รวมร้านอาหารเปิดใหม่ทั่วกรุงเทพฯ ในเดือนนี้

Time Out Bangkok ขอแนะนำร้านอาหารเปิดใหม่ในกรุงเทพฯ ที่คุณต้องไปลอง
โดย Time Out Bangkok staff writer |
Advertising

ไม่ว่าคุณจะเป็นสายชากาแฟ ชอบกินอาหารไทย ญี่ปุ่น อิตาเลียน จีน อาหารฟิวชั่นเก๋ๆ หรือของหวานทุกชนิด...กรุงเทพฯ ก็ไม่เคยทำให้คุณผิดหวัง เราได้รวบรวม ร้านอาหารอร่อยๆ เปิดใหม่ทั่วกรุงเทพฯ ในเดือนนี้ที่คุณไม่ควรพลาดมาให้แล้ววว

Song Fa Bak Kut Teh
Sereechai Puttes/Time Out Bangkok
Restaurants

Song Fa Bak Kut Teh

icon-location-pin ราชประสงค์

บักกุตเต๋ (Bak Kut Teh) หรือซุปกระดูกหมูปรุงรสด้วยเครื่องเทศเผ็ดร้อนนานาชนิด กินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ เป็นเมนูอาหารยอดนิยมที่เป็นสัญลักษณ์ของชาวสิงคโปร์ โดยเชื่อกันว่าน้ำซุปร้อนๆ รสชาติเข้มข้นนี้สามารถช่วยบำรุงกำลัง และขับเหงื่อได้ดี ซึ่ง "Song Fa Bak Kut Teh" นั้นเป็นตำนานร้านบักกุตเต๋ที่การันตีด้วยรางวัล Bib Gourmand จากมิชลิน 3 ปีซ้อน เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1969 จากร้านรถเข็นข้างถนนจนตอนนี้มีทั้งหมด 9 สาขาทั่วประเทศสิงคโปร์ 7 สาขาในอินโดนีเซีย 3 สาขาในจีน มาจนถึงการเปิดสาขาแรกในประเทศไทยที่ centralwOrld แน่นอนว่าเมนูเด็ดอันดับหนึ่งของร้านก็คือ บักกุดเต๋รสชาติกลมกล่อมที่มีให้เลือกมากมาย ทั้งส่วนกระดูกหมู ส่วนเนื้อและเครื่องในต่างๆ มีทีเด็ดอยู่ที่กระดูกหมูไซส์ใหญ่ที่ถูกเคี่ยวจนเปื่อย เอาตะเกียบดึงเนื้อออกมาจากกระดูกได้เลย แล้วจิ้มซีอิ้วดำรสติดหวานนิดๆ ที่สามารถเพิ่มพริกลงไปได้ หากใครนิยมทานเผ็ด แถมยังมีเมนูเครื่องเคียงอีกมากมาย อาทิ ผัดผักสไตล์จีนในซอสรสหวานๆ หอมๆ เข้ากับบักกุตเต๋มากๆ ผักดอง หมูสามชั้นตุ๋น ขาหมู ไส้หมูตุ๋น รวมทั้งการเพิ่มเมนู ปรับสูตรให้เข้ากับปากคนไทยไทย ด้วยการเพิ่มเมนูข้าวต้มหมูสับ ใช้เป็นปลาท้องถิ่นอย่างปลาทับทิมแทนปลาชะโดในเมนูซุปปลา

Bun Meat and Cheese
Sereechai Puttes/Time Out Bangkok
Restaurants

Bun Meat and Cheese

icon-location-pin ทองหล่อ

ในช่วงที่ผ่านมา ถ้าใครเคยได้ยินเกี่ยวกับ Homeburg ร้านคราฟท์เบอร์เกอร์ที่อินดี้สุดๆ ด้วยการคิดราคาเบอร์เกอร์ตามความพึงพอใจของลูกค้า แล้วแต่ว่าอยากจะจ่ายเท่าไรก็ได้ทั้งนั้น และรับลูกค้าเพียงวันละ 4 -6 คน ทำให้เป็นที่บอกต่อจนมีคิวจองยาวกันข้ามปีนั้น ตอนนี้ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นแล้ว เพราะเหล่าผู้สร้างร้านดังกล่าวได้นำเอาสูตรเบอร์เกอร์ที่ฮอตฮิตที่สุดมาขายที่ Bun Meat and Cheese ร้านภาคต่อที่เพิ่มจำนวนขาย แต่ยังคงความพิถีพิถันในทุกขั้นตอนให้คงที่ได้ด้วยระบบที่มาจากการคำนวณตามหลักวิทยาศาสตร์ ประกอบกับความรู้ ความเข้าใจในการทำเบอร์เกอร์อันลึกล้ำที่ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างและไม่เหมือนใคร เมนูที่ขายมีเพียงแค่สองแบบคือ Homeburg Prototype#1 (380 บาท) เมนูยอดฮิตที่เคยขายที่ Homeburg และ Bun Meat and Cheese (320 บาท) เบอร์เกอร์ที่มีเพียงแค่ขนมปัง เนื้อวัว และชีส แต่เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเพิ่มท้อปปิ้งอื่นตามความชอบ ซึ่งมีทั้ง caramelised onion, crispy shallots, crispy bacon และอีกหลายอย่าง (20-30 บาท) มีมะเขือเทศกับผักกาดแก้วให้บริการตัวเองฟรี แต่ทางร้านไม่แนะนำให้เพิ่มมากกว่าสองอย่าง เพราะจะทำให้เสียอรรถรสของเนื้อสุดพิเศษไปเปล่าๆ  “เพราะเราอยากให้คนที่กินได้ทำความเข้าใจเบอร์เกอร์ได้ง่ายที่สุด เลยเลือกขายแฮมเบอร์เกอร์ในรูปแบบที่เรียบง่ายโดยที่ยังคงใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง” ไทกิบอกเล่าถึงวิธีคิดของการทำเบอร์เกอร์ที่ร้าน ดังนั้นส่วนประกอบ [ซึ่งเหมือนจะ] เรียบง่ายจึงเป็นคาแรคเตอร์ที่สำคัญของเบอร์เกอร์ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นขนมปังบียอคเนื้อนุ่มนวลนุ่มนวลขอบกรอบจากการจี่บนกระทะเหล็กไฟอ่อน และอบน้ำชั่วครู่ คู่เคียงกับเนื้อวัวสันคอบดผสมระหว่างเนื้อดรายเอจและเวทเอจสูตรพิเศษเพื่อความอร่อยยิ่งขึ้น ที่เกรียมด้า

Time Out พูดว่า
Advertising
Grazia gelato and coffee
Sereechai Puttes/Time Out Bangkok
Restaurants, คาเฟ่

Grazia Gelato and Coffee

จากความหลงใหลในเสน่ห์เจลาโตแบบอิตาเลียนอย่างถอนตัวไม่ขึ้นของ เกรซ–ธนมาศ อัษฎมงคลพันธ์ ขณะที่เธอไปเรียนปริญญาโทสาขา fashion entrepreneurship ที่ Marangoni Fashion Institute เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี และกลับไปอีกครั้งเพื่อเรียนทำเจลาโตอย่างจริงจังที่เมืองแบริกาโม (Bergamo) ตามคำแนะนำของเจ้าของร้านเจลาโต Massimo del Gelato สุดโปรดของเธอ จนสั่งสมเอาความรู้มาคิดค้นเบสเจลาโตที่เป็นออร์แกนิก ไม่มีสารเคมีเลย และเปิดคาเฟ่ตามความตั้งใจในย่านบางกรวย  เกรซเลือกใช้บ้านของครอบครัวที่ไม่มีใครอยู่มาตกแต่งใหม่โดยรับเอากลิ่นอายความเป็นอิตาลี๊ อิตาลี มาแบบเต็มๆ ทั้งการออกแบบสเปซภายในที่มีทั้งโต๊ะสูงไม่มีเก้าอี้ สำหรับการแวะดื่มชอตเอสเพรสโซแล้วก็ไปตามไลฟ์สไตล์แบบอิตาเลียโน (ซึ่งไม่เหมาะกับคนไทย และเธอก็คิดว่าต้องเพิ่มโต๊ะในเร็วๆ นี้) หรือมุมโซฟาสบายๆ ให้นั่งได้ยาวๆ ซึ่งผสมผสานจากเครื่องใช้และเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ที่มาจากบรรดาของวินเทจสะสมส่วนตัวและของที่หามาใหม่ เมื่อดูรวมๆ กันจึงดูเหมือนสตูดิโอแฟชั่นย้อนยุคก็ไม่ปาน  "เรายังไม่เคยเจอร้านไหนในประเทศไทยที่เสิร์ฟเจลาโตจริงๆ เลย" เกรซเล่าถึงมุมมองของเธอที่มีต่อเจลาโตร้านอื่นๆ เพราะสำหรับเธอนั้น เจลาโตต้องอัดแน่นไปด้วยวัตถุดิบที่สดใหม่ ไม่ใช้สารคงตัวแต่แทบไม่มีอากาศแทรก ไม่ใส่ครีมเพิ่ม จึงทำให้มีไขมันน้อยกว่าไอศกรีมทั่วไปถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ไม่ปรุงแต่งทั้งรสและสี เพื่อให้คนชิมได้รับรู้รสชาตินั้นๆ มากที่สุด Grazia Gelato and Coffee จึงใช้ส่วนผสมที่ทำขึ้นสดใหม่ทุกเช้าวันต่อวัน ไม่มีการเก็บส่วนที่เหลือไว้ และเป็นร้านแรกที่ใช้ Frigomat GX เครื่องทำเจลาโตนำเข้าซึ่งสามารถปั่นส่วนผสมและพร้อมตักเสิร์ฟได้เลยในตัว ทั้งยังทำหน้าที่รักษาคุณภาพตัวเจลาโตให้คงที่ทั้

Time Out พูดว่า
Siri House
Siri House
Things to do

Siri House

icon-location-pin เพลินจิต

Siri House คือไลฟ์สไตล์ฮับของกลุ่มแสนสิริ ที่มัดรวมเอาองค์ประกอบที่ชาวไลฟ์สไตล์ชื่นชอบมาแบบครบทุกด้าน ทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร บาร์ ร้านหนังสือ ร้านดอกไม้ ที่นั่งชิลๆ ในสวน แถมด้วยสระว่ายนน้ำขนาดย่อม รวมไว้ในบ้านหลังย่อมในซอยสุดร่มรื่นใจกลางเมือง

Advertising
Karo Coffee Roasters
Sereechai Puttes/Time Out Bangkok
Restaurants, คาเฟ่

Karo Coffee Roasters

icon-location-pin วัฒนา

เจ้าของร้าน Karo Iyash เลือกย้ายมาอยู่ประเทศไทยเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ก่อนจะเริ่มหลงใหลในลวดลายและเรื่องราวของการสักยันต์ พร้อมกับตั้งต้นเอาดีด้านกาแฟจนมีร้านเป็นของตัวเองในซอยปรีดีพนมยงค์ 26 ที่ยังไม่มีคนพลุกพล่านจอแจ เขาเลือกจับจองพื้นที่ชั้นล่างของอาคารพาณิชย์หมายเลข 66 ซึ่งเป็นหมายเลขที่มีความหมายต่อจิตใจของ Karo เพราะเขามีความเชื่อในเรื่องของโชคลาง นี่จึงเป็นเหตุผลที่คุณจะได้เห็นภาพเสือไม่มีหัวในหลายที่ทั่วทั้งร้าน ทั้งกระจกด้านหน้า บนถุงเมล็ดกาแฟคั่ว หรือบนนามบัตร เนื่องจากเสือคือยันต์ลายแรกที่เขาสักกับอาจารย์ที่เขานับถือในปี 2015 ซึ่งทำให้เขารู้สึกมีสิ่งยึดเหนี่ยวในการใช้ชีวิต เขาจึงผูกพันกับเสือมาก และเชื่อว่าเสือเป็นสิ่งนำโชคให้เขาได้  ที่นี่คั่วเมล็ดกาแฟเองทุกอาทิตย์ และส่งให้กับร้านกาแฟอื่นอีกหลายร้าน ทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยเลือกใช้เมล็ดจากหลายท้องที่ รวมทั้งเมล็ดแบบ Micro Lots จากดอยสะเก็ด ซึ่งเป็นการผลิตกาแฟจำนวนน้อยด้วยกระบวนการพิเศษที่ละเอียดมากๆ กาแฟที่ชงออกมาจึงจะมีความพิเศษอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเมนูเบสิคอย่าง Espresso (100 บาท) Latte (120 บาท) หรือ Cappuccino (120 บาท)  แต่เราแนะนำให้ลองสั่งซิกเนเจอร์เหล่านี้ดู เช่น Lavender Latte (160/180 บาท) ลาเต้สัมผัสนุ่มหอมกลิ่นดอกลาเวนเดอร์แห้งที่โรยอยู่ด้านบน Hot Mexican Mocha (160 บาท) ที่มีรสชาติเผ็ดเล็กๆ ของซอสเม็กซิกัน ตัดกับรสหวานของมอคค่าได้อย่างลงตัว หรือสำหรับคนที่ไม่ชอบคาเฟอีนก็ยังมี Homemade Ginger Beer (120 บาท) ใส่น้ำแข็งเย็นๆ ดื่มแล้วสดชื่นมากๆ 

Time Out พูดว่า

More to explore

Advertising