Bunticha P. - Time Out Thailand
Photograph: Bunticha P. - Time Out Thailand
Photograph: Bunticha P. - Time Out Thailand

7 ร้านอาหารฝรั่งเศสไฟน์ไดนิ่ง ระดับท็อปของกรุงเทพฯ

รวมลิสต์ 7 ร้านไฟน์ไดนิ่งฝรั่งเศสระดับรางวัล ที่ควรค่าแก่การลิ้มลอง

Yokploy Chandrabha
การโฆษณา

ไฟน์ไดนิ่งฝรั่งเศสอาจฟังดูเป็นอะไรที่เข้าถึงยาก ตั้งแต่ขั้นตอนการจับคู่ไวน์ไปจนถึงธรรมเนียมบนโต๊ะอาหาร แต่เมื่อได้ลองสัมผัสจริงๆ เสน่ห์ของมันกลับไม่ได้อยู่ที่วิธีการกินเพียงเท่านั้น แต่อยู่ที่รสชาติและรายละเอียดที่ค่อยๆ เผยออกมาในแต่ละคำ นั่นคือประสบการณ์ที่สร้างความประทับใจได้อย่างน่าทึ่ง และฝรั่งเศสเองก็เป็นประเทศที่เชี่ยวชาญศาสตร์นี้จนกลายเป็นหนึ่งในมาตรฐานสูงสุดของโลกอาหาร ชนิดที่ว่าพอได้ลองแล้ว ก็ยากที่จะหันหลังกลับ

บทความนี้หยิบข้อมูลจาก Koktail Thailand Restaurant Guide คัดมาเน้นๆ สำหรับ 7 ร้านอาหารฝรั่งเศสไฟน์ไดนิ่งระดับรางวัล ที่ถือเป็นตัวท็อปของวงการอาหารในกรุงเทพฯ ร้านเหล่านี้ไม่ใช่แค่จุดหมายของสายกิน แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนว่าทำไมไฟน์ไดนิ่งยังคงมีความหมายในโลกปัจจุบัน ทั้งในแง่รสชาติ เทคนิค และประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่ไหนง่ายๆ

  • Hotels
  • เจริญกรุง
  • 5 จาก 5 ดาว
  • แนะนำ

เชฟ Vincent Thierry ยกระดับวัตถุดิบชั้นเยี่ยมจากทั่วประเทศไทยสู่ไฟน์ไดนิ่งระดับรางวัล ผ่านประสบการณ์การทำอาหารระดับนานาชาติที่สั่งสมมาหลายปี

เบื้องหลังครัวของร้านมิชลินบนชั้น 61 ของ State Tower Bangkok คือ executive chef Vincent Thierry เชฟผู้ให้ความสำคัญกับทั้งเทคนิคการปรุงและการคัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพจากทั่วประเทศ ก่อนจะนำมาถ่ายทอดออกมาเป็นจานอาหารที่ทั้งประณีตและสง่างาม ทุกเมนูสะท้อนประสบการณ์จากเส้นทางการทำงานในระดับโลก โดยมีครัวเปิดที่โดดเด่นด้วยเตา molteni หินอ่อน carrara และทองเหลืองเป็นหัวใจสำคัญของพื้นที่

มื้ออาหารเริ่มต้นอย่างน่าประทับใจกับแซลมอน หอยนางรม และคาเวียร์ ที่ถูกบาลานซ์ด้วยความนุ่มละมุนของ isigny cream และความคมชัดจากขนมปัง ก่อนต่อด้วย quercy foie gras เนื้อเนียนละเอียด เสริมมิติด้วยเชอร์รีและถั่ว เมนูไฮไลต์คือ brittany lobster เสิร์ฟคู่มะเขือเทศ beef heart ที่ช่วยขับความหวานของเนื้อล็อบสเตอร์ให้เด่นยิ่งขึ้น ส่วนนกพิราบย่างสอดไส้ผักกาด และปิดท้ายด้วย black truffle ให้สัมผัสแน่นและลุ่มลึก

อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรพลาดคือ cheese selection ของร้าน ซึ่งมีชีสบางส่วนคัดสรรมาจากผู้ผลิตในเชียงใหม่ สะท้อนแนวคิดในการเชื่อมโยงวัตถุดิบท้องถิ่นเข้ากับมาตรฐานอาหารระดับโลกได้อย่างน่าสนใจ

ที่ตั้ง: ชั้น 61, State Tower Bangkok ถนนสีลม กรุงเทพฯ โทร. +66 2 624 9555 เปิดให้บริการวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 17.30-00.30 น.

การโฆษณา
  • อาหารฝรั่งเศส
  • เจริญกรุง
  • ราคา 4 จาก 4
  • 5 จาก 5 ดาว
  • แนะนำ

เชฟ Mauro Colagreco และ Davide Garavaglia เชื่อมเส้นทางแห่งรสชาติจาก French Riviera สู่แม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านอาหารไร้พรมแดนที่ผสานรากฝรั่งเศส-อิตาเลียนเข้ากับวัตถุดิบไทยอย่างงดงาม

Côte by Mauro Colagreco มอบประสบการณ์ไฟน์ไดนิ่งที่เปรียบเสมือนการเดินทางจากแม่น้ำหนึ่งสู่อีกแม่น้ำหนึ่ง เชื่อม French Riviera เข้ากับเจ้าพระยาผ่านการตีความอาหารฝรั่งเศสและอิตาเลียนร่วมสมัย ภายใต้วิสัยทัศน์ของเชฟชาวอาร์เจนตินา Mauro Colagreco ที่เชื่อในพลังของการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและอาหารไร้พรมแดน

เบื้องหลังครัวคือเชฟ Davide Garavaglia และทีม ที่ใช้วัตถุดิบไทยมาถ่ายทอดแก่นของอาหารฝรั่งเศส-อิตาเลียนด้วยเทคนิคอันแม่นยำ พร้อมวิวริมแม่น้ำที่ช่วยเติมเสน่ห์ให้ประสบการณ์ทั้งหมดสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

เมนูของร้านเปลี่ยนไปตามฤดูกาลอย่างต่อเนื่อง เริ่มต้นด้วยฮอกไกโดสแกลลอปคาร์ปาชโช เนื้อบางใสราวกับชิ้นส่วนของท้องทะเล ตัดรสด้วยไข่มุกส้มโอและเบซิลออยล์ที่ช่วยเติมความสดชื่น ก่อนต่อด้วยปลาอันดามันกรูเปอร์ที่เคลือบแซฟฟรอนเบอร์บลองก์อย่างละมุน โดยมีมะพร้าวอ่อนช่วยสร้างบาลานซ์ของความเข้มข้นได้อย่างพอดี

ปิดท้ายด้วยดรายเอจด์พีเจียน รสเข้มลุ่มลึกที่ถูกเสริมมิติด้วยโกโก้นิบจูส์และบีตรูทย่าง ทิ้งรสเอิร์ธตีขมปลายไว้อย่างน่าจดจำ

ที่ตั้ง: Capella Bangkok ถนนเจริญกรุง กรุงเทพฯ โทร. +66 2 098 3818 เปิดให้บริการวันพุธ-อาทิตย์ เวลา 12.00-14.00 น. และ 18.00-22.00 น.

การโฆษณา
  • Hotels
  • ลุมพินี
  • 5 จาก 5 ดาว
  • แนะนำ

ภายในกลาสเฮ้าส์บรรยากาศอันใกล้ชิดบนตึก The Ritz-Carlton ที่ เชฟ David Toutain และ Valentin Fouache ร่วมกันบรรเลงอาหารราวกับบทเพลงที่เต็มไปด้วยความแตกต่างและความกลมกลืน

Duet by David Toutain ตั้งอยู่บนแนวคิดทางดนตรีแบบ contrapuntality หรือการเล่นกับ ‘เสียงคู่ขนาน’ ที่แตกต่างแต่ส่งเสริมกันอย่างลงตัว ชื่อของร้านจึงเปรียบเหมือนการสร้างสมดุลระหว่างสองขั้วความคิด ผ่านการทำงานร่วมกันของเชฟ David Toutain และเชฟ Valentin Fouache ที่ช่วยกันควบคุมจังหวะของครัวราวกับวงออร์เคสตรา สร้างเลเยอร์ของรสชาติที่ละเอียดอ่อนและซับซ้อน ชวนให้นึกถึงผลงานของคีตกวีอย่าง Johann Sebastian Bach ในอีกบริบทหนึ่ง

ประสบการณ์การรับประทานอาหารถูกออกแบบเป็นซีซันนัลเทสติ้งเมนูแบบ 8 องก์ โดยแต่ละจานจะมาพร้อมการ์ดที่ช่วยอธิบายแนวคิดและที่มาของวัตถุดิบ เพื่อให้ผู้ทานได้ค่อยๆ ทำความเข้าใจกับเรื่องราวเบื้องหลังอาหารแต่ละคอร์ส

ไฮไลต์ของเมนู ได้แก่ บลูแครบทาร์ตเล็ต ที่โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมเฉพาะตัวของทิมุตเปปเปอร์ ซูกินีที่จับคู่กับเลมอนบาล์มและพิสตาชิโออย่างสดชื่นลงตัว รวมถึงคาเปลิน กองตาล พอร์ก หมูที่เลี้ยงด้วยเกาลัดจนเกิดความหวานและกลิ่นรสอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ด้านไวน์แพริ่งก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ด้วยการคัดสรรไวน์จากทั้งโลกเก่าและโลกใหม่ แต่ยังให้น้ำหนักกับไวน์ฝรั่งเศสเป็นพิเศษ สะท้อนรากฐานของร้านได้อย่างชัดเจน

ที่ตั้ง: ชั้น 7, The Ritz-Carlton, Bangkok ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ โทร. +66 2 180 7798 เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 17.30-22.00 น.

การโฆษณา
  • อาหารฝรั่งเศส
  • เจริญนคร
  • ราคา 4 จาก 4
  • 5 จาก 5 ดาว
  • แนะนำ

มองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาแบบเต็มสายตา รังสรรค์โดยเชฟ Evens López เติมมุมมองแบบเปรูลงในอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัย ท่ามกลางบรรยากาศสีสันเข้มลึกที่ชวนดื่มด่ำ

เพียงก้าวเข้าสู่ห้องอาหาร คอนเซปต์ของที่นี่ก็ชัดเจนทันที เฉด royal blue และโทนสีน้ำเงินเข้มถูกใช้โอบล้อมทั้งพื้นที่ ตัดด้วยไม้สีอบอุ่นและรายละเอียดสีครีม-ทอง พร้อมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาที่ทอดตัวอยู่ด้านนอก ทั้งหมดนี้คือการตีความความเป็นฝรั่งเศสผ่านงานออกแบบของ Jouin Manku Agency จากปารีส

เบื้องหลังครัวคือ Executive Chef Evens López ที่นำรากทางรสชาติแบบเปรูมาผสานกับเทคนิคสมัยใหม่ จนเกิดเป็นอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยที่ซับซ้อน โดยร้านมีทั้ง tasting menu แบบ 5 และ 7 คอร์สให้เลือก

เริ่มต้นด้วยบลูฟินทูน่า ที่เพิ่มมิติรสชาติด้วยวอเตอร์เมลอนแรดิช ซูดาจิ และโกลด์คริสตัลคาเวียร์ เกิดเป็นบาลานซ์ของความสด ความเปรี้ยว และความเค็มได้อย่างลงตัว ก่อนต่อด้วยเรนโบว์คูร์เจ็ตต์และคอมเต้ ที่เติมความเข้มข้นด้วยวอลนัตพราลีน แล้วตัดรสด้วยแบล็กเคอร์แรนต์และเสจซอสอย่างพอดี

จานหลักที่น่าจดจำคือบริตตานีพีเจียน รมควันด้วยฟางและเคลือบคาเคา ให้กลิ่นหอมลึกและรสชาติหนักแน่นในทุกคำ ก่อนปิดท้ายด้วยเฮาส์คราฟต์ฮอตช็อกโกแลต ช็อกโกแลตร้อนสูตรเฉพาะของร้านที่เข้มข้นและกลมกล่อมจนขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในแก้วที่ดีที่สุดของกรุงเทพฯ ได้ไม่ยาก

ที่ตั้ง: ชั้น 1, ICONLUXE, ICONSIAM ถนนเจริญนคร กรุงเทพฯ โทร. +66 65 731 2346 เปิดให้บริการวันพฤหัสบดี-จันทร์ เวลา 12.00-13.30 น. และ 18.00-20.30 น.

การโฆษณา
  • อาหารฝรั่งเศส
  • เพลินจิต
  • ราคา 4 จาก 4
  • 5 จาก 5 ดาว
  • แนะนำ

เชฟ Gerard Villaret ตีความอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยผ่านความประณีตแบบญี่ปุ่น พร้อมเสิร์ฟอาหารสไตล์ Franco-Japanese จากครัวเปิดกลางเมือง

บนชั้น 25 ของ The Okura Prestige Bangkok ห้องอาหาร elements ถ่ายทอดตัวตนได้สอดคล้องกับรากวัฒนธรรมญี่ปุ่นของโรงแรมอย่างชัดเจน ที่นี่อาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยถูกสร้างขึ้นด้วยความละเอียดแม่นยำแบบญี่ปุ่น จนเกิดเป็นจานที่สะท้อนแก่นของศาสตร์การทำอาหารฝรั่งเศสในอีกมิติหนึ่ง

ภายใต้การนำของ Chef Gerard Villaret ทีมครัวนำเสนอเมนู Franco-Japanese ผ่าน open kitchen ที่เปิดให้เห็นทุกขั้นตอนของความพิถีพิถัน โดยมี tasting menu ให้เลือกตั้งแต่ 4 ถึง 8 คอร์ส สำหรับเมนูแบบ 8 คอร์ส ไฮไลต์เริ่มต้นด้วย wild himi kan buri ปลาฤดูหนาวจากโทยามะที่โดดเด่นด้วยไขมันและเนื้อสัมผัสแน่นนุ่ม ก่อนต่อด้วยชิตาเกะบริยอชที่ทำจากแป้งบดหิน ยาเมะ ทานากะ ให้รสอูมามิเข้มลึกและกลิ่นหอมละมุน

อีกจานที่น่าจดจำคือฟัวกราส์จาก ฌอง ลาร์โนดี ที่ละลายในปาก ตัดกับชั้นบรูว์เลกรุบเบาบางด้านบนอย่างลงตัว ขณะที่คาซูโกได ซึ่งผ่านกระบวนการดรายเอจ ช่วยขับรสชาติและเนื้อสัมผัสของปลากะพงทะเลให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ปิดท้ายด้วยเซ็ปส์ที่ย่างบนเตาบินโชตันจนเกิดกลิ่นรมควันหอมลึก พร้อมเนื้อสัมผัสนุ่มแน่นกำลังดี

ที่ตั้ง: ชั้น 25, The Okura Prestige Bangkok ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ โทร. +66 2 687 9000 เปิดให้บริการวันพุธ-อาทิตย์ เวลา 18.00-22.30 น.

การโฆษณา
  • อาหารฝรั่งเศส
  • สาทร 10-12
  • 5 จาก 5 ดาว
  • แนะนำ

ใจกลางสาทร เชฟ Arnaud Dunand ตีความอาหารฝรั่งเศสผ่านรากวัฒนธรรมแห่งแคว้นซาวัวและประสบการณ์การเดินทางรอบโลก จนกลายเป็นวิสัยทัศน์การทำอาหารที่เป็นตัวของตัวเองอย่างชัดเจน

เชฟ Arnaud Dunand และบ้านสไตล์ชาเลต์แสนอบอุ่นของเขาในย่านสาทร กลายเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของสายไฟน์ไดนิ่งกรุงเทพฯ ไปแล้ว หลังสร้างชื่อจาก Le Normandie ที่ Mandarin Oriental Bangkok วันนี้เขาส่งต่อมุมมองที่เป็นส่วนตัวยิ่งขึ้นผ่าน Maison Dunand ร้านที่สะท้อนทั้งรากเหง้าจากแคว้นซาวัวในเทือกเขาแอลป์ และประสบการณ์กว่า 20 ปีที่ทำงานร่วมกับผู้ผลิตวัตถุดิบในไทย ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส

ผลลัพธ์คืออาหารฝรั่งเศสที่เต็มไปด้วยรายละเอียดและตัวตนของเชฟอย่างชัดเจน เมนูเด่นเริ่มต้นด้วย คาเวียร์โปเตโต้ ที่เลเยอร์มันหวานเข้ากับหอยเม่นทะเลและซอสแชมเปญได้อย่างนุ่มนวล ต่อด้วยปลาหมึกกระดองกับไอโก บูลิโด และราวิโอลีสวิสชาร์ด ที่ดึงเสน่ห์ของซีฟู้ดสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนออกมาได้อย่างสดใส ขณะที่พัฟเพสทรีพีเจียนกับเห็ด มอบรสชาติที่เข้มลึกและซับซ้อนในแบบฉบับอาหารฝรั่งเศสคลาสสิก

ด้านไวน์ลิสต์ก็ครอบคลุมไวน์สำคัญจากหลายภูมิภาคของฝรั่งเศส พร้อมขวดเด่นจากบ้านเกิดของเชฟในแคว้นซาวัว ที่ช่วยเติมมิติส่วนตัวให้ประสบการณ์มื้อนี้ยิ่งสมบูรณ์ขึ้น

 

ที่ตั้ง: ซอยสาทร 10 สีลม กรุงเทพฯ โทร. +66 65 639 0515 เปิดให้บริการวันอังคาร-เสาร์ เวลา 12.00-15.00 น. และ 18.00-23.00 น.

การโฆษณา
  • อาหารฝรั่งเศส
  • พญาไท

เชฟ Thierry Drapeau ถ่ายทอดแนวคิด ‘floral gastronomy’ ผ่านอาหารที่ดึงแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ เพื่อขับเน้นความเบา ละเมียด และตัวตนของวัตถุดิบในแต่ละจาน

ในหลายแง่มุม Signature Bangkok ก็สมชื่อในฐานะหนึ่งในห้องอาหารไฟน์ไดนิ่งที่โดดเด่นที่สุดของกรุงเทพฯ Executive Chef Thierry Drapeau เชฟชาวเมืองน็องต์ริมแม่น้ำลัวร์ ค้นพบความหลงใหลในการทำอาหารตั้งแต่วัยเด็กจากการเฝ้ามองคุณพ่อทำครัว และวันนี้เขายังคงยึดมั่นในแนวคิด ‘floral gastronomy’ ที่หยิบธรรมชาติมาเป็นหัวใจสำคัญของการปรุงอาหาร อาหารของเขาเน้นความเบา ความชัดเจน และการปล่อยให้วัตถุดิบเล่าเรื่อง ผ่านปรัชญา cuisine of the soil หรืออาหารที่เชื่อมโยงกับผืนดินและต้นกำเนิดของวัตถุดิบอย่างแท้จริง

เมนู Le Grand Bouquet เริ่มต้นด้วยคอร์น แบล็กทรัฟเฟิล และคอมเต้เอสพูม่า ก่อนต่อด้วยอาร์ติโชกพาร์เฟต์ และทรัฟเฟิลฟลาม์คูเชนทาร์ต ที่ให้กลิ่นอายยุโรปแบบร่วมสมัย ส่วนจานกุ้งลังกู้สตีน เสิร์ฟคู่พรูนิเยร์คาเวียร์ และดาชิเบอร์บลองก์ เล่นกับมิติของอุณหภูมิและรสอูมามิได้อย่างน่าสนใจ ขณะที่พอลล็อก อาลา เกรอนอบลัวส์ กับทรัฟเฟิลอีมัลชันและญ็อกกี มอบรสลุ่มลึกแบบซาวัวรี

สำหรับจานหลัก แลมบ์แซดเดิล ถูกจับคู่กับเอ็กแพลนต์มิโซะ แคปซิคัม และแลมบ์จูส์อย่างลงตัว ก่อนเข้าสู่ชีสจาก เลส์ แฟรร์ มาร์ชองด์ ที่มาในรูปแบบฟลาวเวอร์การ์เดนพรีเซนเทชัน สวยงามราวงานศิลป์

ของหวานปิดท้ายด้วยกรองด์สวิสชีส กับเชอร์รีคองฟีต์ และเปอตีต์เบอร์ครัมเบิล ก่อนต่อด้วยแอปริคอตเมอแรงก์ทาร์ต อัลมอนด์ครีม และเบอกาม็อต ที่ทิ้งความหอมสดชื่นไว้ในตอนจบของมื้อ

ที่ตั้ง: ชั้น 11, Vie Hotel Bangkok ถนนพญาไท กรุงเทพฯ โทร. +66 65 950 9742 เปิดให้บริการวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 18.00-23.30 น.

เรื่องเด่น
    บทความล่าสุด