Get us in your inbox

Aekkachai Suttiyangyuen

Aekkachai Suttiyangyuen

Senior Staff Writer

Aekkchai is a Bangkok-based lifestyle writer

Follow Aekkachai Suttiyangyuen

Articles (19)

อัปเดตพิกัด 12 บาร์สุดคูลในย่านซอยนานา-เยาวราช

อัปเดตพิกัด 12 บาร์สุดคูลในย่านซอยนานา-เยาวราช

ย่านเยาวราชหรือไชน่าทาวน์ของเมืองไทย โดยเฉพาะซอยนานา ที่เราต้องแวะเวียนไปกินอาหารจีนและอาหารทะเลอร่อยๆ มากันตั้งแต่ยังเป็นเด็ก กลายร่างกลายเป็นแอเรียสุดฮิปที่เรียงรายไปด้วยบาร์เจ๋งๆ ที่เราอยากชวนให้ทุกคนเปิดประตูเข้าไปนั่งสนทนากับบาร์เทนเดอร์ สั่งเครื่องดื่มที่ผสมผสานไอเดียสุดบรรเจิดและวัตถุดิบพิสดาร และจิบค็อกเทลนั้นท่ามกลางบรรยากาศสุดพิเศษ เคล้ากับบทสนทนากับคนสนิทยาวๆ ไปค่อนคืน ปล. ถ้าเมาแล้วอย่าขับรถกลับนะ

รวมขนมไหว้พระจันทร์จาก 25 โรงแรม ร้านอาหาร และคาเฟ่ดัง ประจำปี 2023

รวมขนมไหว้พระจันทร์จาก 25 โรงแรม ร้านอาหาร และคาเฟ่ดัง ประจำปี 2023

ใกล้เข้ามาแล้วกับช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง 'เทศกาลวันไหว้พระจันทร์' ที่กำลังมาถึงในวันที่ 29 กันยายนนี้ แน่นอนว่าตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาเราได้การแข่งขันอย่างดุเดือดของเหล่าโรงแรม ร้านอาหารและคาเฟ่ ที่มาร่วมกันสร้างความคึกคัก เปิดตัวชุดขนมไหว้พระจันทร์ พร้อมรสชาติไส้ที่ใครว่าปีที่ผ่านมาแปลกแล้ว ปีนี้กลับยิ่งยิ่งแปลกและครีเอทีฟกว่าเดิมอีกหลายเท่า ที่มีตั้งแต่ความหรูหราของแพ็กเกจ ไปจนถึงการดีไซน์แบบชวนน่าตื่นตาตื่นใจพร้อมการร่วมงานกับสิลปินดัง กันจนเลือกแทบไม่ถูก แน่นอนว่าในปีนี้ Time Out จึงรวบรวมเลือกมาให้เลือกแล้วกับเซ็ตขนมไหว้พระจันทร์และไส้ที่น่าสนใจ ที่ไม่ใช่เพียง เม็ดบัว โหงวยิ้ง หรือทุเรียนอีกต่อไป จากแต่ละแห่ง ชวนพาออกจากกรอบความเดิมๆ สรรหาสิ่งใหม่ให้เราได้ลิ้มลอง หรือซื้อเป็นของฝากกันอีกเช่นเคย ลองไปดูว่าจะมีอันไหนที่ชวนตื่นเต้นได้บ้าง 

5 ร้านอาหารเวียดนาม รสชาติต้นตำรับในกรุงเทพฯ

5 ร้านอาหารเวียดนาม รสชาติต้นตำรับในกรุงเทพฯ

เรื่องความหลากหลายในวงการอาหารยังไงกรุงเทพฯ ของเราก็ไม่น้อยหน้าใครแน่นอน เพราะลองนั่งนึกดูแล้ว ถ้าอยากจะกินอาหารสัญชาติไหนขึ้นมา ยังไงก็ต้องมีร้านอาหารสัญชาตินั้นๆ ซ่อนตัวอยู่ตามซอกซอย รอให้เหล่านักชิมไประงับความอยากกัน ประกอบกับช่วงนี้ที่เห็นใครหลายคนหันไปเที่ยวประเทศเวียดนามกันมากขึ้นแบบผิดหูผิดตา เลยเป็นผลพลอยได้ให้คนได้รู้จักกับอาหารเวียดนามมากยิ่งขึ้น ที่มีดีมากกว่าเพียงแค่แหนมเนืองหรือเฝอ เหล่าร้านอาหารเวียดนามในกรุงเทพฯ ทั้งแบบเปิดมานานและเพิ่งเปิดได้ไม่นาน เลยพร้อมเปิดประตูต้อนรับเชิญทุกคนร่วมโต๊ะ ชิมรสชาติอาหารที่เหมือนนั่งกินอยู่ที่ประเทศเวียดนาม เพราะบางร้านก็เป็นสูตรที่สืบทอดมาจากรสมือแม่ชาวเวียดนามเลยทีเดียว และด้วยพาเลตรสชาติที่มีความใกล้เคียงกับคนไทย แทรกด้วยกลิ่นอายจากทางจีนและฝรั่งเศสจึงทำให้อาหารเวียดนามมีเสน่ห์เฉพาะตัว และนี่คือ 5 ร้านอาหารเวียดนามในกรุงเทพฯ ที่เราขอคัดมาให้แล้วว่า อร่อยแบบถึงที่ครบรสชาติเวียดนามแท้ๆ  

รวมโปรโมชั่นอาหารมื้อพิเศษต้อนรับวันแม่ 2023

รวมโปรโมชั่นอาหารมื้อพิเศษต้อนรับวันแม่ 2023

หากวันแม่ในปีนี้ยังนึกไม่ออกว่าจะมาคุณแม่ (และสมาชิกในครอบครัว) ไปกินข้าวที่ไหน เราได้รวบรวมโปรโมชั่นสุดพิเศษจากห้องอาหาร และโรงแรมต่างๆ ที่จัดหนักจัดเต็มทั้ง บุฟเฟ่ต์มื้อใหญ่ คอร์สอาหารสุดหรู เครื่องดื่มฟรีโฟลว์ น้ำชายามบ่าย มาให้คุณได้เลือกดูแล้ว Red Oven,  SO/ Bangkok บุฟเฟ่ต์มื้อค่ำ สุดพรีเมียม วันเดียวเท่านั้น จากมื้อบรันช์สู่มื้อค่ำ ในวันแม่สุดแสนพิเศษ ราคา 1,900 บาทต่อคน โทร 0 2624 0000   Phra Nakhon, Capella Seafood lunch จัดเดือนละ 2 ครั้ง สำหรับวันแม่นี้จะมีของขวัญพิเศษให้คุณแม่ด้วย ราคา 3,000 บาทต่อคน โทร 0 2098 3888   Mott 32, The Standard Mahanakhon คุณแม่รับเครื่องดื่มค็อกเทลและบันฟรีเมื่อทานอาหารที่ร้านในช่วงวันแม่ โทร 0 2085 8888   Front Room, Waldorf Astoria ชวนแม่ไปอร่อยกับอาหารไทยสไตล์ home-cooked ราคาเริ่มต้นที่ 240 บาท และรับฟรีพุดดิ้งทรงพวงมาลัยรสมะพร้าวและมะลิ โทร 0 2846 8888   Xin Tian Di at Crown Plaza แพ็คเกจเซ็ตเมนูวันแม่ สำหรับ 10 คน ราคาเริ่มต้นที่ 11,364 บาท โทร 0 2632 9000   Stock.Room, Kimpton Maa-Lai คุณแม่ทานฟรี เมื่อมา 4 ท่านขึ้นไป ราคา 1,499 บาทต่อคน โทร 02 056 9999     Next2, Shangri-La ส่วนลด 50% สำหรับคุณแม่ เมื่อมา 4 ท่านขึ้นไป ราคา 2,800 บาทต่อคน โทร 0 2236 7777   Bistrot de la Mer, Sindhorn Kempinski เซ็ตเมนูอาหารฝรั่งเศสสไตล์เมดิเตอเรเนียน ราคา 3,600 บาทต่อคน โทร 0 2095 9999   Ventisi, Centara Grand บุฟเฟ่ต์เมนูซิกเนเจอร์ทั้งอิตาเลียน-ไทย และอาหารนานาชาติ มา 4 จ่าย 3 ราคา 1,590 บาทต่อคน โทร 0 2100 6255   Mother’s Day Brunch, Anantara Siam รวมเมนูอร่อยจากทุกห้องอาหารในโรงแรม ให้อิ่มอร่อยในมื้อเดียว ราคา 2,

รวมร้านอาหารอร่อยและคาเฟ่น่านั่ง ย่านท่าเตียน-วัดโพธิ์

รวมร้านอาหารอร่อยและคาเฟ่น่านั่ง ย่านท่าเตียน-วัดโพธิ์

ย่านท่าเตียน เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในย่านการค้าที่เก่าแท่ที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ พลุกพล่านไปด้วยคนไทยที่มาจับจ่ายซื้อของ หรือเดินทางทางเรือ และนักท่องเที่ยวที่มักจะแวะเที่ยวก่อนหรือหลังเยี่ยมชมวัดโพธิ์ วัดพระแก้ว และพระบรมมหาราชวัง ที่อยู่ใกล้เคียงกัน ความคึกคักที่ไม่เคยขาดหายไปนี้ บวกกับการก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าสนามไชย หน้ามิวเซียมสยาม ที่ใกล้จะแล้วเสร็จ ก็อาจจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ในไม่กี่ปีที่ผ่านมา ย่านเก่าแก่แห่งนี้ได้ต้อนรับร้านอาหาร บาร์ และคาเฟ่ ที่ผสมผสานความเก่าและความใหม่อย่างเข้าที ทยอยเปิดตัวกันอย่างต่อเนื่อง ยิ่งเพิ่มความคึกคักให้กับย่านเก่าแก่นี้เข้าไปอีก 

15 ข้าวแช่ร้านดังสำหรับคลายร้อนแบบไทยๆ ตลอดซัมเมอร์นี้

15 ข้าวแช่ร้านดังสำหรับคลายร้อนแบบไทยๆ ตลอดซัมเมอร์นี้

เมืองไทยของเราก็มีเมนูตามฤดูกาล หรืออาหารที่จะกลับมาเพียงปีละครั้งเหมือนกัน และหนึ่งในนั้นก็คือ "ข้าวแช่" ของว่างคลายร้อนตามฉบับชาววัง โดยส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ จะมีขายเฉพาะช่วงฤดูร้อนในเดือนเมษายนเท่านั้น สำหรับวัยรุ่นที่อาจจะไม่คุ้นกับเมนูนี้ ข้าวแช่ เป็นอาหารไทยโบราณที่ปกติจะเสิร์ฟเฉพาะช่วงหน้าร้อน เดิมทีเป็นอาหารมอญที่ไทยรับธรรมเนียมมาเมื่อหลายร้อยปีก่อน ข้าวแช่ คือข้าวสวยที่แช่อยู่ในน้ำลอยดอกมะลิ เสิร์ฟคู่กับเครื่องเคียง เช่น ลูกกะปิ (กะปิปั้นเป็นก้อนกลมทอด) หอมแดงยัดไส้ (หอมแดงสอดไส้หมูฝอยทอด) หมูฝอย และอีกหลากหลายจาน ในอดีตข้าวแช่จะรับประทานกันเฉพาะในรั้วในวังและบ้านของชนชั้นสูงเท่านั้น ทำไมน่ะเหรอ? ก็เพราะมันต้องใช้วัตถุดิบชั้นยอด ฝีมือการทำครัว และเวลาน่ะสิ แต่ในปัจจุบันข้าวแช่สามารถหากินได้ทั่วไปแล้ว เพราะหลายๆ ร้านอาหารก็มีสูตรตกทอด คิดค้นขึ้นมาเป็นของตัวเอง ทำให้ทุกคนสามารถตามลิ้มลองได้ง่ายขึ้น และสำหรับคนไหนที่ยังไม่เคยชิม หรือกำลังตามหาข้าวแช่ร้านที่ถูกใจ มาลองดูร้านอาหารที่เราหยิบมาแนะนำได้ด้านล่างได้เลย

7 ปาร์ตี้ริมสระในกรุงเทพฯ ที่น่าไปช่วงสงกรานต์นี้

7 ปาร์ตี้ริมสระในกรุงเทพฯ ที่น่าไปช่วงสงกรานต์นี้

ต้อนรับเดือนที่ร้อนที่สุดของประเทศไทย Time Out ขอชวนทุกคนไปดับร้อน จิบเครื่องดื่มเย็นๆ แช่น้ำให้หายเหนื่อย กับพูลปาร์ตี้หรือปาร์ตี้ริมสระ ในโรงแรมทั่วกรุงเทพฯ ช่วงสงกรานต์นี้ ให้วางแผนเตรียมชวนก๊วนเพื่อนออกไปสนุกกัน ถ้ายังไม่มีใครเดินทางไปไหน เลื่อนดูลิสต์ที่พวกเรารวบรวมมาให้เรียบร้อยว่าน่าไปเสร็จแล้ว รีบไปงัดชุดว่ายน้ำตัวโปรดกลับมาใส่อีกครั้งได้เลย

9 ร้านอาหารจากประเทศไทยที่ติดอันดับ Asia's 50 Best Restaurants 2023

9 ร้านอาหารจากประเทศไทยที่ติดอันดับ Asia's 50 Best Restaurants 2023

หลายคนน่าจะทราบผลการประกาศรายชื่อร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย หรือ Asia's 50 Best Restaurants 2023 เป็นที่เรียบร้อย ปีนี้ถือว่าเรียกความคึกคักได้ดีทีเดียว เพราะร้านอาหารจากประเทศไทยอย่าง Le Du โดยเชฟต้น-ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร สามารถคว้าอันดับ 1 ในปีนี้มาครองได้  รวมถึงร้านอาหารอีก 9 ร้าน จากประเทศไทยบนเวที Asia's 50 Best Restaurants 2023 ซึ่งแต่ละที่ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างกันไปทำให้หลังจากนี้เป็นต้นไป วงการอาหารในบ้านเราน่าจะก้าวขึ้นไปสู่ระดับเอเชีย และระดับโลกได้อย่างไม่ยากเลย เราเลยขอรวบรวมร้านทั้งหมดที่ได้รางวัลในปีนี้มาให้ทุกคนได้เตรียมกดจองโต๊ะ และพิสูจน์ความสามารถของเชฟและทีมงานจากร้านอาหารเหล่านี้กัน

7 โมเต็ลสุดเปรี้ยวคืนเดียวไม่เกินพัน

7 โมเต็ลสุดเปรี้ยวคืนเดียวไม่เกินพัน

Time Out ได้คัดสรรโมเต็ลสำหรับคู่รักในวันวาเลนไทน์ ทั้งบรรยากาศดี แถมราคายังเป็นมิตรสุดๆ เพียงที่ละไม่ถึงพัน (หรืออาจจะเกินนิดๆ แต่รับรองว่าคุ้ม) และมีหลากหลายไตล์ ทั้งแบบห้องคาราโอเกะ ห้องอวกาศ ห้องเมืองนิวยอร์ค ห้องการ์ตูนและอื่นๆ อีกมากมายให้คุณได้เลือกในแบบที่ชอบ  

23 โปรโมชั่นวาเลนไทน์ต้อนรับเทศกาลแห่งความรัก

23 โปรโมชั่นวาเลนไทน์ต้อนรับเทศกาลแห่งความรัก

อีกแค่อึดใจเดียวก็จะถึงวันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์เทศกาลสำคัญของคู่รัก ให้ได้ร่วมใช้ช่วงเวลาดีๆ พร้อมกันในคืนพิเศษนี้ ปีนี้ถือว่าเป็นการกลับมาอย่างเต็มรูปแบบของการให้บริการจากเหล่าโรงแรมดังทั้งในกรุงเทพ เชียงใหม่ และหัวหิน ที่มาพร้อมกับลูกเล่นให้ช่วยเติมความหวาน ความสนุก หรือถ้าใครคนไหนกำลังโสด ก็ไม่ต้องกลัวจะเลี่ยนเพราะเขาก็มีปาร์ตี้เริ่ดๆ ให้ออกไปเฉิดฉายรับคนใหม่ๆ ในชีวิตได้เช่นกัน และนี้คือ 23 โปรโมชั่นตั้งแต่ดินเนอร์ บรันช์ บาร์ค็อกเทล จนถึงแพ็กเกจห้องพักราคาสุดพิเศษที่เราคัดเลือกมาให้แล้ว

มาร์ค วีนส์ กับชีวิตที่ดำเนินด้วย “อาหาร” จากยูทูบเบอร์สู่รายการ Food Affair ทาง HBO

มาร์ค วีนส์ กับชีวิตที่ดำเนินด้วย “อาหาร” จากยูทูบเบอร์สู่รายการ Food Affair ทาง HBO

ด้วยจำนวนผู้ติดตามเกือบ 10 ล้านคนในช่องยูทูบ ถ้าเราจะเรียก มาร์ค วีนส์ (Mark Wiens) ผู้นี้ว่าเป็นศาสดาแห่งอาหารก็คงจะไม่เกินจริง กับภารกิจออกตามล่าของอร่อยทั่วทุกมุมโลกโดยเฉพาะโซนเอเชีย ตั้งแต่ร้านหรูจนถึงร้านข้างทางในซอกกำแพงที่หลายคนมองข้าม    ความหลงใหลในอาหารและการกินซึ่งติดตัวกับเขามาตั้งแต่เด็ก กับการเติบโตในฮาวาย ท่ามกลางความหลากหลายของวัฒนธรรมที่ยกให้อาหารเปรียบเสมือนช่วงเวลาแห่งการสังสรรค์ นำพาให้เขาได้ออกเดินทางไปทั่วโลก ก่อนจะหลงรักเข้ากับรสชาติของเอเชียและประเทศไทย และเขาได้ใช้ความชอบกินนี้เป็นตัวเชื่อมให้คนทำและคนกินไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลกได้มาเจอกัน ในฐานะฟู๊ดวล็อกเกอร์    HBO GOMark Wiens “สำหรับผมอาหารคือสิ่งที่เราทุกคนต้องการเพื่อการดำรงชีวิต เราทุกคนต้องกิน ผมเลยคิดว่านี่คือสาเหตุที่ทำให้เป็นสิ่งที่ไม่ว่าใครก็มีส่วนร่วมได้”    เขาเล่าให้ Time Out ฟังหลังจากที่เราถามว่าสำหรับเขาแล้วอาหารคืออะไร เพราะนอกจากอาหารจะเป็นสิ่งที่ไม่ว่าใครก็ต้องกินและสนใจ ยังเป็นสิ่งที่ทำให้เราทั้งหมดได้บินข้ามประเทศมาเจอเขาในประเทศสิงคโปร์ กับการเปิดตัวในฐานะผู้ดำเนินรายการใหม่ล่าสุดจากทาง HBO อย่าง Food Affair with Mark Wiens ที่เขาจะพาเราไปเจอรสชาติความอร่อยในประเทศที่ขึ้นว่าเป็นศูนย์กลางของอาหารในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่าง สิงคโปร์    อาหาร… ที่พาเขาเดินทางจากวล็อกเกอร์สู่พิธีกรรายการ   ใครที่เคยชมรายการจากช่องของเขา มักจะได้เห็นรีแอ็กชั่นสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุขจากการได้กินอาหารอร่อยๆ ไม่ว่าอาหารตรงหน้าจะเป็นอาหารธรรมดาๆ ที่หากินได้ทุกวัน หรือเมนูแปลกพิสดารก็ตาม ทุกอย่างถูกบันทึกไว้อย่างเป็นธรรมดาไร้สคริปต์ไร้การปรุงแต่งใดๆ    “ตอนแรกผมเริ่มเขียนบล็อกและถ่ายรูปอาหาร

ชวนเช็คอินพักโรมแรมเปิดใหม่ Hilton Garden Inn Bangtao สัมผัสอีกมุมของเกาะภูเก็ต

ชวนเช็คอินพักโรมแรมเปิดใหม่ Hilton Garden Inn Bangtao สัมผัสอีกมุมของเกาะภูเก็ต

เป้าหมายการบินไปยังภูเก็ตของใครหลายคนคงหนีไม่พ้นการอยู่ติดหาด และใช้เวลาอยู่ในย่านนั้นตลอดทั้งวัน แต่จริงๆ แล้วความที่ภูเก็ตมีพื้นที่ค่อนข้างใหญ่ทำให้จำนวนตัวเลือกจุดหมายปลายทางยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย เพราะมีปัจจัยให้เลือกทั้งจากความคึกคัก ผู้คน ไลฟ์สไตล์ และแน่นอนความสวยงามของธรรมชาติ  แต่ครั้งนี้เราขอชวนทุกคนให้ไปสัมผัสอีกมุมของภูเก็ตแห่งนี้ ย่านที่มีความเป็นที่มีความเป็นเรสซิเดนท์มากกว่าย่านท่องเที่ยวอย่าง ย่านลากูน่า ใกล้หาดบางเทา กับโรงแรมเปิดใหม่ล่าสุดในย่านนี้อย่าง Hilton Garden Inn Phuket Bang Tao Hilton Garden Inn Bangtaoบริเวณล็อบบี้โรงแรม เริ่มตั้งแต่บริเวณล็อบบี้แบบโอเพ่นแอร์ พร้อมต้อนรับทุกคนในบรรยากาศแบบโปร่งโล่งสบาย ที่คู่สีการตกแต่งของที่นี่บอกเลยว่าน่ารักและสบายตามาก ทั้งโทนสีฟ้าสีเขียวอ่อน แทรกด้วยสีขาวและวัสดุไม้ ถัดมาจากบริเวณล็อบบี้ ด้านซ้ายจะเป็นมินิมาร์ทที่บริการขนมและเครื่องดื่มตลอด 24 ชั่วโมง ด้านขวาจะเป็นห้องอาหาร The Garden Grill ให้บริการออลเดย์ไดนิ่ง ตั้งแต่อาหารเช้าจนถึงเย็น จากเท่าที่สังเกตแขกที่เข้าพักส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติ แต่เมนูอาหารไทยของที่นี่นั้นจัดจ้านแบบไม่มีลดทอนรสชาติแม้แต่น้อย ดังนั้นนักท่องเที่ยวแบบเราชาวไทยวางใจได้หายห่วง  แต่ถ้าอยากแวะลองชิมอาหารสัญชาติอื่นๆ ก็สามารถใช้บริการรถรับส่งของโรงแรมได้ เพราะเราว่านี้คืออีกหนึ่งจุดเด่นของโรงแรมนี้เลย กับทำเลที่ตั้งแม้ไม่ติดทะเลแต่ใกล้กับแหล่งรวมไลฟ์สไตล์ชาวต่างชาติหรือคนที่อาศัยอยู่บนเกาะนี้อย่าง Boat Avenue และก็มีร้านดังๆ อย่าง Little Paris, Siam Supper Club หรือถ้าขับรถออกไปหน่อยไม่ถึง 15 นาที ก็มีร้าน The Smokaccia Laboratory ของเชฟ Luca Mascolo ให้ลองชิมเมนูห้ามพลาดอย่างขนมปังโฟคาเ

Listings and reviews (65)

Inddee

Inddee

Inddee ไฟน์ไดนิ่งอินเดียน้องใหม่ล่าสุดที่น่าจับตามอง ด้วยการหยิบอาหารจากทุกแคว้นในประเทศอินเดียตั้งแต่เหนือจรดใต้มาขมวดรสชาติและหน้าตาใหม่ ให้สวยและเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น ในบรรยากาศร้านที่สวยและแฝงความหมายแบบต่อเนื่องทุกมุม มีทั้งอาหารที่มาจากแคว้นบ้านเกิด ของคนในร้าน หรือแคว้นที่ทีมงานร้านเคยอาศัยอยู่หรือแม้แต่ไปเที่ยว เชฟ Sachin Poojary เชฟมากประสบการณ์ผู้ผ่านงานครัวทั้งร้านอาหารอินเดียและอาหารญี่ปุ่นมาก่อนหน้า มารับหน้าที่ดูแลครัวที่นี่ และพอเป็นอาหารอินเดีย เราคงจะพอมีจานที่คุ้นๆ มาบ้าง แต่แนะนำจริงๆ ว่าควรทิ้งทุกอย่างที่เคยจำมาไปให้หมด แล้วมาเริ่มต้นใหม่ เปิดใจปล่อยจอยทางรสชาติไปอีกครั้งกับพวกเขา สมกับที่เรียกเทสติ้งเมนูว่าเป็น Journey การเดินทางจะอุ่นเครื่องจาก 4 คำเล็กๆ แต่รสชาติไม่เล็ก เพราะว่าเชฟเลือกเครื่องเทศเด่นๆ และรสชาติเมนูคุ้นเคยแบบสตรีตฟู้ดของชาวอินเดียทั้ง Xec Xec, Chai, Mirch Salan และ Chaat มาเป็นพระเอกแต่ปรับส่วนผสมและหน้าตาใหม่ ก่อนที่จะเริ่มคอร์สแรกแบบจริงจัง และแน่นอนว่าเชฟจะคอยมาเล่าเรื่องราวที่มาที่ไปของสิ่งตรงหน้าทุกคอร์สด้วย เราขอให้นึกสนุกเอาฟีลแบบดูนางงาม ด้วยความที่ทุกจานจะมีนามสกุลจากแคว้นที่มาของตัวเองต่อท้ายชื่อ ช่วยให้จำและเข้าใจมากยิ่งขึ้นไปด้วย เริ่มที่ ‘Moral’ จากแคชเมียร์ ชูด้วยเห็ดมอรอล พร้อมเห็ดอิโนกิที่ปรุงด้วยแซฟฟรอน ‘Scallop’ จากรัฐเกระ เป็นจานหอยเซลล์แบบทาร์ทาร์ เด่นด้วยซอสแกงถั่วขาว ‘Injipuli’ ข้นๆ ให้ความเผ็ดนิดๆ รองด้วยเพียวเร่ดอกกะหล่ำย่างเสริมรสนวล ‘Cod’ จากโกลกาตา ปลาค็อด หมักซอส Bengali Kasundi ที่พาเลตรสชาติจะไปทางมัสตาร์ด จานนี้ได้ความหวานฉ่ำจากปลาที่กริลแบบพอดีเป๊ะแทรกเข้ามาเสริมรส ‘Quail’ จากนาคปุระ นกกระทากริล มีความคล้ายอา

BK Salon

BK Salon

ที่จริงแล้วเราจะเรียกว่านี่คือร้านอาหารแห่งใหม่ก็คงจะพูดได้ไม่เต็มปาก เพราะด้วยคำว่า ‘Community Restaurant’ ภายใต้พื้นที่ของอาคารทรงโมเดิร์นทรงโค้งมนสีขาว ตามแรงบันดาลใจจากกระติ๊บข้าวเหนียว มีพื้นที่สีเขียวตรงกลางเชื่อมถึงกัน ทั้งโซนสำหรับเสิร์ฟอาหารรวมถึงบรันช์ และคาเฟ่ นี่แหละ ที่จะให้ที่นี่กลายเป็นมากกว่าแค่ร้านอาหาร แต่เป็นพื้นที่พร้อมรองรับทุกคนทุกวัย ไม่ว่าจะสายฮอปปิ้งอยากมาถ่ายรูป หรือครอบครัวก็มากันได้ทั้งบ้าน ให้สมกับคำว่า Salon จากภาษาฝรั่งเศสที่หมายถึงสถานที่ให้ผูเ้คนได้มาพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิด กิน ดื่มกันอย่างอิสรเสรี พอมาเป็นในแบบฉบับของเชฟต้นและทีมงาน ก็เลยอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่เปิดรับทุกสิ่งทุกอย่าง เติมเต็มความอิ่มทั้งร่างกาย จิตใจ และความรู้ เพราะอาหารจะปรุงด้วยแนวคิดเพื่อความยั่งยืน รวมถึงเมล็ดพันธุ์กาแฟที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ โดยอาหารจะเป็นฝีมือของเชฟเจน อดีตซูเชฟที่ทำงานกับเชฟต้นจากร้าน LeDu เลยยิ่งน่าสนใจที่จริตการปรุงอาหารแบบไฟน์ไดนิ่งมาสู่รูปแบบแคชชวล เป็นอาหารจานง่ายๆ ที่เชฟชอบกินหลังเลิกงาน แต่ไม่ธรรมดาด้วยวัตถุดิบและหน้าตา แถมยังเน้นการแชร์ริ่งบนโต๊ะให้เป็นรสพิเศษซ่อนอยู่ของร้าน ให้เลือกสั่งกันในจักรวาลคอมฟอร์ทฟู๊ด ที่ย่อยออกมาเป็นทั้ง คาเฟ่ บรันช์ และดินเนอร์ ไล่เรียงความจัดจ้าน ส่วนของบรันช์จะเป็นเมนูที่คุ้นเคยกันไม่ว่าจะเป็น ‘วาฟเฟิลไก่ทอด’ ที่มาพร้อมซอสศรีราชาต้นตำรับ ‘แซนวิช ฮังเลเนื้อ’ แกงฮังเลแบบถึงเครื่องที่กลมกล่อมมากยิ่งขึ้นด้วยขนมปังกรอบๆ ขยับมาเป็นทางดินเนอร์ที่เราชื่นชอบเป็นพิเศษ เพราะแค่เห็นเมนูก็อยากจะสั่งมาทุกจานแล้ว แถมแต่ละจานยังชูไฮไลต์ของวัตถุดิบแบบท้องถิ่นจริงๆ ที่เชฟและทีมเสาะแสวงหาเจอกันตามทางทั้งที

อี-กา สาทร (E-ga Sathorn)

อี-กา สาทร (E-ga Sathorn)

การขยับเข้ามาในเมืองของร้านอี-กา LAB ที่ขอบินเข้ามาทำรังใหม่จากย่านทรงวาดสู่สาทร 12 พร้อมเสิร์ฟรสมือความอร่อยแบบคุ้นเคย เพิ่มเติมคือเมนูอาหารเช้า ถ้าใครที่เป็นแฟนของร้านอีกาน่าจะพอรู้ว่ารสชาติอาหารที่นี่เป็นอย่างไร เพราะมาแล้วไม่ต้องคาดหวังว่าจะได้เจอเมนูพิเศษแปลกพิสดารแต่ทุกจานยืนยันความอร่อยด้วยพี่แจะ-ศิริวรรณ ธรณนิธิกุล และทีมที่อยู่เบื้องหลังเส้นทางความอร่อยมาหลากหลาย ถึงแม้ว่าบางจานจะคุ้นบ้างไม่คุ้นบ้าง แต่ก็ต้องมีสักรสชาติธรรมดาๆ จากอะไรบางอย่างในจานนี่แหละ ที่ทำให้รู้สึกพิเศษ สะกิดความทรงจำ ชวนคิดถึงบรรยากาศและความรู้สึกที่ได้ตักจานนี้เข้าปากครั้งแรก “อาหารบ้านๆ” น่าจะเป็นคำจำกัดความได้ดีของอีกา ความอร่อยจากความบ้านๆ นี่แหละ ที่กลายเป็นความประทับใจสู่แรงบันดาลใจที่อยากจะคงความดั้งเดิมนี่ไว้ให้คนอื่นๆ มีโอกาสได้รับความสุขจากอาหารแบบที่พวกเขาได้รับมา ถ้าใครคาดหวังว่าจะได้ความอลังการวัตถุดิบชิ้นโต นั้นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่คุณจะเจอในเมนูของที่นี่ แต่สิ่งที่คาดหวังได้แน่ๆ คือความสดใหม่จากการเลือกใช้วัตถุดิบที่มาจากท้องถิ่นชาวบ้านใช้กันเป็นปกติ สำหรับสาขาที่สองของร้าน หลังจากพาเราออกเดินทางไปชิมรสชาติเฉพาะตัวที่ซ่อนอยู่ตามจังหวัดต่างๆ เหนือจรดใต้มาแล้ว ที่นี่พี่แจะพาเรากลับไปเจอกับรสชาติอาหารจากความทรงจำในวัยเด็กจากทางภาคอีสาน ที่เกิดและเติบโตในครอบครัวที่เสิร์ฟอาหารให้เหล่าทหารจีไอในค่ายทหาร เหล่าเมนู “อีกา กินเช้า” อาหารเช้าหน้าตาคุ้นเคยเลยมาขึ้นโต๊ะอีกครั้งในเวอร์ชั่นที่จัดหนักจัดเต็มกว่าเดิม (ซึ่งจะเสิร์ฟแค่เฉพาะ 07.00 - 10.00 น. เท่านั้น) เริ่มตั้งแต่ ‘ข้าวจี่ หมูยอ/กุนเชียง’ (ชิ้นละ 50 บาท) ขนมปังสไตล์เวียดนามจากทางอุดร ที่พี่แจ๊ะบอกว่าถ้าแม่ทำหมูยอและกุนเชียงจะเล็กกว่านี

นุสรา (Nusara)

นุสรา (Nusara)

5 out of 5 stars

กลับไปเยือน Nusara ผลงานของเชฟต้น-ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร และน้องชาย คุณตาม-ชัยสิริ ทัศนาขจร  ในโลเคชั่นใหม่ สวยทั้งข้างในและนอก กินอาหารสูตรคุณยายนุสราแบบไฟน์ไดนิ่งรับวิวโพธิ์แบบเต็มตา ก่อนที่จะพูดถึงอาหาร เราอยากขอใช้พื้นที่พูดถึงความสวยของร้านนุสราโลเคชั่นใหม่ ที่ย้ายออกมาอยู่หน้าปากซอย ในตึกสีเหลืองอ่อนสี่ชั้นบริเวณหัวมุม มองผ่านๆ จากข้างนอกเกือบจะมองไม่ออกว่าคืออะไร แต่แค่พลักประตูเข้าไป จะเหมือนหลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่งที่ความคลาสสิก ความโมเดิร์น ถูกผสมรวมกัน พร้อมดีเทลการเล่นสีที่ถอดแบบมาจากหลังคาของวัดโพธิ์ตรงหน้า ในโทนสีแดง เขียว และสีเหลือง และออนท็อปด้วยวิววัดโพธิ์จากหน้าต่างบานใหญ่ของร้าน ที่น่าจะเป็นร้านอาหารแห่งเดียวในย่านท่าเตียนที่มาพร้อมกับวิวอลังการขนาดนี้ สมมงร้านอาหารยอดเยี่ยมอันดับ 3 จากเวที Asia's 50 Best Restaurants 2023 แต่เราเชื่อว่าไม่ใช่แค่การตกแต่งร้านและวิวที่สวยขนาดนี้ เมื่อได้ลองชิมอาหารฝีมือของ เชฟเล้ง-นิธิศ นิธิกัมพล หัวหน้าพ่อครัวร้านอาหารไทยผู้ไม่เคยทำงานครัวไทยมาก่อน แต่เขาก็สามารถถ่ายทอดรสชาติและรสมือของอาหารไทยต้นตำรับหลากมิติรสชาติและสีสันของ “นุสรา” คุณยายของเชฟต้น ผู้หญิงที่เต็มไปด้วยสนุกสนานและทันสมัย ผ่านทั้ง 11 คอร์สแทรกด้วยเทคนิคและลูกเล่นแบบอาหารฝรั่ง ที่เชฟเล้งเล่าว่า คือการพัฒนารสชาติของความเป็นนุสราที่ดีอยู่แล้วให้ดีและลงตัวมากยิ่งขึ้น  เริ่มต้นด้วย ‘ต้มส้มปลาอินทรีย์’ ที่มาแต่ชื่อเพราะเชฟเลือกใช้ปลา King Mackeral รมควันที่ให้รสสัมผัสแน่นๆ เหมือนกันแทน ซ้ำซุปกึ่งเจลลี่และเมอแร็งก์เปิดลิ้นด้วยความสดชื่น ต่อเนื่องด้วย ‘ยำปลาหมึก’ ได้แรงบันดาลใจมาจากข้าวเกรียบปากหม้อ ที่ใช้ปลาหมึกหอมจากตราดมาฝานบางๆ ห่อไส้เครื่องยำรสอ่อนๆ ให้เตรียมรับความร้อ

Medium Rare

Medium Rare

สตรีทฟู๊ดเจ้าดังแห่งย่านท่าเตียน ขึ้นชื่อในเรื่องของเนื้อย่างติดมันเล็กน้อยความสุกแบบมีเดียมแรร์ตามชื่อร้านพอให้เคี้ยว ราคาสบายกระเป๋าเสิร์ฟมาในเขียงไม้พร้อมน้ำจิ้มแจ๋วให้เลือก 3 ขนาด S M และ L  นอกจากนี้ยังมีอาหารอีสานแบบครบเครื่องทั้งส้มตำ ยำ ลาบ น้ำตก ต้มแซ่บ ให้สั่งมากินพร้อมจิบไวน์ชมวิววัดโพธิ์ที่อยู่ตรงข้ามร้านแบบเต็มตา ตัวร้านสังเกตได้ไม่ยากแค่มองหารถตุ๊กตุ๊กที่บรรทุกขวดไวน์ไว้เต็มคันรถจอดดอยู่ แล้วตรงเข้าไปได้เลย  Medium Rare ตั้งอยู่ที่ ถนนมหาราช พระบรมมหาราชวัง พระนคร กรุงเทพมหานคร

Pride Film Festival at Kimpton Maa-Lai Bangkok

Pride Film Festival at Kimpton Maa-Lai Bangkok

ชวนไปดูหนัง LGBTQIA+ หลากเรื่องราว แง่มุม และความหลากหลายระดับตำนานฟรี ในเทศกาลภาพยนตร์ Pride Film Festival ที่โรงแรม Kimpton Mai-Lai Bangkok  กลับมาเป็นปีที่ 3 แล้วสำหรับอีเวนต์พิเศษประจำเดือน Pride ที่โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ ร่วมกับสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย คัดสรรภาพยนตร์คุณภาพ 4 เรื่อง มาฉายกันภายในวันเดียว ทั้ง 4 เรื่องล้วนแต่เป็นผลงานที่มีส่วนช่วยผลักดันให้เกิดความเท่าเทียมและหลากหลายทางเพศทั้งสิ้น ประกอบด้วย  Dallas Buyers Club (2013) เวลา 11.00 น. รอน วู้ดรูฟ หนุ่มคาวบอย ในเท็กซัส ซึ่งมีชีวิตอยู่ในปี 1985 เขาถูกตรวจพบว่าเป็นเอดส์ ซึ่งในช่วงเวลานั้นเป็นช่วงแรก ๆ ที่มีโรคร้ายชนิดนี้แพร่ระบาดอยู่ในสหรัฐอเมริกา เขาพยายามหาวิธีรักษา และกลายมาเป็นที่มาของการต่อสู้ เพื่อให้ได้รับการยอมรับในสังคม Boy Erased (2018) เวลา 13.30 น. ภาพยนตร์ที่สร้างจากบันทึกความทรงจำของเจอราร์ด คอนลีย์ ที่ในวัย 19 เขาได้พบว่าตัวเองชอบผู้ชาย และได้บอกความจริงเรื่องนี้แก่แม่ที่เคร่งศาสนา และพ่อที่เป็นนักเทศน์ เขาและครอบครัวตัดสินใจเข้าค่ายบำบัดทางศาสนาเพื่อให้พ้นจากการเป็นเกย์ 52 Tuesdays (2013) เวลา 16.00 น. ภาพยนตร์สัญชาติออสเตรเลียที่คว้ารางวัลมากมาย เรื่องราวเกี่ยวกับหญิงวัยรุ่น บิลลี่ ที่กำลังเผชิญกับความสับสนเมื่อเธอค้นพบว่าแม่ของเธอกำลังตัดสินใจที่จะแปลงเพศ Hedwig and the Angry Inch (2001) เวลา 18.00 น. ภาพยนตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวของศิลปินเกย์ เฮ็ดวิก โรบินสัน เจ้าของวงร็อกที่มีชื่อว่า Hedwig and the Angry Inch ช่วงเวลาที่เธอได้รับความสนใจและชื่อเสียง และความรักของเธอ ทั้งหมดสามารถเข้าร่วมชมได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย สามารถวอล์กอินได้ (จ

Shu Daxia

Shu Daxia

“ต้าเสีย” ทำตัวให้คุ้นกับคำนี้ไว้ให้ดี เพราะพนักงานในร้านจะเรียกคุณด้วยคำนี้ตลอดการกินหมาล่าที่ Shu Daxia (สู่ต้าเสี่ย) ตั้งแต่เดินเข้าร้านขนาดใหญ่ (มาก) ในอาคารขนาด 3 ชั้นที่มองจากภายนอกคงนึกว่านี่คือวัดจีนเกิดใหม่สาขาเลียบด่วนฯ ที่นี่ทุกคนจะกลายร่างเป็น “ต้าเสีย” หรือว่า จอมยุทธ แวะเข้ามาพักผ่อนหลังจากฝึกวิทยายุทธในโรงเตี๊ยม ที่มีมักกรขนาดยักษ์รอต้อนรับอยู่กลางร้าน เหมือนหลุดออกจากหนังจีนแห่งนี้ สำหรับร้านหมาล่าแห่งนี้เป็นแบรนด์ดังจากนครเฉิงตู มณฑลเสฉวน ประเทศจีน ที่เขาบอกว่ามีสาขามากกว่า 600 สาขา กระจายอยู่ทั่วประเทศจีน และหลายประเทศในโซนเอเชียรวมถึงอเมริกาด้วย สาขาแรกในประเทศไทยจึงจัดเต็มทั้งขนาดและการตกแต่งแบบสาขาต้นฉบับ เน้นความอลังการแบ่งโซนที่นั่งออกเป็นหลายโซนครอบคลุมพื้นที่ทุกชั้น ตัวหม้อหมาล่าจะถูกยกมาเสิร์ฟพร้อมหัวมังกร เลือกแบ่งได้ตั้งแต่ 1-3 น้ำซุป ราคาเริ่มต้นที่ 100 บาท (ถ้าสั่งเพิ่มก็บวกราคาเข้าไป) หัวใจสำคัญตัวตัดสินความอร่อยอย่างน้ำซุปจะมีให้เลือกตั้งแต่ น้ำซุปหม่าล่าสไตล์เสฉวนที่มีความหอมของพริกและเครื่องเทศเป็นพิเศษ เผ็ดซาบซ่านเป็นเอกลักษณ์ด้วยฮวาเจียว ให้เลือกความเผ็ดได้ 3 ระดับ เราเลือกระดับกลางถือว่าเผ็ดกำลังดีกินได้เรื่อยๆ ไม่ทรมานมาก มีให้เลือกทั้งแบบซุปเนื้อ (260 บาท) และ ซุปผัก (180 บาท) ตามมาด้วยน้ำซุปกระดูกหมู (150 บาท) เคี่ยวนานจนได้น้ำสีขาวขุ่นหอมหวานกลมกล่ม น้ำซุปมะเขือเทศ (100 บาท) รสเปรี้ยวหวานแบบสดชื่น น้ำซุปเห็ด ที่คาแรคเตอร์จะคล้ายกับซุปตุ๋นยาจีน และอีกตัวเลือกที่น่าสนใจแต่ไม่สั่งมาคือต้มยำน้ำข้นแบบไทยๆ เอกลักษณ์ของร้านจะเป็นจานเนื้อสัตว์แบบ Platter ครึ่งวงกลม ที่สั่งมาวางล้อมรอบหม้อไฟได้อย่างพอดีเป๊ะ และทางร้านก็จัดชุดคอมโบไว้ให้สามารถเล

โฌณ (Choen)

โฌณ (Choen)

ถ้าใครชวนไปย่านซอยนานา เยาวราช ในหัวเราคงคิดไว้แล้วว่าชวนไปบาร์หรือคาเฟ่แน่นอน แต่ครั้งนี้เราไม่ได้ชวนไปทั้งสองอย่าง และไม่ได้ชวนไปกินสตรีตฟู๊ดร้านดังที่เดินไปได้ไม่ไกลจากแถวนี้ แต่เราจะชวนไปกินไฟน์ไดนิ่งในร้านหัวมุมตึก ถัดจากซอยนานามานิดเดียว สามารถเดินทะลุตรอกเล็กๆ แค่ตามแสงไฟที่ทะลุออกมาจากกระจกใสบานใหญ่หน้าร้านมาได้เลย เข้ามาด้านในจะเจอกับบรรยากาศความดิบเท่แบบอินดัสเทรียล ทั้งวัสดุหลักของร้านอย่างปูนเปลือยและอิฐก่อเป็นครัวเปิดขนาดใหญ่กลมกลืนเป็นพื้นที่เดียวกันกับโต๊ะอาหาร ซึ่งทุกที่นั่งจะจัดหันหน้าเข้าไปที่ครัว ให้นั่งดูเชฟมิว-จีราวิชช์ มีแสงนิลวีรกุล และทีมงาน เตรียมอาหารตั้งแต่การก่อไฟจนได้ออกมาเป็นอาหารในแต่ละจาน ที่มีฟืนและไฟรับบทเป็นนักแสดงนำหลักในการควบคุมและปรับเปลี่ยนรสชาติ หน้าตา กลิ่น สี และรสทุกอย่าง ทุกพื้นที่ของร้านตั้งแต่หน้าเตาจนถึงจานอาหารตรงหน้าที่เราจะได้กินกันเลยเหมือนพื้นที่ปล่อยของ ทั้งประสบการณ์ แรงบันดาลใจและวิชาที่สั่งสมมาจากครัวร้านดังหลากหลายร้านของเชฟ ร่วมกับหุ้นส่วนของร้านที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเรียน เปิดพื้นที่ร้านแคชชวลไฟน์ไดนิ่ง ที่อยากให้ทุกคนทิ้งความเกร็งความหรูไว้ข้างนอก แล้วแค่เดินเข้ามานั่งกินอาหารอร่อยๆ ที่ไม่ได้จำกัดหรือระบุว่าเป็นอาหารไทยเพียงอย่างเดียว เพียงแต่จะพารสชาติหรือหน้าตาที่คุ้นเคยอยู่แล้วขยายความคุ้นเคยออกไปอีกด้วยวิธีการปรุงที่เล่นกับฟืนและไฟเป็นหลัก ถ้าจะพูดให้พอเห็นภาพกันมากขึ้น ในตอนนี้ทางร้านจะเสิร์ฟเป็นเมนู “Choen x Chinatown” เมนู 9 คอร์ส เชฟมิวได้แรงบันดาลใจมาจากอาหารที่สามารถพบได้ตลอดสองข้างทางบนถนนเยาวราช มาปรับเปลี่ยนวิธีการปรุงและวัตถุดิบ และใส่ความสนุกๆ ลงไปให้ไม่น่าเบื่อ สะท้อนทั้งคาแร็กเตอร์ของตัวเชฟ ร

Bisou

Bisou

Bisou แกสโตรไวน์บาร์สไตล์ฝรั่งเศสเปิดใหม่ล่าสุด ย่านหลังสวน เสิร์ฟจริตปาริเซียงสุดเท่และเซ็กซี่ ตั้งแต่จานอาหารสไตล์ฝรั่งเศสจนถึงเชฟชาวฝรั่งเศสในครัว น่าจะไม่ใช่เราคนเดียวที่คิดว่าเดียวนี้ขออะไรง่ายๆ สบายๆ ไว้ก่อนดีกว่า เพราะอย่าง 2 หนุ่มฝรั่งเศสที่ผ่านประสบการณ์วงการร้านอาหารระดับไฟน์ไดนิ่งมาโชกโชน ทั้งเชฟอองตวน ดัคเกียง และ ธีโอ ลาแวร์ญ ซอมเมอลิเยร์ ก็น่าจะคิดเหมือนกัน เลยขอเอาความหรูบนพื้นฐานอาหารฝรั่งเศส มาขยายความใหม่ในแบบฉบับของพวกเขา เสริมด้วยแรงบันดาลใจจากรสชาติอื่นๆ ที่พวกเขาอยากชวนมาแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิดในพื้นที่ร้าน  Bisou อยู่ในบ้านสีขาวสุดซอยแยกเล็กๆ ถัดจากซอยหลังสวน ถึงภายนอกจะดูลึกลับแต่เมื่อเข้ามาจะได้บรรยากาศเหมือนแมนชั่นของหนุ่มปาริเซียง ที่ความสนุกรออยู่ในทุกมุม ไม่ว่าจะเป็นโซนบาร์ชั้นล่าง นั่งจิบค็อกเทลสุดเซ็กซี่จากบาร์เทนเดอร์ชาวฝรั่งเศส ก่อนย้ายไปมุมโต๊ะกินข้าวและโซฟาพร้อมฉากแบ่งให้ความไพรเวตก็ได้ ถ้าเดินขึ้นบันไดไปชั้น 2 จะได้ความไพรเวตมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ตัดขาดจากความสนุกข้างล่าง ชั้นนี้จะมีห้องไวน์ขนาดใหญ่พอสมควร ให้เราได้เดินเข้าไปเลือกไวน์ตามจริตและงบที่ชอบได้เลย อาหารโดยรวมของที่นี่จะมาในธีม “K.I.S.S - Keep It Simple, Sexy” เรียบง่ายแต่หน้าตาสวยตามชื่อ ส่วนความเซ็กซี่กินหมดจานแล้วจะรู้เอง เน้นให้แชร์ริ่งกัน แต่พอร์ชั่นไม่ใหญ่มาก ถ้ามากันแค่ 2 คนอาจแชร์กันลงตัว เริ่มด้วย Truffle French Toast (590 บาท) ขนมปังบริโยชกรอบนอกนุ่มใน ท็อปมาด้วยทรัฟเฟิลแบบจุใจ ส่วนไก่ทอด BFC, Bisou Fried Chicken (330 บาท) ก็ตอบโจทย์ตามเชฟบอกว่าไม่ใช่แค่ฝรั่งเศสจ๋าอย่างเดียว เพราะมีพริกผงชิชิมิสไตล์ญี่ปุ่นกับไข่แซลมอนโรยมาด้วย วิธีการปรุงแบบฝรั่งเศส รสชาติแบบผสมผสาน อีกอย่าง

Songkran Splash Away Party at W Bangkok

Songkran Splash Away Party at W Bangkok

5 out of 5 stars

พูลปาร์ตี้ในตำนานกลับมาอีกครั้ง ที่ชวนให้นักท่องเที่ยวทั่วทั้งเอเชียหลั่งไหลมายัง WET Deck บริเวณสระน้ำใจกลางย่านสาทร ครั้งนี้ถือว่ายิ่งใหญ่และจัดเต็มกว่าเคยด้วยไลน์อัพดีเจทั้งไทยและต่างชาติตลอดทั้งวัน อาทิ DJ Nana, Renato S, DJ Groove, Daiki และ Yuuki Yoshiyam 

TW#RK IT & SWAY SONGKRAN POOL PARTY

TW#RK IT & SWAY SONGKRAN POOL PARTY

พูลปาร์ตี้ที่ต้องถูกใจสายฮิปฮอปและอาร์แอนด์บี เพราะงานนี้เตรียมไปแดนซ์ดับร้อนริมสระกับบีทมันส์ๆ กลิ่นอายเพลงละตินได้ตลอดบ่ายกับไลน์อัพดีเจกว่า 6 ชีวิต ได้แก่ Vida, Ehh Kay, Gwise, Badessone, DJ Master D และ MC Plato ถ้าไม่จุใจมี After Party ต่อที่ Sway เอกมัยด้วยนะ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและซื้อบัตรได้ที่ www.facebook.com/twerkit9160 

Songkran Fest. amBar Pool Party

Songkran Fest. amBar Pool Party

พูลปาร์ตี้ที่มาพร้อมกับจุดเด่นด้วยการเดินทางสุดง่ายย่านสุขุมวิทไม่ไกลจากบีทีเอส ให้คุณไปดับร้อนและสนุกไปกับบรรยากาศใจกลางเมือง พร้อมด้วยไลน์อัปดีเจสายเอนเตอร์เทน 5 คน ที่รับรองว่าไม่เบื่อไม่ยมแน่นอน แถมยังมีโปรโมชั่นเครื่องดื่ม 1 แถม 1 เฉพาะช่วงเวลาด้วย

News (61)

รวมโปรโมชันอาหารเจ จากร้านอาหารโรงแรมและร้านมิชลิน

รวมโปรโมชันอาหารเจ จากร้านอาหารโรงแรมและร้านมิชลิน

วนมาอีกครั้งสำหรับเทศกาลกินเจ ระหว่างวันที่ 15 - 23 ตุลาคม รวมเป็นเวลา 9 วัน ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมเทศกาลได้ร่วมสร้างบุญ ลดการเบียดเบียนสัตว์ด้วยการกินอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์ และไม่ใช่พืชตระกูลหอม หรือผักฉุนในการปรุง แต่แม้จะไม่อิงกับประเพณีและความเชื่อ การกินอาหารที่เคร่งครัดกว่ามังสวิรัติหนึ่งขั้น ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลสุขภาพ เป็นช่วงให้เราละเว้นจากการกินอย่างหนักหน่วง เลยเป็นโอกาสให้สำหรับคนที่สนใจสำหรับเหล่าร้านอาหารดัง จากโรงแรมทั่วกรุงเทพฯ ที่ต่างโชว์ฝีมือใส่ความคิดสร้างสรรค์ เสิร์ฟหลากเมนูเจและมังสวิรัติ ซึ่งเราหยิบมาแนะนำกัน ให้ไม่ว่าคุณจะกินเจด้วยเหตุผลอะไร ก็สามารถอิ่มอร่อยทั้งท้อลและใจไปพร้อมกันได้ IGNIVThe St. Regis Bangkok ร้านอาหารไฟน์ไดน์นิ่งแบบแชร์ริ่ง เจ้าของรางวัลมิชลิน 1 ดาว จากสวิตเซอร์แลนด์ นำเมนูอาหารเจ 19 จาน ปรุงจากวัตถุดิบตามฤดูกาล อาทิ บีทรูท สาหร่าย หัวไช้เท้า ส้มจี๊ด เห็ดพันธุ์ต่าง ๆ เมล่อน ฟักทอง และเห็ดทรัฟเฟิล รวมถึงของหวานแบบแคนดี้สโตร์สไตล์เจ อิ่มครบถ้วนคงกลิ่นอายและเอกลักษณ์ของร้านไว้ไม่หาย ราคา 3,000++ บาทต่อคน, ระหว่างวันที่ 22-23 ตุลาคม 2566 โทร. 02 207 7822 Mott 32The Standard, Bangkok Mahanakhon อาหารจีนที่คงกลิ่นอายอาหารจีนแบบครบถ้วนดั้งเดิมทั้งเมนูติ่มซ่ำและจานหลักแม้จะเป็นเมนูมังสวิรัติ ด้วยเมนูไฮไลต์ อาทิ รากบัวทอดกรอบผัดซอสเปรี้ยวหวาน ซุปรังนกใส่เห็ดป่า ขนมจีบเห็ดมอเรล หมี่ซั่วผัดเห็ดป่า และอื่นๆ อีกมากมาย ราคา เริ่มต้นที่ 150 บาทต่อจาน ระหว่างวันที่ 14 - 23 ตุลาคม 2566 โทร. 02 085 8888 The VerandahMandarin Oriental, Bangkok เชฟฮูโก้ บลองดังน์ หัวหน้าพ่อครัวชาวฝรั่งเศส แห่งห้องอาหาร The Verandah รังสรรค์เมนูอาหารเจ ที

‘มิชลิน ไกด์’ เปิดตัว ‘MICHELIN Key’ มอบให้โรงแรมทั่วโลกแบบเดียวกับร้านอาหาร

‘มิชลิน ไกด์’ เปิดตัว ‘MICHELIN Key’ มอบให้โรงแรมทั่วโลกแบบเดียวกับร้านอาหาร

มิชลิน ไกด์ เปิดตัว ‘MICHELIN Key’ มอบให้โรงแรมทั่วโลกแบบเดียวกับร้านอาหาร พร้อมเปิดรายชื่อ 5,000 โรงแรมบนลิสต์ในปี 2024 นี้ ทุกคนรู้จักรางวัลดาวมิชลินเป็นอย่างดีที่มอบให้กับร้านอาหารทั่วโลกที่ผ่านการพิจารณาตามหลักเกณฑ์มาตรฐาน ล่าสุดทางมิชลินไกด์ก็ได้ต่อยอดมาตรฐานทั้งหมดให้ครอบคลุมสู่วงการโรมแรม ด้วย “มิชลิน คีย์” (MICHELIN Key) เพื่อนำเสนอโรงแรมและสถานที่พัก ที่มาพร้อมกับประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้แก่นักเดินทาง เพื่อตอบสนองมาตรฐานที่เพิ่มสูงของโรงแรมในตลาดรวมถึงไลฟสไตล์ของผู้คน ที่ว่าง่ายๆ ว่ากินดีแล้วก็ต้องนอนดีด้วย ซึ่งมาตรฐานที่ว่าจะครอบคลุมทั้งด้านการออกแบบ การตกแต่งภายใน ความใส่ใจในรายละเอียดในห้องพัก เป็นต้น สำหรับรายชื่อโรงแรมและสถานที่พักที่ ‘มิชลิน ไกด์’ แนะนำ จะมีจำนวนมากกว่า 5,000 แห่งใน 120 ประเทศทั่วโลก โดยมีระดับราคาและสไตล์ที่หลากหลายการเลือกโดยทีมงานที่มีความรู้ในศาสตร์ที่ต่างกัน โดยผู้เชี่ยวชาญของมิชลิน ไกด์ จะทำการเข้าพักเพื่อตรวจสอบสถานประกอบการอย่างไม่เปิดเผยตัวตนเป็นจำนวนหนึ่งครั้งขึ้นไป อิงตามหลักเกณฑ์ 5 ประการได้แก่ ราคามีความเหมาะสมกับคุณภาพและประสบการณ์ที่ได้รับ สะท้อนถึงบุคลิกภาพของสถานประกอบการที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร คุณภาพและความสม่ำเสมอของการบริการ ความสะดวกสบาย และการดูแลรักษา มีความเป็นเลิศด้านสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายใน เป็นจุดหมายปลายทางในตัวเอง โดยโรงแรมมีส่วนสร้างประสบการณ์ที่นำเสนอความเป็นท้องถิ่นของจุดหมายปลายทางนั้น โดยรายชื่อโรงแรมและที่พักในการคัดเลือก จะเริ่มต้นใหม่หมดไม่นับรวมโรงแรมที่ติดอยู่ในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ อยู่ก่อนหน้า โดยมีเป้าหมายของการประกาศลิสต์นี้มีอยู่ 3 ข้อ ได้แก่ ผู้ใช้งานสามารถเลือกสำรองห้

In picture: สนามบินสุวรรณภูมิเปิดใช้อาคารใหม่ Satellite 1 (SAT-1) Terminal

In picture: สนามบินสุวรรณภูมิเปิดใช้อาคารใหม่ Satellite 1 (SAT-1) Terminal

พาดูมุมต่างๆ ของอาคารเทียบเครื่องบินหลังใหม่ Satellite 1 หรือ SAT-1 ของสนามบินสุวรรณภูมิ เตรียมตัวก่อนได้บินจริง เทอร์มินัล SAT-1 เพิ่งเปิดแบบ Soft Opening หมาดๆ เมื่อ 28 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่สนามบินสุวรรณภูมิเปิดให้บริการอย่างเป็นการทางการเมื่อ 17 ปีที่แล้วพอดี Photograph: Thianchai ThiansiripiphatSuvarnabhumi SAT-1 Terminal โดยช่วงแรกนี้จะมี 2 สายการบินระหว่างประเทศที่ให้บริการจากอาคารนี้ คือ Thai AirAsia X ในเส้นทางไป-กลับญี่ปุ่น (โตเกียว, โอซากา, ซัปโปโร) เกาหลีใต้ (โซล) และจีน (เซี่ยงไฮ้) และ และ Thai Vietjet ในเส้นทางไป-กลับสิงคโปร์ เวียดนาม (นครโฮจิมินห์) และเส้นทางกลับจากไต้หวัน (ไทเป) – แนะทำให้ผู้โดยสารกลุ่มนี้เผื่อเวลากันสักนิด น้อยสุดคือ 20 นาที สำหรับการพาตัวเองจากอาคารหลักไปให้ถึงอาคารใหม่ ไม่รวมเวลาแวะกินข้าว หรือถ่ายรูป อาคารเทียบเครื่องบิน SAT-1 มีพื้นที่ทั้งหมด 251,400 ตารางเมตร ขนาด 4 ชั้น เชื่อมจากอาคารหลักด้วยรถไฟอัตโนมัติไร้คนขับ โดยทางลงจะอยู่ด้านหลังประติมากรรมกวนเกษียรสมุทร ผ่านจาก ตม. ก็เจอทันที หาไม่ยากแน่นอน โดยเวลารอรถไฟอยู่ที่ 1-2 นาที ในช่วงเที่ยวบินหนาแน่น และ 5 นาทีในช่วงดึก -- แอบบอกว่าประตูรถไฟปิดเร็ว (มาก) ถ้าหยุดถ่ายรูปกันมีสิทธิ์ตกขบวนได้ง่ายๆ Photograph: Thianchai ThiansiripiphatSuvarnabhumi SAT-1 Terminal จุดถ่ายรูปสวยคือโถงผู้โดยสายขาออกบริเวณชั้น 3 เห็นแนวยาวของทั้งอาคารใต้หลังคาโค้งที่ได้แรงบันดาลใจจากลายจัดสานและผ้าไทย ตรงกลางมีประติมากรรมช้างโลหะขนาดใหญ่ ขนาบด้วยร้านรวงต่างๆ ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีแบรนด์ใหญ่ๆ และอาหารมีแค่ McDonald’s เจ้าเดียวเท่านั้น ดังนั้นวางแผนกันให้ดี เทอร์มินัลออกแบบเป็น Open Gate เหมือ

Le Labo “City Exclusive” น้ำหอมตัวแทนเมืองทั่วโลกวางขายเฉพาะเดือนนี้ ที่สยามพารากอน

Le Labo “City Exclusive” น้ำหอมตัวแทนเมืองทั่วโลกวางขายเฉพาะเดือนนี้ ที่สยามพารากอน

Le Labo “City Exclusive” น้ำหอมตัวแทนจากเมืองต่างๆ รอบโลก พร้อมให้ได้ลองดมและซื้อกันแบบครบทุกขวดทุกเมือง เฉพาะเดือนกันยายนนี้ ใครเป็นแฟนของแบรนด์น้ำหอมสัญชาติฝรั่งเศสสุดนีชอย่าง Le Labo โดย Edouard Roschi และ Fabrice Penot ที่เริ่มปรุงน้ำหอมในห้องแล็บในนิวยอร์กเมื่อปี 2006 นอกจากกลิ่นสุดแมสที่สร้างชื่อ แถมตอนนี้ยังเป็นไวรัลจากเรื่อง Red White And Royal Blue อย่าง Santel 33 หรือ Another 13 แล้ว แบรนด์นี้ยังมีอีกหนึ่งน้ำหอมตัวลับ กลิ่นที่ได้แรงบันดาลใจจากเมืองต่างๆ รอบโลก ซึ่งปรุงและวางขายเฉพาะตามแต่ละแล็บของเมืองนั้นๆ ไม่มีวางจำหน่ายในที่แล็บอื่นๆ สำหรับคอลเล็กชั่น “City Exclusive” แต่เฉพาะแค่เดือนกันยายนของทุกปี ที่กลิ่นจากเมืองต่างๆ ทั้ง 16 เมือง ที่แค่ดมก็เหมือนเดินอยู่ในเมืองนั้นแล้ว เช่น  Tubereuse 40 (New York), Vanille 44 (Paris), Mousse De Chene 30 (Amsterdam), Tabac 28 (Miami), Gaiac 10 (Tokyo) ฯลฯ รวมถึงกลิ่นใหม่ล่าสุด Myrrthe (Shanghai) ให้คาแร็กเตอร์ของกลิ่นกำยานที่มีกลิ่นของชะเอมเทศ ตามมาด้วยมะลิ และพิมเสนบนเบสของไม้หอม แอมเบอร์กริส และมัสก์ ทั้งหมดนี้พร้อมวางขายแบบครบทุกขวด (และจะไม่วางจำหน่ายต่อภายหลังจากนี้ไม่ว่าจะหน้าร้านสาขาอื่นนอกเมืองหรือออนไลน์) เหมาะมากถ้าใครยังไม่มีโอกาสได้เดินทางไปเมืองนั้นๆ แค่ไปลองดมดูหากลิ่นที่ถูกใจหรือหวนอดีตกับเมืองที่เคยไปเยือนเราว่าก็เพลินแล้ว ให้ได้ตัดสินใจอีกครั้งก่อนควักกระเป๋าซื้อในขนาด Full-Size (15, 50 และ 100 มล. ) และแบบ Discovery Size (1.5 มล.) Le Labo ตั้งอยู่ที่ชั้น 1, Fashion Gallery Zone, Siam Paragon เปิดให้บริการทุกวัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/siamparagonshopping 

The Cheesecake Factory บุกกรุงเทพฯ  เตรียมเปิดสาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

The Cheesecake Factory บุกกรุงเทพฯ เตรียมเปิดสาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

The Cheesecake Factory เตรียมเปิดสาขาแรกในกรุงเทพฯ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ธันวาคมนี้ที่ centralwOrld ใครที่ได้แวะไปเดินเซ็นทรัลเวิล์ดในช่วงที่ผ่านมา จะต้องสะดุดตากับป้ายบิลบอร์ดสีแดงขนาดใหญ่บริเซนลานด้านหน้า พร้อมโลโก้ของเชนร้านอาหารดังสัญชาติอเมริกันอย่าง The Cheesecake Factory ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1972 จากจุดเริ่มต้นของร้านเบเกอรี่ ก่อนจะขยายตัวจนกลายเป็นอาณาจักรร้านอาหารสามัญประจำครอบครัวชาวอเมริกัน เสิร์ฟทุกเมนูแบบครอบคลุมทั้งพาสต้า พิซซ่า สเต็ก สลัด และอีกมากมาย แถมขึ้นชื่อในเรื่องของปริมาณที่ใหญ่จุใจ สำหรับสาขาที่กรุงเทพฯ จะเป็นแฟล็กชิฟสโตร์แห่งแรกประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน และเป็นลำดับที่ 5 ในเอเชีย ต่อจากเซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง ฮ่องกง และมาเก๊า ตามข้อมูลที่ได้มา จะเป็นการให้บริการแบบเต็มรูปแบบเหมือนสาขาแม่ที่อเมริกา แตกต่างจากที่เคยเปิดที่สยามพารากอนก่อนหน้านี้ (เสิร์ฟแต่เบเกอรี่ไม่มีอาหาร) นอกจากเมนูชีสเค้กสร้างชื่อแล้ว ยังมีอีกหลายเมนูให้เลือกลองกันกว่า 200 เมนู ซึ่งนำเข้าโดยทีมงานเดียวกับที่นำ Shake Shack เข้ามาในประเทศและเปิดอยู่ข้างๆ กัน The Cheesecake Factory จะตั้งอยู่ Zone I บริเวณชั้น G centralwOrld ถ้ามีวันเปิดที่แน่นอนเดียวเราจะมาอัปเดตอีกที

สาวกจิบลิเตรียมใจฟูกับคอนเสิร์ต Always With Me: Ghibli Instrumental Concert

สาวกจิบลิเตรียมใจฟูกับคอนเสิร์ต Always With Me: Ghibli Instrumental Concert

สาวกจิบลิห้ามพลาด เตรียมไปใจฟูกับคอนเสิร์ต Always With Me: Ghibli Instrumental Concert ฟังเพลงบรรเลงจากอนิเมชั่นดัง ครบทุกเรื่องจ่ายค่ายจิบลิ ถือว่าใจฟูกันยาวๆ สำหรับสาวกบ้านจิบลิ เพราะนอกจาก The World of Studio Ghibli’s Animation Exhibition Bangkok 2023 นิทรรศการจิบลิครั้งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจัดแสดงในเมืองไทยเป็นครั้งแรกที่จะจัดถึงสิ้นเดือนกันยายนนี้แล้ว ยังไม่นับรวมกับเหล่าคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าที่เพิ่งปล่อยกับ Uniqlo ไปก่อนหน้านี้ ล่าลุดก็มีคอนเสิร์ตที่เห็นแล้วน่าไปสุดๆ  เพราะนี่คือคอนเสิร์ต ที่จะหยิบเอาเพลงบรรเลงจากโลกเหนือจินตนาการของสตูดิโอ จิบลิ ผลงานของโจ ฮิซาอิชิ (Joe Hisaishi) ศิลปินชาวญี่ปุ่น ผู้อยู่เบื้องหลังแทบจะทุกเพลงประกอบภาพยนตร์ค่ายนี้ ไม่ว่าจะเป็น “One Summer’s Day” จากเรื่อง Spirited Away, “Merry-Go-Round of Life” จาก Howl’s Moving Castle, “Path Of The Wind“ จาก My Neighbor Totoro, “Ponyo on the Cliff by the Sea” จาก Ponyo และอีกมากมาย  โดยผลงานทั้งหมดจะถูกนำมาเรียบเรียงดนตรีใหม่สำหรับเครื่องดนตรี 3 ชิ้น (เปียโน, ไวโอลิน, ฟลูต) โดยศิลปินวง Bloom Trio พร้อมนักร้องรับเชิญ แนน-สาธิดา พรหมพิริยะ (ผู้ผ่านการร้องเพลงประกอบละครมาหลากหลายเรื่อง) ที่จะมาร่วมขับร้องบทเพลงพิเศษ Original Version ภาษาญี่ปุ่นในคอนเสิร์ตครั้งนี้ Always With Me: Ghibli Instrumental Concert จะเปิดแสดงเพียงแค่ 6 รอบ เท่านั้น ในวันที่ 1, 15 และ 22 ตุลาคม 2566 (4 รอบแรก Sold Out ไปแล้วอย่างรวดเร็ว) ตอนนี้ยังพอมีที่ว่างสำหรับรอบวันที่ 22 ตุลาคม 2566 เวลา 16.00 น. และ 19.30 น. บัตรราคา 1,800 และ 1,500 บาท ณ ศาลาสุทธสิริโสภา (MRT ภาวนา) สามารถสอบถามรายละเอียดและสำรองบัตรได้ที่ www

Marasca Hotels & Resorts Khao Yai ตั้งแคมป์แบบหรูหราเรียบง่ายที่เขาใหญ่

Marasca Hotels & Resorts Khao Yai ตั้งแคมป์แบบหรูหราเรียบง่ายที่เขาใหญ่

ช่วงปีที่ผ่านมาเขาใหญ่กลายเป็นจุดหมายปลายทางสุดฮอต ที่โรงแรมระดับลักชัวรี่ต่างมุ่งหน้าเปิดตัวสาขาใหม่เป็นครั้งแรกกันทั้งสิ้น รวมถึงแบรนด์ Marasca Hotels & Resorts ที่นำเสนอความลักชัวรี่แบบเอ็กคลูซีฟด้วยห้องพักเพียง 18 ห้อง รายล้อมด้วยภูเขาและเนินเขาแบบรอบทิศ ชื่อของโรงแรมได้รับแรงบันดาลใจมาจากเชอร์รี่สายพันธุ์มาราสก้า เปรียบเสมือนกับ “cherry on top” หรือว่าเชอร์รี่ลูกเล็กๆ ที่มาเติมเต็มความพิเศษให้ขนมหวานจานโปรด เช่นเดียวกับทั่วทุกพื้นที่ของโรงแรม ที่พร้อมเชิญชวนให้แขกผู้มาเยือนร่วมเฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนที่แสนพิเศษ การเสาะแสวงหาสิ่งใหม่ และการใช้เวลาเพื่อปรนนิบัติร่างกายและจิตใจอย่างแท้จริง ห้องพักของที่นี่จะแบ่งออกเป็น Home Haven Pool Villa, Glamper Suite, Glamper Tent และ Glamper Van ทุกห้องจะมาพร้อมพร้อมกล้องดูดาว เตาผิงไฟ เตาบาร์บีคิวส่วนตัว และให้เลือกได้ตามความชอบ ไฮไลต์ต้องยกให้ Glamper Suite ห้องพักรูปแบบเต็นท์ที่พักสไตล์แกลมปิ้ง เปี่ยมไปด้วยความสะดวกสบายและหรูหรา แต่คงไว้ซึ่งจิตวิญญาณของช่วงเวลาแห่งการผจญภัย มาพร้อมอ่างน้ำอุ่นส่วนตัว ให้แขกทุกท่านได้ผ่อนคลายร่างกายกับการแช่น้ำอุ่นๆ ชมวิวทิวเขาสุดกว้างไกลและดวงดาวระยิบระยับบนท้องฟ้ายามค่ำคืน  Marasca Hotels & Resorts Khao YaiMarasca Hotels & Resorts Khao Yai Marasca Hotels & Resorts Khao YaiMarasca Hotels & Resorts Khao Yai แต่ถ้าอยากได้ประสบการณ์ตั้งแคมป์แบบเรียบง่ายๆ สบายๆ แต่น่ารักต้องเลือกเป็น Glamper Tent ที่แบ่งเตนท์ออกเป็น 2 ฝั่งห้องนั่งเล่นและห้องนอน พร้อมอ่างแช่น้ำกลางแจ้ง จุดเด่นของที่นี่คือการชวนให้แขกออกมาใช้เวลาที่พื้นที่ส่วนกลางรายล้อมด้วยธรรมชาติ ตั้งแต่  Tree Top: tea house and farmer’s ca

BoggleBoggle K-ramyun Pop-Up Store ตามเสียงความอร่อย ซู้ดเส้นรามยอนส่งตรงจากเกาหลี

BoggleBoggle K-ramyun Pop-Up Store ตามเสียงความอร่อย ซู้ดเส้นรามยอนส่งตรงจากเกาหลี

ชวนซู้ดเส้นรามยอน หลากสไตล์ที่รวบรวมไว้มากที่สุด ส่งตรงจากเกาหลีที่ BoggleBoggle Pop-Up Store แห่งแรก ณ Siam Discovery   Photograph: Tanisorn Vongsoontorn ไม่ว่าจะเป็นฉากในซีรีส์เกาหลี หรือในชีวิตจริง แค่นึกถึงกลิ่นหอมๆ ของน้ำซุปที่กำลังเดือดปุดๆ ในหม้อ เส้นเหนียวนุ่มหนีบของรายอมสไตล์เกาหลี ก็ชวนยั่วน้ำลายแล้ว แล้วลองนึกภาพตามว่า ถ้ายิ่งได้บรรยากาศเหมือนนั่งกินอยู่ร้านข้างทางหรือว่าร้านเต็นท์แดงแบบสตรีทฟู้ดที่เกาหลี จะยิ่งเพิ่มอรรถรสการซู้ดเส้นพร้อมวัฒนธรรมเกาหลีแบบป๊อปๆ ที่มีเส้นรามยอนเป็นตัวนำทัพในครั้งนี้ขนาดไหน Photograph: Tanisorn Vongsoontorn     ซึ่งเสียงเดือดปุดๆ ‘Boggle Boggle’ (โบกึล โบกึล) ของรามยอมนี่แหละ ที่นอกจากจะยิ่งเพิ่มดีกรีการยั่วน้ำลายแล้ว ยังกลายมาเป็นชื่อแบรนด์และแรงบันดาลใจของพื้นที่แห่งความอร่อยแห่งนี้ ก่อนจะเสริมด้วยวัฒนธรรมเมนูอาหารเส้นทั้งแบบดั้งเดิมแกะจากซอง ผสมผสานข้ามรสชาติ และแบบเมนูพิเศษเติมท็อปปิ้งแน่นๆ ที่นำมาเสิร์ฟให้สายรามยอนได้เลือกกันตามใจชอบ   Photograph: Tanisorn Vongsoontorn     เพราะว่าในพื้นที่ของ ‘Boggle Boggle’ K-ramyun Pop-Up Store ได้ยกครบทุกประสบการณ์และวัฒนธรรมการกินเส้นแบบฉบับเกาหลีมาไว้ให้แบบครบที่เดียว ตั้งแต่รสชาติดั้งเดิมจากแบรนด์ต่างๆ ของรามยอนที่มีให้เลือกแบบละลานตาจากกำแพงรามยอนนับพันห่อ ไม่ว่าจะเป็น Samyang, Ottogi, Nongshim, Paldo ฯลฯ แต่ละแบรนด์ก็มีรสชาติพิเศษทั้งแบบรสกิมจิ รสซุปเผ็ดแบบจัมปง แบบแห้งผสมชีส บะหมี่แห้ง ให้ได้เลือกกันแบบชนิดที่ว่าครบที่สุดในเมืองไทยแล้วก็ว่าได้ ที่เราชอบคือจะมีป้ายบอกด้วยว่ารสชาติไหนถ้าไปผสมกับรสชาติไหนแล้วจะเข้ากัน    Photograph: Tanisorn Vongsoontorn       Photograph: Tanisorn

รูฟท็อปบาร์ใหม่ล่าสุดบนเกาะภูเก็ต “TU” ด้านบน “Yaya” โซนใหม่ของ Sri Panwa

รูฟท็อปบาร์ใหม่ล่าสุดบนเกาะภูเก็ต “TU” ด้านบน “Yaya” โซนใหม่ของ Sri Panwa

ชวนไปดูพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดจุดหนึ่งบนเกาะภูเก็ต ที่รูฟท็อปบาร์เปิดใหม่ล่าสุด TU แห่งโรงแรม Sri Panwa ที่มาพร้อมกับการเปิดให้บริการโซนใหม่ Yaya โดยการตกแต่งของโซน Yaya จะเน้นที่โทนสีฟ้าสดและบรรยากาศของเขตร้อน เน้นความโปร่งสบาย ด้วยโถงเพดานสูงลักษณะแบบโค้งมน รับวิวจากทะเลอันดามันแบบเต็มตา พื้นที่อาคารใหม่ตรงนี้จะประกอบด้วย Pool Suite Room รับวิวทะเลด้วยโทนสีครีมรและสีเทอร์ควอยซ์, Space I & Space II ห้องประชุมขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่จุสำหรับแขก 400 คน ที่มาพร้อมการตกแต่งแบบกลมกลืนไปกับท้องทะเลตรงหน้า, Baba Soul Cafe เน้นความสบายตาที่ซ่อนตัวอยู่ในเหล่าต้นไม้สีเขียว และปิดท้ายด้วย TU ที่เราขอมุ่งไฮไลต์ไปที่ตรงนี   Sri PanwaTU, Sri Panwa Sri PanwaTU, Sri Panwa Sri PanwaYaya, Sri Panwa TU เป็นส่วนเสริมของ Baba Nest หนึ่งในจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดบนเกาะภูเก็ต ด้วยการออกแบบที่หันหน้าออกสู่เวิ้งทะเลตรงหน้า และโซนที่เหมือนแท่นลอยอยู่กลางน้ำ เชื่อมต่อกับท้องฟ้าและทะเลแบบอิฟินิตี้ หรือถ้าอยากแค่นั่งชมวิวนิ่งๆ เรื่อยๆ ก็มีที่นั่งสไตล์อัฒจันทร์ และโซฟาบีนแบ็คให้ได้เลือกนั่งกัน ซึ่งเราว่าพื้นที่ตรงนี้เหมาะอย่างยิ่งกับการจัดงานแต่งงานหรืออีเวนต์พิเศษ และทางโรงแรมก็มีการให้บริการในส่วนนี้ด้วย พื้นที่ตรงนี้จะให้บริการเครื่องดื่มเป็นหลัก ทั้งค็อกเทลหลากหลายเมนูโดยจะเน้นเครื่องดื่มแนวรีเฟรชชิ่ง ผสมกลิ่นอายของความทรอปิคอลลงไป อาทิ Pretty in Pink (398 บาท) เบสด้วยจินและความเปรี้ยวหวานจากสตรอว์เบอร์รี หรือ Unicorn Colada (398 บาท) หนึ่งในเครื่องดื่มคลาสสิคที่เพิ่ม Blue Caracao ลงไปสร้างสีสันแปลกตา แต่ถ้าอยากได้อาหารมารองท้อง ก็สามารถสั่งจำพวกสแน๊กไบต์ไซส์มาลองได้ และทุกวันเสาร์ -

Michelin Guide ประกาศรับสมัคร Food Inspector ผู้อยู่เบื้องหลังการคัดเลือกร้านดังระดับ ‘มิชลิน’

Michelin Guide ประกาศรับสมัคร Food Inspector ผู้อยู่เบื้องหลังการคัดเลือกร้านดังระดับ ‘มิชลิน’

Michelin Guide เปิดรับสมัครงานตำแหน่ง “ผู้ตรวจสอบมิชลิน” (Food Inspector) ผู้อยู่เบื้องหลังการตัดสินว่าร้านดีร้านดังร้านไหนจะได้ขึ้นชื่อว่าเป็น “ร้านอาหารมิชลิน”  ถือว่าเป็นตำแหน่งงานที่เชื่อว่าหลายคนสงสัยว่า คืออะไร แล้วทำอะไร หรือใครที่รู้ก็ติดตามว่าเมื่อไรจะมีการรับสมัครกัน เพราะตำแหน่งนี้ส่วนมากจะไม่ได้เปิดรับบ่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการประกาศรางวัลร้านอาหารมิชลินไกด์ ที่จะระบุว่ารายชื่อทั้งหมดผ่านการคัดเลือกโดย Food Inspector ผู้ทำหน้าที่ตระเวนชิมอาหารหลากหลายสัญชาติจากร้านดังทั่วทุกมุมโลก ก่อนที่จะมาร่วมกันคัดเลือกร้านที่โดดเด่น โดยคุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับคัดเลือกให้เป็น Food inspector ขั้นแรกจะต้องมั่นใจว่าคุณเป็นคน “กินเงียบ” ได้ดี เพราะหนึ่งในคุณสมบัติพื้นฐานของตำแหน่งนี้จะต้องยึดมั่นกับการ “ไม่เปิดเผยตัวตน” ข้อมูลทุกอย่างจะต้องปิดเป็นความลับ ตามข้อมูลของเว็บไซต์ Michelin Guide ระบุว่า “แม้ว่าผู้ตรวจสอบของเราจะเป็นพนักงานของมิชลิน แต่สุดท้ายพวกเขาเหล่านั้นก็คือผู้บริโภคเช่นเดียวกันกับทุกท่าน ดังนั้นการประเมินคุณภาพของร้านอาหารโดยไม่เปิดเผยตัวตน เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะไม่ได้รับสิทธิพิเศษหรือการปฏิบัติแบบพิเศษ จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาความเป็นกลางและความน่าเชื่อถือของ มิชลิน ไกด์” และจะต้องมีประสบการณ์อย่างน้อย 5 ปี ในวงการ Hospitality และ Food & Beverage นอกเหนือจากความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่เป็นคุณสมบัติพื้นฐานแล้ว จะต้องมีใจรักอาหารที่นอกเหนือจากแค่รสชาติเพียงอย่างเดียว แต่ต้องรวมถึงการจดจำรายละเอียดที่รวมกันเป็นประสบการณ์ในมื้ออาหารนั้น ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารข้างทางหรือร้านไฟน์ไดนิ่ง ที่ตำแหน่งนี้จะต้องจ่ายเงินเองจากงบของมิชลินที่จัดสรรให้

สกู๊ตฉันเลือกนาย! Pokémon Air Adventures จาก Scoot เที่ยวบินธีมโปเกมอนที่แรกในอาเซียน

สกู๊ตฉันเลือกนาย! Pokémon Air Adventures จาก Scoot เที่ยวบินธีมโปเกมอนที่แรกในอาเซียน

ที่ผ่านมาเราอาจได้เห็นเที่ยวบินพิเศษที่มาพร้อมกับธีมตัวละคร ภาพยนตร์ต่างๆ มากันบ้าง ล่าสุดถึงคิวของสายการบิน Scoot กับการเปิดตัว Pokémon Air Adventures เที่ยวบินธีมโปเกม่อน แห่งแรกของอาเซียน พร้อมพาสาวกโปเกมอนบินลัดฟ้าทั่วอาเซียน   โดย Pokémon Air Adventures เป็นการร่วมมือระหว่าง Scoot กับ The Pokémon Company เนรมิต Pikachu Jet เครื่องบินรุ่นโบอิ้ง 787-9 ดรีมไลน์เนอร์ที่มีความจุ 375 ที่นั่ง ประกอบด้วย 35 ที่นั่งในชั้นสกู๊ตพลัส และ 340 ที่นั่งในชั้นประหยัด รวมถึงการสกรีนลายด้านนอกและด้านในที่มีการตกแต่งเป็นเอกลักษณ์ด้วยตัวละครโปเกมอนที่หลายคนชื่นชอบ นำทีมโดยปิกาจูตัวโปรดของใครหลายคน    ภายในตัวเครื่องนอกจากที่ผู้โดยสารจะได้เห็นลวดลายตัวการ์ตูนที่สะดุดตาตามจุดต่างๆ ทั้งบนที่นั่งและช่องเก็บของเหนือศีรษะ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกในธีมโปเกมอนและอาหารญี่ปุ่นสุดพิเศษที่พร้อมเสิร์ฟบนเที่ยวนี้เท่านั้นแล้ว ยังมีการเปิดเพลงธีมจาก Pokémon เป็นการสร้างบรรยากาศสุดน่ารัก รวมถึงการแสดงเล็กๆ น้อยๆ สุดเซอร์ไพรส์ที่สาวกต้องถูกใจแน่นอน   Scoot Pokémon Air Adventures ยังมาพร้อมกับสินค้าคอลเล็กชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ไม่ว่าจะเป็น ป้ายคล้องคอ Adventurer's Lanyard, กระเป๋าผ้าแคนวาส Fly Away Tote Bag และ หมวก Bucket Hat ที่ใส่ได้ทั้งสองด้าน โดยผู้โดยสารสามารถเลือกซื้อได้ ตั้งแต่ทำการจองที่นั่งในเที่ยวบินปิกาจูเจ็ต หรือขณะอยู่บนเครื่องบิน เหมาะสำหรับใครที่อยากเก็บสะสมไว้เป็นที่ระลึก   สำหรับเที่ยวบินที่ให้บริการด้วย “Pikachu Jet” จะถูกจัดสรรลงในตารางเส้นทางต่างๆ ที่บินด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 787-9 ดรีมไลน์เนอร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานปกติของสายการบิน หมายความว่าลูกค้าบางท่านอาจจะได้เดินทางไปกับเครื

Café Wolseley คาเฟ่คลาสสิกดังจากลอนดอน เตรียมเปิดป็อปอัปที่กรุงเทพฯ 18 เมษายนนี้

Café Wolseley คาเฟ่คลาสสิกดังจากลอนดอน เตรียมเปิดป็อปอัปที่กรุงเทพฯ 18 เมษายนนี้

ไม่ต้องบินไกลถึงลอนดอนแล้ว เพราะคาเฟ่-ร้านอาหารสไตล์บริติชขนานแท้ Café Wolseley ร้านดังที่ใครก็ต้องไปเยือน เตรียมมาเปิดที่กรุงเทพฯ ในรูปแบบ Café Wolseley ป็อปอัป เสิร์ฟอาหารยุโรปคลาสสิกรสชาติดั้งเดิมเหมือนยกลอนดอนมาไว้ที่หรุงเทพฯ  สิ่งที่ทำให้ Wolseley เป็นที่รู้จักขึ้นมาคือร้านสาขาแรกในย่าน Piccadilly ที่สวย (มาก) กับรายละเอียดการออกแบบสไตล์ยูโรเปียนคลาสสิกด้วยโทนสีดำสลับกับหินอ่อนสีขาว มีซุ้มประตูโค้งและบันไดแบบ Grand Staircase เด่นกลางร้าน ผสมผสานระหว่างความเป็นยุโรปและบริติชในทุกตารางนิ้ว อาคารสาขาแรกนี้เป็นอาคารเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่ปี 1921 ซึ่งถ้านับถึงปัจจุบันก็มีอายุกว่าร้อยปีแล้ว จุดเริ่มต้นคือเป็นที่ตั้งของโชว์รูมรถแบรนด์ Wolseley ก่อนจะถูกเปลี่ยนเป็นธนาคารหลังแบรนด์ปิดตัวลง และถูกเปลี่ยนเป็นคาเฟ่และร้านอาหารในปี 2003 มีลูกค้าเป็นทั้งเซเลบริตี้ ชาวลอนดอน และนักท่องเที่ยวแวะเวียนไปเสมอในฐานะหนึ่งในร้านดังเก่าแก่ของเมือง นอกจากบรรยากาศแล้วเหล่าเมนูอาหารยุโรปสูตรคลาสสิกในหน้าตาที่ดูโมเดิร์นก็ขึ้นชื่อ จะแวะเวียนไปตอนไหนของวันก็อิ่มสบายท้องแบบวางใจได้ ซึ่งเมนูทั้งหมดจะถูกยกมาไว้ที่กรุงเทพฯ เช่น Dressed Dorset Crab เค้กปูเนื้อนวลผสมกับมายองเนสและเลมอน หรือ Wolseley’s Coq au Vin อกไก่หมักไวน์แดงห้าวันเสิร์ฟพร้อมแพนเชตต้า เป็นต้น ในส่วนของรสชาติก็น่าจะวางใจได้ว่าเหมือนกับที่ลอนดอน เพราะได้เชฟเดวิด สตีเฟ่นส์ (David Stephens) เชฟชาวออสเตรเลีย Group Executive Chef จาก The Wolseley Hospitality Group ผู้เคยรับหน้าที่เป็น Head Chef ของ The Wolseley สาขาลอนดอน จะมาดูแลความอร่อยสำหรับป็อป-อัปที่กรุงเทพฯ Café Wolseley จะเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2566 เป็นต้นไป เปิดเป็นเ