทับใจที่สุดอย่าง แกงมันสมั่นเนื้อกับข้าวหุงอย่างเทศ ที่ทำเนื้อได้นุ่ม กินคู่กับข้าวหุงสีเหลืองหอมๆ แล้วเข้ากันดีไปหมด Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok หากต้องการสั่งสำรับเดลิเวอรี่จาก เสน่ห์จันทร์ สามารถติดต่อได้ทาง Line : @saneh_jaan หรือโทร 062-534-3394, 02-650-9880 โดยเปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 - 19.00 น. และ มีบริการส่งฟรี หากสั่งอาหารตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปในพื้นที่ กทม.  (ส่วนพื้นที่ภายนอกเขต กทม. จะคิดค่าส่งตามจริงและเก็บเงินปลายทาง) Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok

รีวิวมื้อเดลิเวอรี่จาก TAAN to GO เมนูส่งถึงบ้านจากห้องอาหารไทยไฟน์ไดนิ่ง
Restaurants

รีวิวมื้อเดลิเวอรี่จาก TAAN to GO เมนูส่งถึงบ้านจากห้องอาหารไทยไฟน์ไดนิ่ง

ห้องอาหารไทยสุดครีเอทีฟ TAAN (ธาน) ซึ่งอยู่บนชั้น 25 ของโรงแรม Siam@Siam เป็นอีกห้องอาหารไฟน์ไดนิ่งที่หลายคนยอมรับว่าสามารถยกระดับอาหารไทยที่เราคุ้นเคยให้เต็มไปด้วยความแปลกใหม่ได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งแม้ว่าตอนนี้จะต้องปิดให้บริการสำหรับนั่งกินในร้าน แต่ทุกคนก็สามารถสั่งเมนูเดลิเวอรี่ของ TAAN มาลิ้มลองรสชาติได้แบบส่งตรงจากครัวจนถึงมือเรา เมนูเดลิเวอรี่จาก TAAN to Go จะเป็นอาหารไทยแบบสังสรรค์ มีทั้งเมนูจานเดี่ยวและกับข้าวระดับพรีเมียม แถมบางเมนูรับรองว่าหารสชาตินี้ไม่ได้จากที่ไหนแน่นอน อย่างเช่น โจ๊กไก่ดำผัดน้ำปู๋ (280 บาท) กินคู่กับไข่แดงดองซีอิ๊วแล้วได้รสเข้มนัว หรือ ขนมจีนแกงคั่วกุ้งใบชะพลู (290 บาท) ที่มาพร้อมกุ้งตัวโตเน้นๆ กินแล้วเข้ากับเครื่องแกงรสชาติสไตล์ภาคใต้ Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok ส่วนคนไหนอยากกินเมนูข้าวแบบชามเดียวจบจนแทบจุก ก็มีเมนูชวนเพิ่มโปรตีนอย่าง เนื้อย่างเคยฉลูหมักข้าวโพด (320 บาท) เสิร์ฟมาบนข้าวอบใบชา กินคู่กับแจ่วมะเขือและไข่ขมิ้น หรือ ข้าวสันคอหมูย่าง (250 บาท) และ ข้าวผัดกะเพราป่าแก้มวัวบ้าน (240 บาท) แต่ละเมนูให้มาไม่น้อยเลยจริงๆ อีกไฮไลท์ที่ควรสั่งห้ามพลาดก็เป็นเมนูของหวาน สังขยาใบเตยทรงเครื่องเต้าทึง (150 บาท) หรือ สังขยาชาไทยและข้าวหมาก (150 บาท) ที่เต็มไปด้วยรสชาติและสัมผัสที่แปลกใหม่ ทั้งนุ่มละมุนลิ้น และกินสนุก Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok   อาหารที่เสิร์ฟไม่ว่าจะเป็นเมนูเดลิเวอรี่ หรือที่ปกติเสิร์ฟในร้าน TAAN จะเน้นใช้วัตถุดิบจากเกษตรกรท้องถิ่นที่ใช้วิธีปลูกแบบยั่งยืน ทำให้เมื่อเราสั่งอาหารจาก TAAN ก็จะเหมือนเราได้ช่วยเกษตรกรไปด้วย โดยอาหารแต่ละเมนูจะราคาเริ่มต้นที่ 200 บาท และดูแลโดย  เชฟเทพ - มนต์เทพ กมลศิลป์ เช่นเดิม สามารถสั่งเดลิเวอรี่ได้ทุกวัน เวลา 11.00 - 20.30 น. โดยจะมีส่วนลด 15% หากสั่งผ่านไลน์ @taanbangkok หรือจะสั่งผ่านแอปฯ เดลิเวอรี่ก็ได้เช่นกัน (Foodpanda, Line Man, Grab Food)

‘พระนคร at Home’ เปิดกล่องเมนูเดลิเวอรี่จากโรงแรมคาเพลลา กรุงเทพ
Restaurants

‘พระนคร at Home’ เปิดกล่องเมนูเดลิเวอรี่จากโรงแรมคาเพลลา กรุงเทพ

‘พระนคร’ เป็นห้องอาหารไทยริมน้ำบรรยากาศดี (มาก) โดยเฉพาะตอนพระอาทิตย์ตก ห้องอาหารนี้จะเปิดอยู่ชั้นล่างของโรงแรมคาเพลล่าฯ ซึ่งเป็นโรงแรมระดับห้าดาวที่เปิดตัวไปเมื่อปลายปีก่อน พระนคร จะเสิร์ฟอาหารไทยรสชาติไทยๆ คือเน้นความจัดจ้านครบเครื่อง มีเชฟที่ดูแลครัวแห่งนี้คือ เชฟเล็ก - วิเชียร ตรีรัตนวาธิน นอกจากเมนูอาหารไทยแล้ว ที่นี่ก็มีอาหารนานาชาติและ เบเกอรี่ ให้สั่งพร้อมกันได้ด้วยนะ ถ้าหากวันนี้คุณอยากนั่งอยู่บ้านเฉยๆ แล้วรอให้อาหารมื้อพิเศษจากโรงแรมมาส่งถึงหน้าประตู ตอนนี้ ที่นี่ก็เปิดบริการชื่อว่า “Capella at Home” ที่ให้พวกเราสั่งอาหารตรงจาก ห้องอาหารพระนคร และ Kin (กิน) เบเกอรี่ ได้แล้ว ก่อนจะเดลิเวอรี่ให้เราถึงบ้าน Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok ถ้าจะให้แนะนำเมนูเด็ดของ พระนคร ที่ต้องกดแล้วล่ะก็ จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก ผัดไทยปูนิ่ม (490 บาท) ที่ใส่ปูทอดมาให้ใหญ่ๆ ทั้งตัว กับผัดไทยเส้นจันทร์ที่เหนียวนุ่มรสชาติดี แอบบอกว่าขนาดปล่อยทิ้งไว้สักพักก็ยังสามารถกินได้อย่างเอ็นจอยอยู่ คนไหนอยากชิมผัดไทยดีๆ สักจานนี่ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเลยทีเดียว ส่วนเมนูอื่นๆ ก็มีครบทุกประเภทให้เลือก ทั้งแกง ยำ ส้มตำ อาหารย่าง อาหารกินเล่น ไปจนถึงอาหารต่างชาติ อย่างเบอร์เกอร์ พาสต้า หรือซุปก็มีเช่นกัน แต่ถ้าใครเลือกเมนูไม่ได้จริงๆ เราก็มีเมนูอื่นมาแนะนำอีก เช่น ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ (450 บาท) ปลาหมึกย่างขมิ้น (380 บาท) ต้มยำปลากะพงมะพร้าวอ่อน (480 บาท) กุ้งผัดสะตอกะปิใต้ (760 บาท) หรือ แกงคั่วปูใบชะพลู (890 บาท) ทุกคนสามารถสั่งอาหารตรงกับพนักงานโรงแรมได้เลย ผ่านไลน์ @hostesspnk หรือ @capellabangkok และเบอร์โทร 02-098-3817 โดยครัวเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 - 21.00 น. (มีบริการผ่านแอปฯ Line Man ค่าอาหารในแอปเป็นราคาสุทธิ และยังไม่รวมค่าส่ง) Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok

มื้อเช้าเบาๆ แต่เต็มอิ่มจาก ‘Sandwich Garden’ ร้านอาหารเช้าถึงสายที่ใช้วัตถุดิบชั้นดี
Restaurants

มื้อเช้าเบาๆ แต่เต็มอิ่มจาก ‘Sandwich Garden’ ร้านอาหารเช้าถึงสายที่ใช้วัตถุดิบชั้นดี

สำหรับคนที่อยากกินมื้อเช้าแบบครบครันสไตล์อังกฤษ แน่นอนว่าเราพูดถึงอาหารอย่างแซนด์วิช โทสต์ หรือสลัด เพราะเชื่อว่าต้องมีหลายคนแน่นอนที่นึกอยากกินมื้อเช้าแบบใหม่ๆ นอกเหนือไปจากเมนูข้าว ก๋วยเตี๋ยว หรือปาท่องโก๋บ้าง ในซอยลาซาล 46 (หรือซอยสุขุมวิท 105) มีร้านแซนด์วิชเปิดใหม่ที่ชื่อว่า Sandwich Garden เป็นร้านอาหารเช้าถึงสายของเจ้าของชาวอังกฤษ ซึ่งเขาบอกมาว่าอาหารที่ร้านนี้จะเน้นเรื่อง ‘สุขภาพและคุณภาพ’ มากเป็นพิเศษเลย วัตถุดิบแต่ละอย่างที่ใช้จึงเลือกมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้แน่นอน อย่างเช่น เนื้อสัตว์จะใช้จากร้านขายเนื้อ Sloane’s เจ้าเดียวกับที่หลายร้านอาหารคุณภาพเลือกใช้ หรือใช้ผักปลูกจากเมล็ดพันธุ์นำเข้าจากประเทศเนเธอแลนด์ เมนูของร้านจะมีตั้งแต่ แซนด์วิช สลัด พาสต้า น้ำผลไม้ และขนมอบต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่าไฮไลท์ของที่นี่ก็คือ แซนด์วิชชิ้นโต ที่เชื่อว่ากินคนเดียวแล้วต้องอิ่มแน่นจนมื้อบ่าย โดยจะเดลิเวอรี่ให้เรามาประกอบเองอีกที ซึ่งเราว่าเป็นอีกวิธีที่ดีนะ เพราะทำให้ขนมปังไม่แฉะไปก่อน หรือเสียรูปทรงระหว่างทาง เมื่อกินแล้วจึงยังมีความกรอบนอกฉ่ำเนยอยู่ ส่วนไส้ด้านใน เห็นใส่กล่องมาแบบนี้ก็เยอะอยู่เหมือนกัน Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok เมนูที่เราได้ลองเป็น แซนด์วิชไก่พิริ พิริ (180 บาท) ซึ่งต้องบอกเลยว่าเทียบกับร้านแซนด์วิชดีๆ ทั่วไปแล้ว ก็ถือว่าราคาคุ้มมาก ส่วนไส้อื่นๆ ก็ยังมี แซนด์วิชฟาลาเฟล (180 บาท) สำหรับคนกินมังสวิรัติ หรือ แซนด์วิชลาบหมูก้อน (180 บาท) สำหรับคนอยากกินรสชาติไทยๆ ส่วนรสชาติเชื่อว่าต้องถูกปาก เพราะร้านนี้มีเชฟเป็นชาวไทยด้วย สำหรับเมนูอื่นอย่าง พาสต้า ก็นับว่าคุ้มค่าที่จะลองเหมือนกัน เพราะชิมแล้วรสชาติดีจนกินคนเดียวได้หมดกล่อง ซึ่งเมนูที่เราลองจะเป็น พาสต้าฟูซิลีครีมเห็ด กับเบคอนรมควัน (245 บาท)  แต่หากใครอยากกินมื้อเช้าจัดเต็มแบบไม่ต้องคิดอะไรซับซ้อน ที่นี่ก็มีเมนู English Breakfast (285 บาท) อาหารเช้าสุดคลาสสิคสไตล์อังกฤษ ในจานมีทั้งไส้กรอก, ถั่วอบ, ไข่ดาว 2 ฟอง, มะเขือเทศ แบล็กพุดดิ้ง เบค่อน และขนมปังซาวโดว์ รับรองว่าอื่มจนจุก Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok ถ้าหากสั่งอาหารโดยตรงผ่านไลน์ Sandwich Garden จะได้รับส่วนลดพิเศษด้วย หรือจะสั่งผ่านแอปฯ เดลิเวอรี่ก็ได้ อย่างเช่น Robinhood, Line Man และสำหรับคนอยู่ในพื้นที่ใกล้ย่านลาซาล เมื่อสั่งครบ 300 บาท จะส่งฟรี   FB: https://www.facebook.com/sandwichgardenbkk Line: @sandwichgarden เปิดบริการทุกวัน เวลา 7.00 - 15.30 น.