Bunthicha P. - Time Out Thailand
Photograph: Bunthicha P. - Time Out Thailand
Photograph: Bunthicha P. - Time Out Thailand

7 ร้านอาหารอิตาเลียนในกรุงเทพฯ ที่ควรค่าแก่การไปซ้ำความอร่อย

สำรวจ 7 ร้านอาหารอิตาเลียนในกรุงเทพฯ ที่ยิ่งไปซ้ำยิ่งติดใจ

Yokploy Chandrabha
การโฆษณา

หลายคนอาจจะคิดว่าอาหารอิตาเลียนหน้าตาของมันดูเรียบง่าย ทั้งพิซซ่า พาสต้า เจลาโต แต่เอาเข้าจริง ความเรียบง่ายนี่แหละที่ซ่อนความซับซ้อนเอาไว้เต็มๆ ทั้งเทคนิค วิธีการปรุง วัตถุดิบที่เล่นได้ไม่รู้จบ และความหลากหลายที่สามารถนำมาสร้างสรรค์ใหม่ได้ไม่รู้จบ แถมยิ่งทำก็ยิ่งอร่อยขึ้นไปอีก

บทความนี้หยิบข้อมูลจาก Koktail Thailand Restaurant Guide มาคัดเน้นๆ พร้อมพาไปตะลุย 7 ร้านอาหารอิตาเลียนทั่วกรุงเทพฯ ที่มีคาแรกเตอร์ชัดทุกที่ ตั้งแต่รสชาติแบบทัสคานีแท้ๆ ไปจนถึงเอมีเลีย-โรมัญญา รวมทั้งร้านขวัญใจเจ้าประจำและร้านใหม่ไฟแรงที่กำลังมา ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กินอาหารอิตาเลียนซ้ำกี่รอบก็ไม่เคยเบื่อ ลิสต์นี้น่าจะทำให้คุณอยากจองโต๊ะแล้ววนกลับไปกินอีกเรื่อยๆ อย่างแน่นอน!

  • Hotels
  • โรงแรมเชน
  • ลุมพินี
  • 5 จาก 5 ดาว
  • แนะนำ

ร้านอาหารอิตาเลียนสไตล์ซิซิลีบนชั้น 29 ของ SO/ Bangkok พร้อมบาร์รูฟท็อปชมวิวสวนลุมพินีและค็อกเทลยามพระอาทิตย์ตก

หากใครกำลังมองหาสถานที่สำหรับมื้อค่ำพร้อมวิวสวยๆ Iris & Wild Iris บนชั้น 29 ของโรงแรม SO/ Bangkok จะชวนให้นึกถึงบรรยากาศชายฝั่งของยุโรปตอนใต้ ด้วยพื้นที่กระจกโปร่งที่มองเห็นสวนลุมพินีและเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพฯ โดยมีเชฟ Enrico Pantorno นำเสนออาหารอิตาเลียนที่ได้แรงบันดาลใจจากเมืองซิซิลี เน้นรสชาติที่เหมาะกับการแชร์ริง ไม่ว่าจะเป็นมื้อค่ำกับคนรัก นัดสังสรรค์กับเพื่อน หรือโอกาสพิเศษที่อยากใช้เวลาไปกับอาหารดีๆ ในบรรยากาศผ่อนคลาย

เมนูแนะนำต้องยกให้ Sicilian Lasagna ลาซานญาที่สลับชั้นพาสต้ากับซอสหมูและเนื้อวัว เบชาเมล ริคอตตาชีส โปรชุตโต ส่วนใครอยากนั่งจิบเครื่องดื่มต่อหลังมื้ออาหาร แนะนำให้แวะ Wild Iris การออกแบบที่ได้แรงบันดาลใจมาจากหางนกยูงเผือกรำแพน บาร์รูฟท็อปที่มีทั้งค็อกเทล DJ ไลฟ์สด และวิวสวนลุมพินีแบบพาโนรามา โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตกที่แสงค่อยๆ เผยให้เห็นวิวเมืองยามค่ำคืน เมนูเครื่อมดื่มที่น่าลองของที่นี่คือ Violet in Iris ค็อกเทลที่ผสาน London dry gin เข้ากับความหอมละมุนของดอกไวโอเล็ต และกลิ่นสมุนไพรจากโหระพาและกระวาน เสริมด้วยโทนซิตรัสจากมะนาวและความซ่าของโทนิก ให้รสสัมผัสสดชื่น หอมดอกไม้และหวานบางๆ นอกจากนี้ยังมี Iris Terrace บนชั้น 30 ที่เปิดพื้นที่กลางแจ้งให้เลือกนั่งรับลมอีกด้วย

ที่ตั้ง:โรงแรม SO/ Bangkok ชั้น 29  ร้านอาหาร Iris เปิดทุกวัน เวลา 17.00-เที่ยงคืน ส่วน Wild Iris เปิดวันอาทิตย์-พฤหัสบดี เวลา 17.00-เที่ยงคืน และวันศุกร์-เสาร์ เวลา 17.00-01.00 น.

  • อาหารอิตาลี
  • ลุมพินี
  • 5 จาก 5 ดาว
  • แนะนำ

ร้านอาหารอิตาเลียนที่เปิดให้บริการมาอย่างยาวนาน เสิร์ฟรสชาติแบบทัสคานีแท้ๆ โดย Executive Chef Francesco Lenzi ที่เลือกใช้วัตถุดิบจากฟาร์มของครอบครัว

ถ้าจะหาร้านที่โฟกัสอาหารสไตล์ทัสคานีแบบจริงจังในกรุงเทพฯ ก็คงจะหายากเกิน Lenzi ร้านนี้บริหารโดยเชฟและเจ้าของ Francesco Lenzi ที่ตั้งใจพานักชิมทุกคนหลุดไปสัมผัสบรรยากาศของทัสคานีโดยไม่ต้องออกจากกรุงเทพฯ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะวัตถุดิบบางอย่างถูกนำเข้ามาจากอิตาลีโดยตรง

เมนูพาสต้าโฮมเมดอย่างราวิโอลีสอดไส้ฟัวกราส์จากฝรั่งเศสและริคอตต้า เสิร์ฟมาในซอสทรัฟเฟิลเอมูลชันและซอสสตรอว์เบอร์รี ให้รสชาติที่ซับซ้อนและน่าสนใจ แต่จานเด่นที่ไม่ควรพลาดคือสปาเก็ตตี้กระเทียม พริก หมูสามชั้น และกุ้งลายเสือ ท็อปด้วยแฮมบลัดพุดดิ้ง ที่ผสานความหวานมันของกุ้งกับความเข้มข้นของหมูสามชั้นได้อย่างลงตัว กลิ่นกระเทียมช่วยยกระดับรสชาติ ขณะที่แฮมเพิ่มมิติสัมผัสแบบคาดไม่ถึง

ที่ตั้ง: 69/1-2 ซอยร่วมฤดี 2 ถนนวิทยุ ลุมพินี กรุงเทพฯ โทร. +66 2 001 0116 เปิดให้บริการวันจันทร์ - อาทิตย์ เวลา 11.30-14.00 น. และ 17.30-22.45 น.

การโฆษณา
  • อาหารอิตาลี
  • เพลินจิต

ร้านอาหารที่ยึดมั่นในความเป็นอิตาเลียนแท้ พร้อมให้ความสำคัญกับวัตถุดิบสดใหม่ และปรัชญาการทำอาหารด้วยความกลมกลืนโดยเชฟ Gianni Favro มาเกือบ 30 ปี
เป็นร้านที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1996 และกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 30 แล้วสำหรับ Gianni Ristorante ที่ยังคงรักษามาตรฐานความออริจินัลของอาหารอิตาเลียนเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น แม้จะย้ายมาอยู่ที่ Plaza Athénée บนถนนวิทยุแล้วก็ตาม เมนูของที่นี่สะท้อนประสบการณ์ของ Master Chef Gianni Favro โดยเน้นวัตถุดิบสดใหม่และแนวคิดเรื่อง ‘ความกลมกลืนของความคิดและรสชาติ’ เริ่มต้นมื้ออาหารด้วย pappa al pomodoro ซุปมะเขือเทศและขนมปัง เสิร์ฟพร้อมบูราต้าและครอสตินี จากนั้นต่อด้วยราวิโอลีริคอตต้าและผักโขม ท็อปด้วยพาร์เมซานและดอกไม้ป่าที่กินได้ ทั้งสวยงามและรสชาติดีไม่แพ้หน้าตา และห้ามพลาดการจับคู่ไวน์ เพราะที่นี่มีไวน์อิตาเลียนให้เลือกมากกว่า 500 รายการ รอให้มาค้นหา

ที่ตั้ง: 63 อาคาร Athenee Tower ถนนวิทยุ ลุมพินี กรุงเทพฯ โทร. +66 2 168 8080 เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.30-14.00 น. และ 18.00-22.00 น.

  • อาหารอิตาลี
  • สาทร 10-12

ทรัตโตเรียที่โฟกัสอาหารเฉพาะภูมิภาค มาพร้อมบรรยากาศอบอุ่นเหมือนทานข้าวที่บ้าน เสิร์ฟเมนูคลาสสิกเรียบง่ายที่ได้แรงบันดาลใจจากรากเหง้าแบบฟลอเรนซ์ดั้งเดิม

แม้ Giglio Trattoria Fiorentina จะยังคงความสบายๆ เป็นกันเองแบบทรัตโตเรีย แต่การโฟกัสไปที่อาหารทัสคานีโดยเฉพาะก็ช่วยเพิ่มมิติให้ความเรียบง่ายนั้นดูมีรายละเอียดมากขึ้น ตัวอาคารสีขาวสะท้อนแนวคิดมินิมัลแบบไม่ซับซ้อน และเมื่อก้าวเข้าไปด้านใน เฟอร์นิเจอร์โทนเขียวมะกอกกับภาพถ่ายบนผนังจะค่อยๆ เล่าเรื่องราวความเชื่อมโยงกับเมืองฟลอเรนซ์และต้นกำเนิดของร้าน

เริ่มต้นมื้อด้วย cavolo nero e farro ที่รวมเอาเคล (kale) กับธัญพืชฟาร์โร่รสถั่วๆ เข้าด้วยกัน ตัดด้วยรสเค็มนิดๆ จากมะกอก ช่วยให้เป็นจานเรียกน้ำย่อยที่น่าจดจำ ส่วนไฮไลต์คือพาสต้า pici เสิร์ฟพร้อมซอสรากูไส้กรอกและเห็ดพอร์ชินี เส้นพาสต้าที่เคลือบซอสมาอย่างดีให้สัมผัสนุ่ม เด้งเล็กน้อย กินเพลินจนหมดจานแบบไม่รู้ตัว

ที่ตั้ง: 149 ซอยสาทร 12 บางรัก กรุงเทพฯ โทร. +66 88 923 0961 เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.30-22.30 น.

การโฆษณา
  • อาหารอิตาลี
  • สาทร

ตั้งชื่อตามถนนโรมันสายประวัติศาสตร์ เสิร์ฟอาหารจากแคว้นเอมีเลีย-โรมัญญา พร้อมกลิ่นอายอิตาเลียนตอนเหนือ จุดหมายที่ทุกเส้นทางพามาบรรจบกัน

Via Emilia ได้แรงบันดาลใจจาก Via Aemilia ถนนโรมันโบราณที่พาดผ่านแคว้นเอมีเลีย-โรมัญญา โดยร้านสไตล์โอสเตเรียแห่งนี้ยกเอาเสน่ห์ของอิตาลีตอนเหนือมาไว้ย่านนราธิวาส ตัวร้านโดดเด่นด้วยภาพวาดสไตล์ trompe-l’œil บนเปลือกอาคารที่สะดุดตา พร้อมเสิร์ฟอาหารที่หยั่งรากลึกในขนบธรรมเนียมของอิตาเลียนแบบแท้ๆ
ในส่วนของเมนู tortelli ricotta e spinaci เป็นราวิโอลีสอดไส้ริคอตต้าและผักโขม คลุกเคล้ากับซอสเนยและเสจอย่างละมุน ส่วน costolette d’agnello impanate หรือซี่โครงแกะชุบเกล็ดขนมปังทอด ให้สัมผัสกรอบกำลังดี เสิร์ฟคู่สลัดและมันฝรั่งอบโรสแมรี่ และอย่าลืมสั่ง aperol spritz เครื่องดื่มสีส้มสดใส รสเปรี้ยวซ่า ดื่มแล้วสดชื่นลงตัว

ที่ตั้ง: ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ 17 กรุงเทพฯ โทร. +66 93 138 8373 เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.30-23.00 น.

  • อาหารอิตาลี
  • เย็นอากาศ

เติมกลิ่นอายซิซิลีโดยเชฟ Nino Scognamillo ที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของอิตาลีตอนใต้ออกมาได้อย่างโดดเด่น

La Casa Nostra ที่แปลว่า ‘บ้านของเรา’ ต้อนรับแขกทุกคนเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว โดยเชฟ Nino Scognamillo ที่นำเอกลักษณ์แบบซิซิลีมารังสรรค์เมนูอิตาเลียนตอนใต้ได้อย่างน่าประทับใจ เมนูของที่นี่เน้นซีฟู้ดเป็นหลัก และด้วยความเชี่ยวชาญของเชฟ ทำให้วัตถุดิบแต่ละอย่างถูกปรุงออกมาได้อย่างลงตัว หนึ่งในจานเด่นของร้านคือ mediterranean octopus ที่ปรุงจนเนื้อนุ่ม เสิร์ฟคู่กับมันฝรั่งเวลูเต้ทรัฟเฟิลขาวเนื้อเนียน ให้กลิ่นหอมลึกของทรัฟเฟิลอย่างชัดเจน อีกจานที่น่าสนใจคือ conchiglioni burro e alici พาสต้าเปลือกหอยคลุกเนยและแอนโชวี ตัดรสด้วยมะเขือเทศคอมโพตเข้มข้น สร้างเลเยอร์รสชาติที่กลมกล่อมและมีมิติ

ที่ตั้ง: 22 ซอยสาทร 1 แยก 2 กรุงเทพฯ โทร. +66 2 287 2402 เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.30-24.00 น.

การโฆษณา
  • อาหารอิตาลี
  • บางรัก

นิยามของอาหารอิตาเลียนร่วมสมัย พร้อมไวน์บาร์ภายใต้การดูแลของเชฟ Lorenzo Ghezzani ที่หยิบเมนูคุ้นเคยมาปรับใหม่ให้มีลูกเล่นน่าสนใจ

Opus คือภาพของความร่วมสมัยตั้งแต่หน้าร้านที่มีผ้าใบสีดำ ตัดกับดอกไม้สีชมพูเข้มที่โปรยตัวลงมาจากด้านบน บรรยากาศด้านในยังคงต่อเนื่องด้วยไวน์บาร์ที่ชวนให้เริ่มต้นค่ำคืนด้วย prosecco สักแก้ว ภายใต้การนำของเชฟ Lorenzo Ghezzani ครัวที่นี่นำไอเดียคลาสสิกมาปรับใหม่ได้อย่างลงตัว เมนู white anchovies หมัก เสิร์ฟคู่หัวอาร์ติโชกและทรัฟเฟิลดำ ให้รสชาติกลมกล่อมลึกซึ้ง ขณะที่อกเป็ดราดซอสทับทิมมีโครงสร้างรสชาติชัดเจนแต่ยังเคลือบซอสมาอย่างชุ่มฉ่ำ และสำหรับของหวาน tiramisu แบบดั้งเดิมคือทางเลือกที่ลงตัวสำหรับปิดมื้ออย่างหวานละมุน
ทั้งอาหารและไวน์ของที่นี่โดดเด่นไม่แพ้กัน และจับคู่กันได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ที่ตั้ง: 64 ถนนปั้น บางรัก กรุงเทพฯ โทร. +66 95 873 3690 เปิดให้บริการวันจันทร์ - เสาร์ เวลา 18.00-24.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 17.00-23.00 น.

  • อาหารอิตาลี
  • สีลม

ร้านพาสต้าที่ BLOQyard โดดเด่นด้วยพาสต้าเส้นสดทำเองตั้งแต่ต้น พร้อมรสชาติที่ผสานทรัฟเฟิลและสมุนไพรอย่างลงตัว

ตั้งอยู่ใน BLOQyard บนถนนสีลม Scarletta บอกตัวตนชัดเจนตั้งแต่ชื่อ ที่นี่คือสวรรค์ของพาสต้าแฮนด์เมดแบบอาร์ติซาน และถือเป็นหนึ่งในไม่กี่ร้านในกรุงเทพฯ ที่โฟกัสอาหารอิตาเลียนเพียงหมวดเดียวได้อย่างลึกและจริงจังขนาดนี้ เริ่มต้นมื้อแบบเรียบง่ายด้วยโคลด์คัตและชีส ตามด้วยสลัดสดคลุกน้ำสลัดอิตาเลียน แต่แน่นอนว่าพาสต้าคือไฮไลต์หลักของที่นี่ เมนู mushroom and truffle tortellini หอมทรัฟเฟิลชัดเจน ให้โทนเอิร์ธตี้และความครีมมี่เบาๆ ขณะที่ squid ink paccheri มาพร้อมรสเค็มทะเลแบบมีมิติ ผสานกลิ่นสมุนไพรอย่างกลมกล่อม ปิดท้ายด้วย panna cotta เสิร์ฟคู่เบอร์รี เพิ่มความสดชื่นด้วยรสเปรี้ยวหวานกำลังดี

ที่ตั้ง: ซอยพิพัฒน์ 2 ถนนสีลม กรุงเทพฯ โทร. +66 81 235 6802 เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.00-22.00 น.

เรื่องเด่น
    บทความล่าสุด
      การโฆษณา