COVID-19 Vaccine: รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19

สำหรับคนที่ได้รับวัคซีนไปแล้ว คนที่กำลังรอฉีดวัคซีน และคนที่อยู่ระหว่างการตัดสินใจ

Covid Vaccine

โควิด-19 ไม่มีข้อดี แต่มีข้อมูลจำนวนมากที่เราต้องทำความเข้าใจโดยเฉพาะเรื่องของวัคซีนที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจ ซึ่งตอนนี้ในประเทศไทยมีทั้งคนที่ได้รับวัคซีนไปแล้ว คนที่รอวัคซีนอยู่หลังจากลงทะเบียนผ่านระบบต่างๆ ของแต่ละพื้นที่ และคนที่อยู่ระหว่างการตัดสินใจด้วยเหตุผลและปัจจัยส่วนตัวที่ต่างกันออกไป เพราะทุกคนมีสิทธิ์เลือกวัคซีนที่ดีที่สุดให้ตัวเอง

ด้านล่างนี้เป็นข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่เราจะอัปเดตทุกวัน เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจเรื่องการฉีดวัคซีนของทุกคน

Update: จุดฉีดวัคซีนโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพฯ
ข่าว

Update: จุดฉีดวัคซีนโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพฯ

วาระเร่งด่วนแห่งชาติตอนนี้คงเป็นเรื่องอื่นไปไม่ได้นอกจาก การจัดสรรวัคซีนโควิด-19 ให้คนไทยได้ฉีดอย่างทั่วถึงเร็วที่สุดตามความสมัครใจ ซึ่งในส่วนของ กทม. ก็ได้เตรียมพร้อมในการให้บริการวัคซีนทันทีที่ได้รับการจัดสรร โดยตั้งเป้าฉีดให้ได้วันละ 80,000 คน แบ่งเป็น บริการฉีดวัคซีนในโรงพยาบาล 126 แห่ง ที่ตั้งเป้าไว้วันละ 30,000 คน และได้ร่วมมือกับหอการค้าแห่งประเทศไทยให้ บริการฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาล 25 แห่ง ทั่วกรุงเทพฯ ตั้งเป้าฉีดให้ได้แห่งละ 1,000-3,000 คนต่อวัน รวม 25 แห่งก็จะให้บริการได้ 38,000-50,000 คนต่อวัน โดย กทม. ได้ทยอยเปิดให้บริการฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม ที่ผ่านมา และจะฉีดต่อเนื่อง 7 เดือน นอกจากนี้ ยังมีจุดฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลที่จามจุรีย์สแควร์อีก 1 แห่ง ซึ่งเป็นจุดบริการวัคซีนที่ดำเนินการตามโครงการจัดตั้งจุดให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU Covid-19 Vaccination Program : CU PV) สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อสูง ได้แก่ ครู อาจารย์ บุคลากรทางการศึกษาและกลุ่มผู้ให้บริการสาธารณะ เช่น พนักงาน ขสมก. สามารถให้บริการฉีดวัคซีน 1,000 คน /วัน ซึ่งต้องจองคิวล่วงหน้า ผ่านระบบ "เป็ดไทยสู้ภัย QueQ"   แล้วประชาชนทั่วไปจะได้ฉีดวัคซีนเมื่อไหร่? ตอนนี้การจองคิวฉีดวัคซีนผ่านไลน์และแอปพลิเคชั่นหมอพร้อม ยังเปิดให้เฉพาะ 2 กลุ่มเป้าหมายแรก คือ ผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี และผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง และจะเปิดให้กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีอายุ 18-59 ปีขึ้นไป จองคิวได้ตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป ผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่ อสม. หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือโรงพยาบาลที่มีสิทธิ์รักษา ช่องทางอื่นๆ หรือ walk-in ตามประกาศของจังหวัด ไลน์และแอปพลิเคชั่น หมอพร้อม (ดูวิธีใช้ได้ที่นี่)   เตรียมความพร้อมด้วยการเช็กรายชื่อจุดฉีดวัคซีนในกรุงเทพฯ ได้ด้านล่าง   จุดฉีดวัคซีนในโรงพยาบาล 126 แห่ง     จุดฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาล 26 แห่ง โซนกรุงเทพฯ กลาง มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โรงพยาบาลสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์ โซนกรุงเทพฯ เหนือ SCG บางซื่อ เซ็นทรัล ลาดพร้าว [เปิดให้บริการแล้ว] SCG สำนักงานใหญ่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ โซนกรุงเทพฯ ตะวันออก เดอะมอลล์ บางกะปิ [เปิดให้บริการแล้ว] โรบินสัน ลาดกระบัง โลตัส มีนบุรี บิ๊กซี ร่มเกล้า โซนกรุงเทพฯ ใต้ สามย่านมิตรทาวน์ [เปิดให้บริการแล้ว] ธัญญาพาร์ค ทรู ดิจิทัล พาร์ค เอเชียทีค เซ็นทรัลเวิลด์ สยามพารากอน โลตัส พระราม 4 เอ็มโพเรียม จามจุรีสแควร์ [เปิดให้บริการแล้ว] โซนกรุงธนเหนือ เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ไอคอนสยาม โลตัส ปิ่นเกล้า โซนกรุงธนใต้ PTT station พระราม 2 เดอะมอลล์บางแค บิ๊กซี บางบอน [เปิดให้บริการแล้ว]

ขั้นตอนการลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด-19 นอกโรงพยาบาล ผ่านเว็บไซต์ ไทยร่วมใจ.com
ข่าว

ขั้นตอนการลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด-19 นอกโรงพยาบาล ผ่านเว็บไซต์ ไทยร่วมใจ.com

วัคซีนป้องกันโควิด-19 เข็มแรกใกล้คนไทยเข้ามาทุกทีแล้ว โดยเฉพาะประชาชนทั่วไปในกรุงเทพฯ ที่มีความประสงค์จะฉีดวัคซีน ซึ่งวันนี้ทาง กทม. ได้เปิดให้ทุกคนสามารถลงทะเบียนนัดหมายการฉีดวัคซีนได้ผ่านเว็บไซต์ ไทยร่วมใจ.com เป็นวันแรก และจะเริ่มฉีดวัคซีนได้ในวันที่ 7 มิถุนายน 2564 ขั้นตอนการลงทะเบียนมีอะไรบ้าง เราสรุปมาให้แล้ว   ขั้นตอนการลงทะเบียนฉีดวัคซีนผ่านเว็บไซต์ไทยร่วมใจ เข้าไปที่ www.ไทยร่วมใจ.com หน้าแรกจะมีบริการให้เลือก 2 อย่างคือ 'แสดงความประสงค์' และ 'ตรวจสอบข้อมูล/นัดหมาย' ไทยร่วมใจ สำหรับบริการ 'แสดงความประสงค์' เป็นบริการสำหรับกลุ่มที่ยังไม่เคยเข้าร่วมโครงการภาครัฐ ต้องทำการกรอกข้อมูลส่วนตัวก่อน จากนั้นระบบจะส่งรหัส OTP ไปที่เบอร์โทรศัพท์ที่ลงทะเบียนไว้ หลังจากยืนยันรหัส OTP ก็ถือว่าการแสดงความประสงค์เสร็จเรียบร้อยและให้รอรับ SMS ยืนยัน แจ้งผลการได้รับวัคซีน และนัดหมายวัน เวลา สถานที่เพื่อเข้ารับบริการฉีดวัคซีน   ไทยร่วมใจ   ไทยร่วมใจ สำหรับบริการ 'ตรวจสอบข้อมูล/นัดหมาย' เป็นบริการสำหรับกลุ่มที่เคยเข้าร่วมโครงการภาครัฐ ซึ่งมีข้อมูลอยู่ในระบบอยู่แล้ว สามารถแจ้งความประสงค์รับการฉีดวัคซีนได้ 2 ช่องทางคือ เว็บไซต์ ไทยร่วมใจ.com โดยการกรอกหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนและเบอร์โทรศัพท์ แล้วกดยืนยันข้อมูล   ไทยร่วมใจ จากนั้นระบบจะส่งรหัส OTP ไปที่เบอร์โทรศัพท์ที่ลงทะเบียนไว้ หลังจากยืนยันรหัส OTP ก็จะสามารถทำการนัดหมายวัน เวลา และสถานที่ฉีดวัคซีนได้ โดยระบบจะแสดงจุดบริการวัคซีนที่ใกล้กับที่อยู่ที่ลงทะเบียนไว้มากที่สุด พร้อมแสดงวันและช่วงเวลาที่ยังว่างสำหรับการจองคิวรับวัคซีน แต่ก็สามารถเลือกจุดบริการวัคซีนนอกโรงพยาบาลอื่นๆ ได้ตามความประสงค์ โดยแต่ละจุดบริการก็จะมีวันและเวลาว่างต่างกันไปตามจำนวนผู้ลงทะเบียน ไทยร่วมใจ อีกหนึ่งช่องทางสำหรับนัดหมายการฉีดวัคซีนสำหรับกลุ่มที่เคยเข้าร่วมโครงการภาครัฐคือแอปพลิเคชั่น ‘เป๋าตังค์’ โดยเปิดแอปฯ แล้วเลือกเมนู 'โครงการไทยร่วมใจ' ที่ด้านล่างก็จะสามารถทำการนัดหมายวัน เวลา และสถานที่ฉีดวัคซีนได้เลย   ไทยร่วมใจ นอกจากนี้ ระบบไทยร่วมใจยังเปิดให้ลงทะเบียนผ่านร้านค้าสะดวกซื้อ ณ ร้าน 7-eleven, Family Mart , Tops Daily และ mini Big C ซึ่งเปิดเป็นจุดรับลงทะเบียน ช่วงเวลา 08.30 – 18.00 น. สำหรับกลุ่มไม่มีสมาร์ตโฟน

Do's & Don’ts: วิธีเตรียมตัวก่อน-หลังฉีดวัคซีนโควิด-19 และอาจมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง
Things to do

Do's & Don’ts: วิธีเตรียมตัวก่อน-หลังฉีดวัคซีนโควิด-19 และอาจมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

ตั้งแต่เริ่มลงมือแจกจ่ายวัคซีนโควิด-19 ให้ประชาชนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ตอนนี้ก็มีชาวไทยประมาณ 2 ล้านคนที่ได้รับวัคซีนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคิดเป็นวัคซีนเข็มแรกกว่า 2 ล้านโดส และเข็มที่สอง 1 ล้านโดส (ข้อมูลวันที่ 27 พ.ค. 64) โดยส่วนมากเป็นกลุ่มคนที่ต้องทำงานเสี่ยงต่างๆ อย่างเช่น แพทย์พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณะ รวมถึงประชาชนอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้มีโรคประจำตัว ส่วนการลงทะเบียนรอบใหม่ที่จะเกิดขึ้นนี้ รัฐบาลเปิดสำหรับคนทั่วไปที่มีอายุ 18 - 59  ปี ให้สามารถลงทะเบียนจองคิวฉีดวัคซีนได้ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค. 2564 ก่อนจะฉีดจริงช่วงเดือนมิถุนายน เป็นต้นไป ซึ่งช่องทางที่ทุกคนสามารถลงชื่อได้ก็มีมากมาย (อ่านได้ที่นี่) เราเชื่อว่าครั้งนี้ จะมีคนต้องเตรียมเข้ารับวัคซีนมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว เพราะดูจากตัวเลขแล้วประชาชนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 ยังมีเปอร์เซ็นเยอะมาก ดังนั้น เราเลยสรุปข้อสำคัญใน “การเตรียมตัวก่อน-หลังเข้ารับวัคซีนโควิด-19” รวมถึงอาการข้างเคียงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นมาให้อ่านกันแล้ว  Central Pattana/Central Ladprao   การเตรียมตัวฉีดวัคซีนโควิด-19 สิ่งที่ควรทำ: ก่อนฉีด 1. พักผ่อนให้เพียงพอ งดออกกำลังกายล่วงหน้า 2 วัน 2. ใส่เสื้อผ้าที่สะดวกต่อการฉีดวัคซีน 3. เลือกฉีดแขนข้างที่ไม่ถนัด 4. งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ทุกชนิด และดื่มน้ำให้เพียงพอ 5. หากตั้งครรภ์ มีโรคประจำตัว มียากินประจำ มียาที่แพ้ ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที 6. หากมีอาการเจ็บป่วย ไม่สบาย ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนไปก่อน 7. ควรฉีดหลังวัคซีนโควิดห่างจากวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 1 เดือน สิ่งที่ควรทำ: หลังฉีด 1. สังเกตอาการตัวเอง 30 นาที ถ้ามีสิ่งผิดปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่ 3. งดออกกำลังกาย งดเกร็ง งดใช้กล้ามเนื้อแขนข้างที่ฉีด 2 วัน 4. หากมีอาหารปวดเมื่อย มีไข้ สามารถกินยาพาราเซตามอล 500 mg ได้ 1 เม็ด 5. หลังฉีดวัคซีน 1-2 วัน ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ ห้ามสูบบุหรี่ ห้ามทำงานหนัก ใครบ้างที่ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนฉีดวัคซีนโควิด-19? 1. บุคคลที่อายุต่ำกว่า 18 ปี 2. ผู้ที่แพ้วัคซีนเข็มแรก 3. ผู้ป่วยอาการไม่คงที่ *4. ผู้ที่มีไข้ มีโรคประจำตัวที่แสดงอาการใจสั่น เหนื่อย หอบ แน่นหน้าอก *5. ผู้ที่รับยาเกี่ยวกับสมองและระบบประสาทอย่างต่อเนื่อง *6. ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ *7. ผู้มีปัญหาเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน และ ผู้กินยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่มีอาการตามข้อนี้ ต้องปรึกษาแพทย์ เนื่องจากสามารถฉีดวัคซีนได้หากอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ istock อาการข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนต้องเข้าใจตรงกันก็คือ เนื่องจากวัคซีนโควิด-19 เป็นวัคซีนใหม่ของโลก ทำให้พวกเรายังไม่มีข้อมูล หรืองานวิจัยที่มากพอจนสามารถฟันธงได้ว่าใครบ้างที่ไม่ควรรับวัคซีน รวมถึงผลข้างเคียงที่แท้จริงคืออะไร ดังนั้น ข้อมูลที่พวกเราได้เห็นได้ยินกันอยู่ทุกวันนี้ มาจากการเก็บข้อมูลจากเคสที่เกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะทำให้ในอนาคต เราสามารถรู้ได้ว่าวัคซีนตัวไหนเหมาะกับใครมากที่สุด ส่วนตอนนี้ อาการข้างเคียง ที่อาจเกิดขึ้นและพบได้บ่อยที่สุดหลังจากฉีดวัคซีน จะแบ่งได้ 2 กลุ่มหลักๆ คือ "อาการชนิดไม่รุนแรง" ที่สามารถกินยาตามอาการ และพักผ่อนก็หายได้ อย่างเช่น  ปวดเมื่อยบริเวณที่ฉีด มีไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน อาการเหล่านี้ จากคำแนะนำของโรงพยาบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว เราสามารถกินยาพาราเซตามอล 500 mg เพื่อบรรเทาอาการได้ แต่ถ้าหากเป็นผลข้างเคียงในกลุ่ม "อาการชนิดรุนแรง" จะแนะนำให้พบแพทย์โดยทันที ซึ่งอาการเหล่านั้นก็อย่างเช่น แน่นหน้าอก ใจสั่น หายใจลำบาก กล้ามเนื้ออ่อนแรง มีอาการบวมตามร่างกาย หนาวสั่น ผื่นขึ้น ท้องเสีย อาเจียนหนัก หมดสติ ชัก แม้ว่าทุกสถานที่ที่รับฉีดวัคซีนโควิดจะมีการเฝ้าระวังอาการที่อาจเกิดขึ้นภายใน 30 นาที แต่ทุกคนก็ควรสังเกตตัวเองเป็นเวลาอย่างน้อย 1-2 วันหลัง และ 30 วันหลังเข้ารับวัคซีน และหากใครเกิดมีอาการเหล่ารุนแรง ก็ควรแจ้งแพทย์และเจ้าหน้าที่ให้ทราบทันที หรือโทรหาสายด่วน 1669 เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างใกล้ชิด (อิงข้อมูลจาก: กรมอนามัย)

กทม. จับมือ IBM เปิดระบบ 'ไทยร่วมใจฯ' ให้คนกรุงอายุ 18-59 ลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด-19 ตั้งแต่ 27 พ.ค.
ข่าว

กทม. จับมือ IBM เปิดระบบ 'ไทยร่วมใจฯ' ให้คนกรุงอายุ 18-59 ลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด-19 ตั้งแต่ 27 พ.ค.

ระหว่างที่รอ ‘หมอพร้อม’ ที่จะพร้อมให้ประชาชนทั่วไปลงทะเบียนฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในวันที่ 31 พฤษภาคม นี้ หลายจังหวัดก็ได้เตรียมช่องทางให้ประชาชนในพื้นที่เข้ารับวัคซีนได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เช่น ระบบภูเก็ตพร้อม ของชาวภูเก็ต และระบบนนท์พร้อม ของชาวนนทบุรี และวันนี้ กทม. ก็ได้เปิดตัวระบบ "ไทยร่วมใจ กรุงเทพปลอดภัย" ให้คนกรุงเทพฯ ลงทะเบียนพื่อรับวัคชีนป้องกันโควิด-19 นอกโรงพยาบาล ใน 25 จุดบริการทั่วกรุงเทพฯ   ใครสามารถลงทะเบียนผ่านระบบ ไทยร่วมใจ กรุงเทพปลอดภัย ได้บ้าง? ระบบจะเปิดให้ลงทะเบียนสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ (ทั้งผู้ที่มีรายชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกรุงเทพฯ และประชากรแฝงที่ทำงานในกรุงเทพฯ โดยจะใช้ข้อมูลประกันสังคมจาก สปสช.) ที่มีอายุตั้งแต่ 18-59 ปี และไม่ได้เป็น 7 กลุ่มโรคเสี่ยง แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่เคยเข้าร่วมโครงการภาครัฐ สามารถแจ้งความประสงค์รับการฉีดวัคซีนผ่านแอปพลิเคชั่น ‘เป๋าตังค์’ และรอรับ SMS ยืนยัน กลุ่มที่ยังไม่เคยเข้าร่วมโครงการภาครัฐ สามารถลงทะเบียนบนเว็บไซต์ www.ไทยร่วมใจ.com และรอรับ SMS ยืนยันแจ้งผลการได้รับวัคซีน และนัดหมายวัน เวลา สถานที่เพื่อเข้ารับบริการฉีดวัคซีน กลุ่มไม่มีสมาร์ตโฟน สามารถให้คนในครอบครัวลงทะเบียนแทนได้ ผ่าน www.ไทยร่วมใจ.com หรือสามารถลงทะเบียนที่ร้านค้าสะดวกซื้อ ณ ร้าน 7-eleven, Family Mart , Tops Daily และ mini Big C ซึ่งเปิดเป็นจุดรับลงทะเบียน ช่วงเวลา 08.30 – 18.00 น. ระบบไทยร่วมใจฯ จะเปิดให้ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2564 เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป และจะเริ่มให้บริการฉีดวัคซีนเข็มแรกได้ในวันที่ 7 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป   BMA ไทยร่วมใจ กรุงเทพปลอดภัย ซ้ำซ้อนกับระบบหมอพร้อมหรือเปล่า? เชื่อว่าหลายคนคงสงสัยอย่างเดียวกัน ว่า ระบบไทยร่วมใจ กรุงเทพปลอดภัย จะเป็นการทำงานซ้ำซ้อนกับระบบหมอพร้อมที่มีอยู่ก่อนแล้วหรือเปล่า ซึ่งประเด็นนี้ ทาง กทม. ชี้แจงว่า ไม่ซ้ำซ้อนแน่นอน โดยแนะนำให้ผู้สูงอายุ ตั้งแต่ 60 ปี ขึ้นไป และผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเสี่ยง ลงทะเบียนรับวัคซีนในโรงพยาบาลผ่านระบบหมอพร้อม เพราะเป็นกลุ่มที่มีโอกาสจะเกิดอาการข้างเคียงได้มากกว่า การฉีดวัคซีนในโรงพยาบาลจึงมีความเหมาะสมมากกว่า ส่วนคนกรุงเทพฯ ที่มีอายุตั้งแต่ 18-59 ปี และไม่ได้เป็น 7 กลุ่มโรคเสี่ยง เชิญชวนมาลงทะเบียนผ่านระบบไทยร่วมใจฯ แต่ถ้าเข้าไปที่ระบบหมอพร้อมตอนนี้แล้วเลือกเมนูลงทะเบียนรับวัคซีนโควิด-19 ก็จะพบว่ามี ‘ศูนย์ฉีดวัคซีนสนาม’ ให้เลือกอยู่ ซึ่งก็คือจุดบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 นอกโรงพยาบาลนั่นเอง หมอพร้อม ทั้งนี้ ระบบไทยร่วมใจฯ ยังมาพร้อมกับหมายเลข Call Center 1516 สำหรับให้บริการตอบคำถามประชาชน และให้ข้อมูลเกี่ยวกับการลงทะเบียนฉีดวัคซีนผ่านระบบดังกล่าว โดยจะเปิดให้บริการพร้อมกับการเปิดให้ลงทะเบียนในวันที่ 27 พฤษภาคม 2564 ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 20.00 น.   ฟังรายละเอียดอื่นๆ จากการแถลงข่าวเปิดตัวระบบไทยร่วมใจ กรุงเทพปลอดภัย ได้ที่

สรุปวิธีใช้ “หมอพร้อม V.2” แอปพลิเคชั่นจองคิวฉีดวัคซีนโควิด เปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่ 1 พ.ค.นี้
ข่าว

สรุปวิธีใช้ “หมอพร้อม V.2” แอปพลิเคชั่นจองคิวฉีดวัคซีนโควิด เปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่ 1 พ.ค.นี้

ตั้งแต่เริ่มมีการระบาดในช่วงแรก ตอนนั้นตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันในโซนตะวันตกและยุโรปมีจำนวนสูงมากอย่างต่อเนื่อง จนดูเหมือนว่าจะย่ำแย่กว่าเรา แต่พอเริ่มมีการแจกจ่ายวัคซีนโควิดให้แก่ประชาชนจนทั่วถึง สถานการณ์ในหลายประเทศก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด (มาก) จนตอนนี้บางประเทศแทบไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เลย อย่างเช่น ประเทศนิวซีแลนด์ กับ ประเทศออสเตรเลีย ที่ตั้งแต่ต้นปีเกือบมีผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์ ทั้งสองประเทศเลยจับมือเปิดชายแดนระหว่างกันให้ประชาชนบินข้ามไปมาแบบไม่ต้องกักตัวได้แล้ว วัคซีนโควิด จึงกลายสิ่งที่จะช่วยเปลี่ยนเกมได้เลย ถ้าเกิดมีการวางแผนแจกจ่ายได้รวดเร็วและทั่วถึงพอ ซึ่งประเทศไทยก็เริ่มมีการฉีดวัคซีนให้กลุ่มคนเสี่ยงมากไปแล้วตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยเป็นวัคซีนยี่ห้อ ซิโนแวค (Sinovac) กับ แอสตราเซเนกา (AstraZeneca) JAIR_FERREIRA ซึ่งในวันที่ 1 พฤษภาคมที่จะถึงนี้เอง ก็จะเริ่มเปิดให้ประชาชนกลุ่มพิเศษได้ลงทะเบียนจองคิวรับวัคซีนผ่านแอปพลิเคชั่น ‘หมอพร้อม V.2’ ได้แล้ว โดยเราจะมาสรุปวิธีการใช้งานให้อ่านกัน อย่างแรกเลย แอปพลิเคชั่น หมอพร้อม V.2 มีความจำเป็นและสำคัญสำหรับผู้ต้องการฉีดวัคซีน (ไม่ได้บังคับว่าต้องฉีดทุกคน) เพราะนอกจากใช้รับสิทธิ ใช้จองคิว จองโรงพยาบาลแล้ว ข้อมูลสำคัญๆ อย่างวิธีปฏิบัติตัวหลังฉีดวัคซีน ข้อมูลวัคซีนเข็มที่เราฉีด หรือการแจ้งเตือนนัดฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ก็จะบอกผ่านแอปฯ หมอพร้อม แทบทั้งสิ้น นอกจากนี้ เรายังสามารถใช้ลงทะเบียนแทนคนอื่นในครอบครัวได้ด้วย (พ่อแม่ บุตร ญาติคนอื่นๆ) จึงอาจช่วยแก้ปัญหาสำหรับคนที่ไม่ได้ใช้สมาร์ทโฟนได้ ดังนั้น ผู้ที่อยากฉีดวัคซีนต้องมี แอปพลิเคชั่นหมอพร้อม หรือ Line Official หมอพร้อม ไว้จะสะดวกที่สุด    ขั้นตอนการลงทะเบียนรับสิทธิ  หลังจากเพิ่มเพื่อนหรือโหลดแอปฯ แล้ว ให้ลงทะเบียนและกรอกข้อมูลส่วนตัวก่อน หากต้องการลงทะเบียนแทนบุคคลอื่น ให้กดคำว่า ‘เพิ่มบุคคลอื่น’ ได้เลย กดเมนู ‘จองฉีดวัคซีนโควิด-19’ แล้วเลือก ‘ลงทะเบียนฉีดวัคซีน’ รอข้อความยืนยันการรับสิทธิ   ขั้นตอนการจองคิวฉีดวัคซีน กดเมนู ‘จองฉีดวัคซีนโควิด-19’ เลือกคำว่า ‘จอง’ แล้วกด ‘รับสิทธิ’ ทำแบบคัดกรองก่อนรับวัคซีน กด ‘ยินยอม’ เลือกโรงพยาบาล และวัน/เวลา ที่ต้องการฉีดวัคซีน กด ‘ยืนยัน’ และรอข้อความยืนยันวันนัดฉีดวัคซีน เมื่อถึงวันนัดหมายก็สามารถเดินทางไปรับวัคซีนได้เลย ตามวัน เวลา และสถานที่ที่เราจองคิวไว้ แต่ถ้าหากรู้ตัวว่าใกล้ถึงวันนัดหมายแล้วไม่สามารถไปได้ ก็สามารถเปลี่ยนคิวที่จองไว้ได้ที่หน้าเมนู จองคิวฉีดวัคซีน แล้วเลือกคำว่า ‘เปลี่ยนการจอง’ เพื่อเลือก วัน/เวลา/สถานที่ใหม่ อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งก่อนถึงวันนัดหมาย 1 วัน แอปพลิเคชั่นจะส่งการแจ้งเตือนมาให้ก่อนด้วย Ministry of Public Health หลังจากฉีดวัคซีนแล้ว เราสามารถเข้าดูคำแนะนำต่างๆ รวมถึงอาการข้างเคียงที่อาจเกิดได้ในแอปฯ หรือไลน์ และสิ่งที่มีประโยชน์อีกก็คือ การทำแบบประเมิณหลังเข้ารับวัคซีน ทุก 1 วัน / 7 วัน / 30 วัน เพราะจะเป็นประโยชน์สำหรับใช้เก็บข้อมูลอาการข้างเคียงต่างๆ ที่เกิดจากการรับวัคซีน สำหรับการนัดหมาย ฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ควรห่างจากเข็มแรกอย่างน้อย 21-30 วัน และสามารถจองได้ด้วยวิธีเดียวกับการฉีดวัคซีนเข็มแรก โดยผู้ที่ได้ฉีดวัคซีนครบทั้ง 2 โดสแล้วจะได้รับ ‘ใบรับรองการฉีดวัคซีน (Vaccination Certificate)’ ผ่านทางแอปพลิเคชั่น หรือไลน์หมอพร้อม โดยบนใบรับรองจะมี QR Code ให้สแกนดูข้อมูลการรับวัคซันได้ ทั้งยี่ห้อวัคซีน หมายเลขโดส วันที่และสถานที่ฉีดวัคซีนทั้ง 2 เข็ม Ministry of Public Health หมอพร้อม V.2 จะเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 และจะเริ่มแจกวัคซีนตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน - 31 กรกฎาคม 2564 โดยเป็นการแจกวัคซีนระยะที่ 2 ให้กับประชาชนในกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป รวมถึงผู้ป่วย 7 กลุ่มโรค และเจ้าหน้าที่ที่มีความเสี่ยง (ดูผู้มีสิทธิฉีดวัคซีนระยะ 2 ได้ ที่นี่)  หลังจากนั้นจะเริ่มแจกวัคซีนระยะที่ 3 ให้กับประชาชนทั่วไป คือ ผู้มีอายุ 18 - 59 ปี โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนผ่าน หมอพร้อม ในเดือนกรกฎาคม และเริ่มในเดือนสิงหาคม 2564   ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น หมอพร้อม สำหรับ iOS และ Android หรือเพิ่มเพื่อนทาง Line Official Account: หมอพร้อม

BREAKING: ศบค.สั่งเบรกลงทะเบียนผ่าน ‘หมอพร้อม’ ให้ไปใช้แพลตฟอร์มของแต่ละจังหวัด
ข่าว

BREAKING: ศบค.สั่งเบรกลงทะเบียนผ่าน ‘หมอพร้อม’ ให้ไปใช้แพลตฟอร์มของแต่ละจังหวัด

ในขณะที่หลายประเทศกระจายฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19จนคืนความสุขให้ประชาชนได้กลับมาใช้ชีวิตปกติแล้ว บ้านเรายังต้องนั่งงงเรื่องการลงทะเบียนเพื่อรับวัคซีนกันอยู่เลย และวันนี้ก็มี 2 ประเด็นสำคัญที่มีการปรับเปลี่ยน คือเรื่องการลงทะเบียนรับวัคซีนและการจัดสรรวัคซีน ซึ่งนายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงด้วยน้ำเสียงเจื่อนๆ เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา โดยมีรายละเอียดดังนี้ การลงทะเบียน ก่อนหน้านี้จะใช้แพลตฟอร์ม หมอพร้อม เป็นช่องทางหลักในการลงทะเบียน ติดตามการฉีดวัคซีนและผลข้างเคียง และออกใบรับรองการฉีดวัคซีน แต่หลังจากนี้ให้ชะลอการลงทะเบียนผ่านหมอพร้อมไปก่อน และจะเน้นใช้หมอพร้อมเพื่อติดตามการฉีดวัคซีนและผลข้างเคียง และออกใบรับรองการฉีดวัคซีนเท่านั้น การลงทะเบียนหลังจากนี้จะใช้ช่องทางอื่นเข้ามาเป็นทางเลือกที่หลากหลาย ช่วยไม่ให้เกิดปัญหาคอขวด เช่น ระบบภูเก็ตพร้อม นนท์พร้อม และระบบไทยร่วมใจกรุงเทพฯ ปลอดภัย ของ กทม. ที่จะเปิดให้ลงทะเบียนพรุ่งนี้เป็นวันแรก โดยจังหวัดอื่นๆ สามารถนำโมเดลเหล่านี้ไปใช้ในพื้นที่ของตัวเอง หรือจะใช้การลงทะเบียนที่โรงพยาบาล หรือ รพ.สต. ก็ยังใช้ได้ทั้งหมด ส่วนคนที่ลงทะเบียนผ่านหมอพร้อมไปแล้วก็จะได้รับวัคซีนตามวัน เวลา สถานที่ ตามเดิม อีกประเด็นคือการจัดสรรวัคซีน นายกฯ ได้สั่งปรับเกณฑ์การจัดสรรวัคซีนใหม่ จากเดิมจะจัดสรรตามโควต้าการลงทะเบียนจอง ปรับเป็นใช้เกณฑ์หลากหลายตามสถานการณ์ เช่น อัตราการติดเชื้อ การท่องเที่ยว เศรษฐกิจ เป็นต้น

สปสช. จ่ายคุ้มครองสูงสุด 4 แสนบาท กรณีพบอาการข้างเคียงจากวัคซีนป้องกันโควิด-19
ข่าว

สปสช. จ่ายคุ้มครองสูงสุด 4 แสนบาท กรณีพบอาการข้างเคียงจากวัคซีนป้องกันโควิด-19

ช่วงนี้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่กำลังทยอยฉีดให้กับคนไทย กำลังเป็นที่สนใจในหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องอาการข้างเคียงที่มีตั้งแต่ ไข้ต่ำ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย แน่นหน้าอก กล้ามเนื้ออ่อนแรง ไปจนถึงชักและหมดสติ ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้หลายคนลังเลว่าตกลงควรฉีดดีไหม? ล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ได้เห็นชอบให้ปรับอัตรา เกณฑ์ และแนวทางการจ่ายบริการโควิด-19 ใน 3 ด้าน ดังนี้ 1. กรณีคนไทยได้รับความเสียหายจากการรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 แบ่งเป็น เสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวร ได้รับเงินคุ้มครองไม่เกิน 400,000 บาท เสียอวัยวะ หรือพิการ ได้รับเงินคุ้มครองไม่เกิน 240,000 บาท บาดเจ็บ หรือเจ็บป่วยต่อเนื่อง ได้รับเงินคุ้มครองไม่เกิน 100,000 บาท ทุกกรณี สปสช. จะปรับกลไกเพื่อให้สามารถจ่ายได้ภายใน 5 วัน หลังยื่นคำร้อง 2. เพิ่มเติมการจ่ายสำหรับบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 อัตรา ครั้งละ 20 บาท 3. เตรียมหลักเกณฑ์แนวทางการจ่าย รองรับกรณีผู้ป่วยโควิด-19แยกกักตัวที่บ้าน รวมถึงผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการพักรักษาที่พักอาศัยภายใต้การดูแลของหน่วยบริการ ซึ่งจะจ่ายชดเชยเพิ่มเติมในอัตราไม่เกินวันละ 1,000 บาท รวมอาหาร 3 มื้อ ให้กับหน่วยบริการ และสนับสนุนวัสดุทางการแพทย์ที่จำเป็น 3 อย่าง ได้แก่ เครื่องวัดความดัน ปรอทวัดไข้ เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว โดยใช้งบจาก พ.ร.ก.กู้เงินฯ วงเงินไม่เกิน 22 ล้านบาท

อัปเดตข่าวอื่นๆ เกี่ยวกับโควิด-19

กทม. ผ่อนคลายเปิด 5 สถานที่ รวมหอศิลป์ ร้านนวด สวนสาธารณะ มีผล 1 มิถุนายน เป็นต้นไป
ข่าว

กทม. ผ่อนคลายเปิด 5 สถานที่ รวมหอศิลป์ ร้านนวด สวนสาธารณะ มีผล 1 มิถุนายน เป็นต้นไป

วันนี้ กทม. มีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19รายใหม่ 1,356 ราย และเสียชีวิต 12 ราย แม้จะยังเป็นตัวเลขที่ยังสูง แต่เนื่องจากคลัสเตอร์การแพร่ระบาดในพื้นที่ กทม. ส่วนใหญ่พบในชุมชน ตลาด แคมป์คนงาน ซึ่งอยู่ระหว่างการเข้าควบคุมโรคและสถานการณ์การระบาดยังคงทรงตัวอยู่ในคลัสเตอร์เฉพาะกลุ่มดังกล่าว ส่วนสถานประกอบการบางประเภทไม่พบคลัสเตอร์การระบาด คณะกรรมการโรคติดต่อ กทม. จึงได้ผ่อนคลายมาตรการสำหรับสถานประกอบการ 5 ประเภท ให้เปิดได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป ภายใต้มาตรการของรัฐที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ดังนี้ พิพิธภัณฑ์ ศูนย์การเรียนรู้ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ อุทยานวิทยาศาสตร์ ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม แหล่งประวัติศาสตร์โบราณสถาน และหอศิลป์ สถานที่สักหรือเจาะผิวหนัง ร้านทำเล็บ  (หากพบการติดเชื้อในสถานบริการจำพวกนี้ ให้ปิด 14 วัน) สถานเสริมความงาม สถานที่ให้บริการควบคุมน้ำหนัก และคลินิกเวชกรรมเสริมความงาม สปา ร้านนวด (งดเว้นการอบตัว อบสมุนไพร หรืออบไอน้ำ และการนวดบริเวณใบหน้า) สวนสาธารณะ  เปิดได้ภายใต้มาตรการที่เข้มงวด เช่น ห้ามไม่ให้มีการนั่งร่วมกลุ่ม และไม่ให้นำอาหารเข้ามารับประทาน ยกเว้นน้ำดื่ม สถานประกอบการประเภทอื่นๆ อาทิ โรงหนัง ยิม สถานบันเทิง อาบอบนวด สนามเด็กเล่น สวนน้ำ สวนสัตว์ ร้านเกม สนามมวย ฯลฯ ยังคงให้ปิดต่อไปจนถึงวันที่ 14 มิถุนายน 2564

คลายล็อกกรุงเทพฯ กินข้าวในร้านได้ถึง 3 ทุ่ม เริ่ม 17 พ.ค.
ข่าว

คลายล็อกกรุงเทพฯ กินข้าวในร้านได้ถึง 3 ทุ่ม เริ่ม 17 พ.ค.

หลังจากใช้มาตรการควบคุมสูงสุดในพื้นที่กรุงเทพฯ (และพื้นที่สีแดงเช้มในอีกหลายจังหวัดที่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อน่าเป็นห่วง) ที่บังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงมาตรการงดกินอาหารในร้านอาหารโดยไม่มีมาตรการเยีบวยารองรับ แบบที่ถูกก่นด่าจากผู้ประกอบการร้านอาหารกันอื้ออึง ทางทีมโฆษก ศบค. ก็ได้แถลงแนวทางการผ่อนคลายไปเมื่อวาน (14 พฤษภาคม) ซึ่งข้อหนึ่งที่เป็นที่พูดถึงกันอย่างกว้างขวางทั้งกรุงเทพฯ คือการตัดสินใจจะอนุญาตให้กินอาหารในร้านอาหารได้ท่ามกลางตัวเลขผู้ติดที่เพิ่มขึ้นหลักหลายพันคนต่อวัน โดยจะเริ่มอนุญาตที่ 25% ของความจุร้าน โดยทีมโฆษกประกาศเพิ่มเติมเช้านี้ (15 พฤษภาคม) ว่าให้รอนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา ลงนามก่อน  ล่าสุดในช่วงค่ำของวันนี้ ราชกิจจานุเบกษา ก็ตีพิมพ์ประกาศการผ่อนคลายที่ว่านี้ โดยใจความสำคัญคืออนุญาตให้ร้านอาหารในพื้นที่ควบคุมสูงสุด ซึ่งรวมถึงกรุงเทพฯ ให้สามารถกินอาหารภายในร้านอาหารได้ 25% ของความจุที่นั่งภายในร้าน ได้ถึง 21:00 น. โดยห้ามการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อการบริโภคในร้าน ส่วนบริการสั่งกลับบ้านให้เปิดได้ถึง 23:00 น. โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม เป็นต้นไป โดยมาตรการการอนุญาตให้กินอาหารได้ 25% ของความจุร้านนั้นเราอาจจะเคยได้ยินมาจากนิวยอร์ก ที่ใช้มาตรการนี้มาในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดนิวยอร์กอนุญาตให้กินอาหารในร้านได้ 75% ของความจุร้านมาตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนแล้ว หลังจากการฉีดวัคซีนคืบหน้าไปมาก  อย่างไรก็ดี ยังคงเป็นที่ถกเถียงในหมู่ผู้ประกอบการร้านอาหารว่ามาตรการเปิดให้กินในร้านได้ 25% จะช่วยธุรกิจอาหารได้จริงไหม เพราะการเปิดเพื่อรับรายได้เพียงหนึ่งในสี่ อาจจะไม่คุ้มต้นทุนทั้งหมดที่ต้องใช้ นอกจากนั้น ประกาศยังเพิ่มเติมการผ่อนคลายการบังคับสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา โดยเป็นการผ่อนผันสำหรับการประชุมที่ใช้เวลานานที่การสวมหน้ากากอาจไม่สะดวก ให้สามารถถอดในช่วงที่พูดได้ แต่จะต้องเป็นการจัดการประชุมภายใต้มาตรการคัดกรองและป้องกันอย่างเพียงพอเท่านั้น ทั้งนี้ สามารถอ่านนโยบายผ่อนคลายทั้งหมดได้ ที่นี่

รัฐประกาศผ่อนผันการสวมหน้ากากตลอดการประชุมที่ใช้เวลานาน อนุโลมให้ถอดได้ตอนพูด
ข่าว

รัฐประกาศผ่อนผันการสวมหน้ากากตลอดการประชุมที่ใช้เวลานาน อนุโลมให้ถอดได้ตอนพูด

ในขณะที่หลายคนอื้ออึงอยู่กับมาตรการการผ่อนคลายในพื้นที่ควบคุมสูงสุด ซึ่งรวมถึงกรุงเทพฯ ที่จะอนุญาตให้กินข้าวกันในร้านได้ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษาคม ที่จะถึงนี้ ประกาศราชกิจจานุเบกษาฉบับเดียวกันยังมีอีกหนึ่งมาตรการผ่อนคลาย นั้นคือการผ่อนผันการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดการการประชุมหรือสัมมนาที่กินระยะเวลานานๆ โดยอนุโลมให้ถอดตอนพูดได้ (แต่ตอนนั่งเฉยๆ ยังต้องสวม) มีข้อแม้ว่าการจัดการประชุมจะต้องมีมาตรการคัดกรองและป้องกันอย่างเข้มงวดเพียงพอเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการเว้นระยะห่าง การตรวจตัดกรอง หรือการมีเอกสารรับรอง โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม เป็นต้นไป ประกาศข้อกำหนดในราชกิจจานุเบกษา เมื่อคืนวันที่ 15 พฤษภาคม มีรายละเอียดตามตัวอักษรดังนี้ "การสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าอย่างถูกวิธีตามข้อแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขเมื่ออยู่นอกเคหสถานหรือเมื่ออยู่ในที่สาธารณะยังคงเป็นข้อปฏิบัติเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่หรือรับเชื้อ การจัดกิจกรรมซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากและมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันได้ง่ายที่ดำเนินการโดยพนักงานเจ้าหน้าที่หรือได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ในกรณีที่กลุ่มบุคคลที่จำเป็นต้องเข้าประชุมอยู่ในสถานที่หนึ่งที่ใดเป็นระยะเวลานานและต่อเนื่องหลายชั่วโมงซึ่งการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาอาจไม่สะดวกหรือเป็นอุปสรรคต่อการทำหน้าที่ในการประชุมหากผู้จัดประชุมได้กำหนดให้มีมาตรการตรวจคัดกรองบุคคลและได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนดอย่างรอบคอบ รัดกุม และเข้มงวดเพียงพอแล้ว เช่น การเว้นระยะห่างทางสังคม การให้ผู้เข้าร่วมประชุมสวมหน้ากากอนามันหรือหน้ากากผ้าและเครื่องป้องกันตามมาตรการที่ทางราชการกำหนด รวมทั้งการแสดงใบรับรองผลการตรวจว่าไม่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัส โคโรนำ 2019 และการจัดให้มีกระบวนการคัดกรองโดยพิจารณาจากอาการของโรค ประกอบกับได้ดำเนินการภายใต้มาตรการควบคุมการประชุมตามระเบียบหรือข้อบังคับเมื่อเกิดเหตุที่มีความเสี่ยง โดยให้ผู้ควบคุมการประชุมกำหนดให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาการประชุม แต่อาจพิจารณาผ่อนผันได้เฉพาะช่วงเวลาของการอภิปรายหรือแสดงความเห็นในที่ประชุมได้ตามความเหมาะสมแห่งสภาพการณ์และความสมควรแก่เหตุ" ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา เคยถูกเปรียบเทียบปรับเป็นจำนวนเงิน 6,000 บาท จากการไม่สวมหน้ากากอนามัยระหว่างการประชุม ณ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยเป็นเคสแรกๆ นับจากมีการประกาศข้อกำหนดบังคับสวมหน้ากากอนามัย 100% ตลอดเวลา ตั้งแต่วันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา

In pictures: กินข้าวเหงาๆ ในวันที่ร้านอาหารเปิดให้นั่งได้แค่ 25% ของที่นั่ง
ข่าว

In pictures: กินข้าวเหงาๆ ในวันที่ร้านอาหารเปิดให้นั่งได้แค่ 25% ของที่นั่ง

เมื่อวานเป็นวันแรกที่ร้านอาหารสามารถเปิดให้นั่งกินข้าวที่ร้านได้ หลังจากใช้มาตรการควบคุมสูงสุดในพื้นที่กรุงเทพฯ และจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม ซึ่งรวมถึงมาตรการงดกินอาหารในร้านอาหาร มาตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม บรรยากาศวันแรกเป็นไปอย่างเหงาๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านนอกห้างที่ย่านอารีย์ และร้านในห้างอย่าง Central Embassy เพราะการเปิดให้นั่งแค่ 25% ของความจุที่นั่งภายในร้านนั้นถือว่าน้อยมาก จนผู้ประกอบการบางรายเลือกที่จะยังไม่เปิดร้านจนกว่าจะมีการเปิดให้นั่งที่ร้านได้มากกว่านี้ ทั้งนี้ มาตรการผ่อนคลายดังกล่าว ยังคงอนุญาตให้ร้านอาหารเปิดได้ถึงสามทุ่ม ให้บริการสั่งกลับบ้านได้ถึงห้า และยังห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อการบริโภคในร้านเหมือนเดิม ส่วนสถานที่อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานบันเทิง สปา ร้านนวด โรงหนัง ยิม ฯลฯ ก็ยังคงต้องปิดแบบไร้การเยียวยาต่อไป   อารีย์ Sereechai Puttes / Time Out Bangkok Sereechai Puttes / Time Out Bangkok Sereechai Puttes / Time Out Bangkok Sereechai Puttes / Time Out Bangkok Sereechai Puttes / Time Out Bangkok Sereechai Puttes / Time Out Bangkok Sereechai Puttes / Time Out Bangkok Sereechai Puttes / Time Out Bangkok Sereechai Puttes / Time Out Bangkok Sereechai Puttes / Time Out Bangkok   Central Embassy Tanisorn Vongsoontorn / Time Out Bangkok Tanisorn Vongsoontorn / Time Out Bangkok Tanisorn Vongsoontorn / Time Out Bangkok Tanisorn Vongsoontorn / Time Out Bangkok Tanisorn Vongsoontorn / Time Out Bangkok Tanisorn Vongsoontorn / Time Out Bangkok  

Advertising
In pictures: บรรยากาศวันแรกของการฉีดวัคซีน COVID-19 ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว
ข่าว

In pictures: บรรยากาศวันแรกของการฉีดวัคซีน COVID-19 ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว

หลังจากหลายเดือนที่เราคนกรุงเทพฯ เมฆหมอกที่ไม่แน่ชัดของโปรแกรมการฉีดวัคซีน COVID-19 ที่ไม่รู้แน่ชัดว่าจะเกิดขึ้นที่ไหน เมื่อไร และอย่างไร ก็เริ่มจะเบาบางเผยให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น โดยหลังจากการฉีดวัคซีนจะโฟกัสเฉพาะที่กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง กทม. ก็ได้ประกาศเพิ่ม 14 จุดฉีดวัคซีนที่ไม่ใช่สถานพยาบาลเพิ่มเติม เพิ่มเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการช่วยกระจายวัคซีนไปในวงกว้างได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น และล่าสุด วันนี้ (12 พ.ค.) เซ็นทรัลลาดพร้าว หนึ่งใน 14 จุดฉีดวัคซีนเพิ่มเติม ได้เปิดดำเนินการแล้วอย่างเป็นทางการ โดยเป็นการร่วมมือกับโรงพยาบาลรามาธิบดี และโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า จัดขึ้นที่พื้นที่ Sky Hall ชั้นบนสุดของศูนย์ โดยบริการสำหรับกลุ่มเสี่ยงที่ลงทะเบียนมาล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชันหมอพร้อม ทางเซ็นทรัลพัฒนาส่งภาพบรรยากาศในวันแรกมาให้เราดูกันครับ Central Pattana/Central Ladprao Central Pattana/Central Ladprao Central Pattana/Central Ladprao   Central Pattana/Central Ladprao Central Pattana/Central Ladprao Central Pattana/Central Ladprao

In pictures: สำรวจสภาพโรงพยาบาลสนามในเขตกรุงเทพมหานคร
ข่าว

In pictures: สำรวจสภาพโรงพยาบาลสนามในเขตกรุงเทพมหานคร

ในระหว่างที่รอรัฐบาลบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 คนไทยก็ต้องเผชิญกับการระบาดอีกครั้ง ซึ่งนับเป็นระลอกที่ 3 ทำให้ไทยมียอดผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่การระบาดระลอกแรกอยู่ที่ 48,113 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 22 เมษายน 2564) เฉพาะระลอกใหม่ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนเป็นต้นมา ยังไม่ทันจะครบเดือนก็พบผู้ติดเชื้อรายใหม่สะสมแล้วเกือบสองหมื่นรายแล้ว ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในประเทศไทยนับตั้งแต่เริ่มมีการระบาดในไทย ด้วยจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ยวันละกว่า 1,000 คน สิ่งที่น่ากังวลก็คือเรื่องของการรองรับผู้ป่วยของโรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชน ที่แน่นอนว่าต้องเกิดปัญหาเตียงผู้ป่วยไม่เพียงพออย่างเลี่ยงไม่ได้ และเพื่อจัดการปัญหานี้ การจัดตั้ง ‘โรงพยาบาลสนาม’ จึงเกิดขึ้นมากกว่า 30 แห่ง  (และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ) ทั่วประเทศ ในจำนวนนี้มี 5 แห่งที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ แบ่งเป็นโรงพยาบาลสนามที่อยู่ในความดูแลของ กทม. 4 แห่ง รองรับผู้ป่วย จำนวน 1,700 เตียง ได้แก่ โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน เขตบางขุนเทียน รองรับได้ 1,000 เตียง ครองเตียง 449 เตียง ยังว่างอยู่ 551 เตียง โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ รองรับได้ 200 เตียง ครองเตียง 185 เตียง ยังว่างอยู่ 15 เตียง โรงพยาบาลเอราวัณ 1 (ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ บางบอน) รองรับได้ 100 เตียง ครองเตียง 89 เตียง ยังว่างอยู่ 11 เตียง โรงพยาบาลเอราวัณ 2 (บางกอกอารีนา) รองรับได้ 400 เตียง ยังไม่มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษา (อยู่ระหว่างตรวจสอบประวัติและสอบสวนโรค) รวมผู้ป่วยครองเตียงในโรงพยาบาลสนามของ กทม. ทั้งหมด 723 เตียง และยังมีเตียงคงเหลือ 977 เตียง (ข้อมูล ณ วันที่ 21 เมษายน 2564) นอกจากนั้น ยังมีโรงพยาบาลสนามที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงกลาโหมอีก 1 แห่ง คือ โรงพยาบาลสนาม กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 (ปตอ.1) ณ ถนนแจ้งวัฒนะ ที่รองรับผู้ป่วยได้ 200 เตียง การดูแลผู้ป่วยและการดำเนินการต่างๆ ของโรงพยาบาลสนาม ก็จะเหมือนกับโรงพยาบาลทั่วไป แต่ต่างกันตรงพื้นที่ที่กว้างขวางกว่า สามารถรองรับผู้ป่วยได้หลายร้อยเตียงบนพื้นที่เดียวกัน และต้องมีความปลอดภัยตามหลักเกณฑ์ในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ทั้งระบบตัวอาคาร ระบบจัดการน้ำเสีย การจัดการอากาศ ดูทิศทางการไหลของอากาศ มีบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข มีการจัดโซนนิ่งให้ห่างจากพื้นที่ชุมชน ภายใต้มาตรฐานทางการแพทย์ In Pictures ขอพาไปสำรวจสภาพโรงพยาบาลสนาม 2 แห่งในกรุงเทพฯ คือ โรงพยาบาลเอราวัณ 1 (ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ บางบอน) และโรงพยาบาลเอราวัณ 2 (บางกอกอารีนา) ว่าถ้าจำเป็นต้องไปอยู่จริงๆ จะโอเคไหม    โรงพยาบาลเอราวัณ 1 (ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ บางบอน)               โรงพยาบาลเอราวัณ 2 (บางกอกอารีนา)               ภาพ: กรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์